“สุชาติ” ถาม “สนธิ” ปลุกมวลชนพาประเทศกลับไป 20 ปีก่อน ทำลายบรรยากาศลงทุน ลั่น เรื่องแบบนี้ไม่สนุก บอก เข้าใจคนไม่ได้รักท้้งประเทศ แต่ควรให้โอกาสทำงาน จะเลือกตั้งทุก 6 เดือน - 1 ปี ไม่ได้
ที่รัฐสภา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผย กรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศลงถนน ว่า ตนทราบจากสื่อมวลชน แต่อยากให้มองภาพรวมว่า เราเพิ่งผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุม และปล่อยตัวบางคนออกมาแล้วซึ่งตนเข้ามาในการเมืองเมื่อปี 54 เกิดการชุมนุมทุกสี ทุกกลุ่ม ตนคิดว่าเราผ่านจุดนั้นมาเกือบ 20 ปี ถ้าจะย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้วจะเป็นอย่างไร ให้ประชาชนช่วยตัดสินใจ
นายสุชาติ กล่าวว่า พรรคการเมืองอย่างพรรคภูมิใจไทย คะแนนโหวตเตอร์ได้มา 5.2 ล้านกว่าเสียง ที่เหลือหากทุกฝ่ายที่ไม่ใช่โหวตเตอร์ของเรา รวมกันก็ต้องมากกว่าอยู่แล้ว จะให้ทุกคนมารักเราหมด คงเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ที่ยอมต้องรับเสียงข้างมากและตั้งรัฐบาลมาด้วยเสียงที่มากที่สุด และเมื่อมีการออกมาเคลื่อนไหวเช่นนี้ จะให้มีการเลือกตั้งทุก 6 เดือนหรือ 1 ปีเลยหรือ ก็ต้องให้โอกาสกัน ย้ำว่ารัฐบาลมาตามครรลอง แม้จะผ่านมาไม่กี่เดือน แต่ทำงานกันทุกวี่ทุกวัน
“ด้วยความเคารพสื่อมวลชนผู้ใหญ่คนดังกล่าว ตนไม่ได้มีปัญหากับใคร แต่อยากให้ประชาชนทั้งประเทศตั้งสตินึกคิด ในสิ่งที่ตนพูดความจริง”
ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้จะกระทบต่อรัฐบาลหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนมองไปที่บรรยากาศของการลงทุนมากกว่า ถามว่าจะกระทบหรือไม่ จะกระทบอย่างไร เพราะรัฐบาลไม่ได้มีเรื่องการทุจริต หรือการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ ร้ายแรงถึงขนาดนั้น แต่เป็นเรื่องของนักลงทุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศ กว่าจะฟื้นตัวจากโควิด-19 ทุกประเทศ นับหนึ่งใหม่หมด และเราฟื้นตัวเร็วกว่าคนอื่น วันนี้เราจะเอาปัญหาความวุ่นวายของประเทศกลับมาอีก ถามว่าบรรยากาศการลงทุนจะเป็นอย่างไร ใครจะคิดอย่างไรก็เป็นสิทธิ์ แต่ตนพูดในฐานะ สส.ที่ผ่านการเลือกตั้งมา และที่ผ่านบรรยากาศย้อนกลับไปในสมัยประชุมสภาเก่า ต้องคอยฟังเสียงว่าจะมีใครบุกมาหรือไม่ ต้องออกไปตรงไหน
“ท่านว่ามันสนุกหรือครับ อย่างครั้งหนึ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตนยังต้องนอนในสภา เพื่อตื่นมาแปรงฟันตอนเช้า แล้วโหวต จึงถามย้ำว่าบรรยากาศเช่นนี้ควรกลับมาอีกหรือ มันไม่ใช่เรื่องสนุก”
นายสุชาติ ยังกล่าวถึงความเกี่ยวข้องกับนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความ หลังมีกรณีทำร้ายร่างกาย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ยอมรับว่าตนรู้จักเขาในฐานะสำนักงานกฎหมาย เราจ้างเขาทำคดี 2-3 คดี แต่จบไปแล้วตามวาระการจ้างงาน แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ทนายความส่วนตัว และต่างคนก็ต่างโตกันหมดแล้ว จึงไปห้ามเขาไม่ได้ ยอมรับว่าตนรู้จักกับนายณัฐวุฒิ แต่จะไปบอกหรือบังคับเขาไม่ได้ เพราะต่างคนต่างโตและมีวุฒิภาวะกันแล้ว ถ้าเขาด่าตนกลับมาจะทำอย่างไร ฉะนั้น ก็เป็นเรื่องของเขา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้มีงานค้างกันอยู่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่มี การเป็นนักการเมือง การรู้จักเป็นพี่น้องกันก็ต้องมีอยู่บ้าง แต่ความคิดต่างคนก็ต่างมี ซึ่งกรณีของนายณัฐวุฒิ ตนรู้จักก็จ้างเขา แต่ไม่ใช่ว่าตนจะใช้เขาและปรึกษาในทุกคดี เพราะตนมีทีมกฎหมายเป็น 10 ทีม เราก็ใช้แต่ละทีม อยู่ที่ว่าใครจะถนัดเรื่องอะไร แต่เมื่อสังคมเกิดความไม่สบายใจ เราก็ไม่สนับสนุนเรื่องแบบนี้ และหยุดใช้ทันที อย่างไรก็ตาม ตนขอขอบคุณสื่อมวลชนและเพื่อนฝูงที่ได้โทรมา ย้ำว่าเขาไม่ได้เป็นที่ปรึกษาส่วนตัว แต่เป็นเหมือนคนทั่วไป