อภิสิทธิ์เสนอปรับลดงบองค์กรอิสระ 10% ชี้ กกต. ขาดความน่าเชื่อถือหลังผลสำรวจพบความเชื่อมั่นต่ำสุดจี้เร่งดำเนินคดีฮั้วเลือก สว. ส่งศาลฎีกา พร้อมตั้งข้อกังวล กกต. 4 คนร่วมพิจารณาคดีอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 มาตรา 32 งบประมาณขององค์กรอิสระ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอปรับลดงบประมาณขององค์กรอิสระลง 10% พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของการทำงาน โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า องค์กรอิสระเป็นเสาหลักของระบอบประชาธิปไตย แต่การตรวจสอบการใช้อำนาจทำได้ค่อนข้างจำกัด ขณะที่ตัวชี้วัดของ กกต. เองกำหนดเรื่องการยอมรับจากทุกฝ่าย เมื่อพิจารณาผลสำรวจของสถาบันพระปกเกล้า พบว่า กกต. เป็นหน่วยงานที่ได้รับความเชื่อมั่นต่ำที่สุด และระดับความเชื่อมั่นลดลงเมื่อเทียบกับผลสำรวจในอดีต
นายอภิสิทธิ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินคดีเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยเห็นว่า หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต กฎหมายเปิดทางให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้งได้ พร้อมย้ำว่าเรื่องการแลกคะแนนในการเลือก สว. เคยเกิดขึ้นมาก่อน และศาลฎีกาเคยมีคำวินิจฉัยในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว
เขากล่าวว่า การทำโพย การรวมกลุ่ม และการกำหนดสถานที่ประชุมเพื่อจัดการเลือก สว. เป็นประเด็นที่ควรตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะอาจกระทบเจตจำนงอิสระของผู้ลงคะแนน และขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้ สว. มาจากความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่หลากหลาย โดยไม่ถูกครอบงำจากพรรคการเมือง
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งข้อมูลที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อ กกต. แต่ กกต. มีมติไม่รับข้อมูล ขณะเดียวกันเมื่อ กกต. ขอข้อมูลจากดีเอสไอเพื่อประกอบการพิจารณา กลับมีประเด็นเรื่องการส่งข้อมูลให้กัน จึงตั้งคำถามว่าจะสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการดังกล่าวได้อย่างไร
พร้อมกันนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีกรรมการ กกต. 4 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือก สว. และมีกำหนดร่วมพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันที่ 14 กันยายน โดยเห็นว่าอาจเกิดข้อกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หากมีการลงมติที่เป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหา จึงเห็นว่าการตัดงบ กกต. 10% เป็นการส่งสัญญาณให้ปรับปรุงการทำงานและยึดหลักธรรมาภิบาล
นอกจาก กกต. นายอภิสิทธิ์ยังเสนอปรับลดงบประมาณสำนักงาน ป.ป.ช. 10% โดยตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการดำเนินคดีบางเรื่อง พร้อมเสนอให้ ป.ป.ช. เชื่อมโยงข้อมูลทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดภาระและงบประมาณในการตรวจสอบ
“หากเราไม่ใช้อำนาจของสภาบอกว่าองค์กรเหล่านี้ควรปรับปรุงการทำงาน เราจะปล่อยให้องค์กรเหล่านี้ทำงานโดยไม่เป็นไปตามตัวชี้วัด เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และหลักธรรมาภิบาลไม่ได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว พร้อมย้ำว่าการปรับลดงบประมาณ 10% เป็นการส่งสัญญาณจากสภาถึงองค์กรอิสระให้เร่งปรับปรุงการทำงาน