คปท. บุกสภาฯ จี้ “โสภณ” ส่งชื่อสมาชิกรัฐสภาให้ประธานศาลฎีกา ตั้งผู้ไต่สวนอิสระสอบปม ป.ป.ช. ชี้มูล “ศักดิ์สยาม” ชี้มีประเด็นแตกต่างจากคำวินิจฉัยศาลรธน. พร้อมคัดค้านตั้งกรรมการพิเศษ หวั่นเป็นการเตะถ่วง
นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เดินทางมายังรัฐสภา ยื่นหนังสือถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ผ่าน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้เร่งดำเนินการกรณีคำร้องของ คปท. ที่ขอให้ผู้นำฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันลงชื่อ ส่งเรื่องต่อประธานศาลฎีกา เพื่อพิจารณาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ กรณีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เกี่ยวข้องกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
นายพิชิตระบุว่า คปท.เห็นว่าประเด็นดังกล่าวมีความแตกต่างจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นกรณีที่ไม่เคยปรากฏในลักษณะเช่นนี้มาก่อน จึงควรดำเนินการตามกลไกของรัฐธรรมนูญที่เปิดให้สมาชิกรัฐสภามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะ ป.ป.ช.
จึงเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาเร่งส่งคำร้องและรายชื่อของ สส. และ สว. ที่ร่วมลงชื่อ ไปยังประธานศาลฎีกาโดยเร็ว เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอน
นายพิชิตกล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยมองว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาสามารถดำเนินการยื่นเรื่องได้โดยตรง จึงไม่ควรมีการตั้งคณะกรรมการที่มีอำนาจพิเศษหรือบุคคลภายนอกเข้ามาดำเนินการอีก
พร้อมแสดงความกังวลว่า การตั้งคณะกรรมการพิเศษอาจทำให้กระบวนการล่าช้า และอาจเกิดปัญหาในการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อประธานศาลฎีกา
คปท. ตั้งข้อสงสัยการตั้งกรรมการพิเศษ เตือนอาจกลายเป็นการถ่วงเวลา
นายพิชิตกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการรับฟังคำชี้แจงของ พล.ต.ต.วิชัย มองว่าขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังแทบไม่มีความคืบหน้า และเห็นว่าการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอาจเป็นการถ่วงเวลา แม้ฝ่ายประธานรัฐสภาจะให้เหตุผลว่าต้องการให้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ
นายพิชิตระบุว่า ส่วนตัวไม่ไว้วางใจประธานรัฐสภาและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมองว่ามีความใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทยและกลุ่มการเมืองในจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมตั้งคำถามต่อสังคมว่า กระบวนการดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือหรือถ่วงเวลาเพื่อประโยชน์ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือไม่ รวมถึงมีการช่วยเหลือนายศักดิ์สยามหรือไม่
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและข้อสังเกตดังกล่าวเป็นมุมมองของ คปท. ขณะที่กระบวนการพิจารณาของประธานรัฐสภายังอยู่ระหว่างดำเนินการ
นายพิชิตยังระบุว่า คปท.จะเคลื่อนไหวร่วมกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เนื่องจากเห็นว่าประเด็นดังกล่าวมีความเกี่ยวพันกับพรรคภูมิใจไทย พร้อมเตือนว่า หากยังไม่สามารถชี้แจงกระบวนการให้เกิดความชัดเจน อาจเพิ่มแรงกดดันจากภาคประชาชน และทำให้มีประชาชนออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นดังกล่าวมากขึ้น
ประธานรัฐสภาย้ำพิจารณาตามระเบียบ ช้าดีกว่าเร่งแล้วเกิดความเสียหาย
ด้าน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวรายงานให้นายโสภณรับทราบ โดยขณะนี้ประธานรัฐสภาอยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องและแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อช่วยพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ประกอบการใช้ดุลพินิจของประธานรัฐสภา
พล.ต.ต.วิชัยยอมรับว่า กระบวนการอาจใช้เวลา แต่ยืนยันว่าการดำเนินการที่ล่าช้าแต่เป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบ ย่อมดีกว่าการเร่งดำเนินการจนเกิดความผิดพลาด หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายตามมา