รักชนก จี้รัฐแจง TH-AI Passport หลังไชยชนก ไม่เข้ากมธ. เผยยอดลงทะเบียน 1.48 ล้าน จากเป้า 5 ล้าน ตั้งคำถาม AI จำกัดการตอบประเด็นการเมือง ส่อคุมความคิดประชาชน
“รักชนก” เผยผิดหวัง “ไชยชนก” รมว.ดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่เข้าชี้แจง กมธ.ติดตามงบฯ ปมโครงการ TH-AI Passport ชี้ยอดลงทะเบียนยังอยู่ที่ 1.48 ล้านคน จากเป้า 5 ล้านคน ตั้งคำถามข้อจำกัดการตอบเนื้อหาการเมืองของ AI อาจนำไปสู่การควบคุมพฤติกรรมและความคิดประชาชนหรือไม่ พร้อมโต้ “สิริพงศ์” ปมคอนเทนต์ถาม AI เรื่อง สว.สีน้ำเงิน เป็นเพียงเรื่องขำ ๆ เหตุไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่
นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยก่อนการประชุม กมธ. เพื่อติดตามความคืบหน้าการบริหารงบประมาณกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในส่วนโครงการ TH-AI Passport ว่า กมธ.ได้เชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงฯ คณะร่าง TOR คณะพิจารณาผลการให้คะแนน รวมถึงบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด ซึ่งเป็นคู่สัญญาของโครงการ เข้าชี้แจง
นางสาวรักชนก กล่าวว่า แต่วันนี้ไม่มีบุคคลที่เชิญมาร่วมประชุมเข้าชี้แจง มีเพียงคณะร่าง TOR ซึ่งนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ แล้ว โดยมองว่าเป็นเรื่องน่าผิดหวัง เนื่องจาก กมธ.ได้แจ้งกำหนดการผ่านหนังสืออย่างเป็นทางการและผ่านสื่อมวลชน เพราะเป็นโครงการที่ประชาชนให้ความสนใจ และขณะนี้มีประชาชนลงทะเบียนและใช้งานแล้ว
ส่วนกรณีบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด นางสาวรักชนก กล่าวว่า เข้าใจว่าบริษัทสามารถเข้าชี้แจงต่อ กมธ.การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีประธานเป็น สส.พรรคภูมิใจไทย รวมถึงสามารถออกรายการผ่านสื่อต่าง ๆ ได้ จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่สามารถมาชี้แจงต่อ กมธ.ที่มีหน้าที่ติดตามการใช้งบประมาณได้
นางสาวรักชนก กล่าวว่า สำหรับนายไชยชนกและปลัดกระทรวงฯ ได้ทำหนังสือด่วนแจ้งว่าไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ โดยนายไชยชนกมอบหมายปลัดกระทรวงฯ และปลัดกระทรวงฯ มอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ มาชี้แจงแทน
สำหรับความคืบหน้าโครงการ นางสาวรักชนก ระบุว่า ยอดลงทะเบียนล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 1.48 ล้านคน จากเป้าหมาย 5 ล้านคน ขณะที่ยอด Active User ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม เนื่องจากไม่มีการเปิดเผยข้อมูลแบบเรียลไทม์หรือรายวัน
นางสาวรักชนก กล่าวว่า ประเด็นที่ประชาชนกังวลคือ หากลงทะเบียนหรือใช้งาน TH-AI Passport แล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกจัดเก็บอย่างไร และมีความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ประชาชนบางส่วนไม่ไว้วางใจการใช้งาน
พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการตอบคำถามของ AI ในประเด็นทางการเมือง โดยระบุว่า TH-AI มีข้อจำกัดหรือสงวนความคิดเห็นในหลายเรื่อง เช่น มาตรา 112 องคมนตรี การรัฐประหาร ระบอบการเมืองการปกครอง รวมถึงการสร้างภาพเกี่ยวกับข่าวที่เป็นข้อเท็จจริง ขณะที่ AI ทั่วไปบางระบบสามารถตอบคำถามในประเด็นดังกล่าวได้
“จึงตั้งคำถามว่า จริง ๆ แล้วโครงการนี้เป็นเหมือน Single Gateway หรือไม่ ที่รัฐบาลต้องการควบคุมพฤติกรรม หรือควบคุมความคิดของคนเพื่อให้เป็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งหรือไม่” นางสาวรักชนกกล่าว
ส่วนกรณีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมาตอบโต้กรณีอินฟลูเอนเซอร์ให้ AI ตอบคำถามด้วยสี แล้วระบุว่าเป็น “สว.สีน้ำเงิน” พร้อมเรียกร้องให้มีการกลั่นกรองนั้น นางสาวรักชนก กล่าวว่า มองว่าการถามเรื่อง “สว.สีน้ำเงิน” เป็นคอนเทนต์ที่ประชาชนทำขึ้นเพื่อความสนุกและความขบขัน
นางสาวรักชนก กล่าวอีกว่า หากมีคำที่เกี่ยวข้องกับ “สว.สีน้ำเงิน” “กกต.สีน้ำเงิน” “ป.ป.ช.สีน้ำเงิน” หรือประเด็นการฮั้วและการโกง สว. ก็อาจทำให้เกิดการตอบโต้จากฝ่ายการเมืองทันที พร้อมระบุว่า ประชาชนมีวิจารณญาณในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ และไม่เข้าใจว่าประเด็นดังกล่าวซึ่งมองว่าเป็นเรื่องเล็กและเป็นคอนเทนต์เพื่อความสนุก เหตุใดจึงถูกทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่
“ประชาชนไม่ได้โง่ เขาก็สามารถมีวิจารณญาณของตัวเองในการพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ ได้ และใคร ๆ ก็รู้ว่า การถาม สว.สีน้ำเงินที่เป็นคอนเทนต์ออกมา เป็นการปั่นกันเล่น ๆ ของประชาชน เหมือนเป็นคอนเทนต์ที่เอามาตลกกันขำ ๆ แต่คนที่ไม่ขำอาจจะไปโดนเส้น” นางสาวรักชนกกล่าว