สภาฯ ถกงบปี 70 วันที่ 3 ปชน. จี้มหาดไทยแจง 100 ล้าน ซื้อระบบสแกนมือถือ ไร้สเปกซอฟต์แวร์

สภาฯ ถกงบปี 70 วันที่ 3  ปชน. จี้มหาดไทยแจง 100 ล้าน ซื้อระบบสแกนมือถือ ไร้สเปกซอฟต์แวร์
ปชน. ตั้งข้อสังเกตงบมหาดไทยทั้งระบบสแกนข้อมูลมือถือ 100 ล้านบาทที่ยังไม่ชัดเจนเรื่องซอฟต์แวร์และจัดซื้อเสื้อเกราะ 14,814 ตัว วงเงิน 482 ล้านบาทหลังพบราคาตัวละ 46,000 บาท สูงกว่าราคาที่ กอ.รมน. จัดซ์้อ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระที่ 2 และ 3 วันที่สาม เป็นไปอย่างเข้มข้น โดยที่ประชุมเริ่มประชุมในเวลา 09.37 น. หรือช้ากว่ากำหนด 37 นาที ก่อนเข้าสู่การพิจารณามาตรา 20 งบประมาณกระทรวงมหาดไทย

นางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เสนอปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยลง 5% พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการจัดหาระบบวิเคราะห์และสำเนาข้อมูลโทรศัพท์มือถือเพื่อการพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลของกรมการปกครอง วงเงิน 100 ล้านบาท

นางสาวชลณัฏฐ์ระบุว่า โครงการดังกล่าวได้รับการชี้แจงในชั้นคณะอนุกรรมาธิการไอซีที แต่กรมการปกครองยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าจะจัดซื้อซอฟต์แวร์ผลิตภัณฑ์ใด ขณะที่ข้อมูลการสืบราคาที่แจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า บริษัทหนึ่งมีรายได้ 0 บาท ส่วนอีกบริษัทมีรายได้ 480,000 บาท

จึงตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความโปร่งใสของการใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท พร้อมระบุว่า แม้ประเด็นเรื่อง “ฮั้ว” จะเป็นคำที่มีความอ่อนไหวสำหรับบางกลุ่ม แต่การจัดซื้อในวงเงินสูงจำเป็นต้องมีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้

นางสาวชลณัฏฐ์ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล โดยหน่วยงานชี้แจงว่าข้อมูลอ่อนไหวไม่สามารถนำขึ้นคลาวด์ภาครัฐได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลสำคัญและเป็นความลับ แต่กลับมีการส่งข้อมูลไปยังระบบภายนอกเพื่อให้ช่วยประมวลผล จึงต้องการทราบถึงมาตรการควบคุมข้อมูลและความปลอดภัยของระบบดังกล่าว

พร้อมตั้งคำถามว่า ระบบที่กรมการปกครองเตรียมจัดซื้อจะถูกนำไปใช้งานจริงมากน้อยเพียงใด เนื่องจากปัจจุบันตำรวจและหน่วยงานด้านพิสูจน์หลักฐานมีระบบตรวจสอบข้อมูลจากโทรศัพท์มือถืออยู่แล้ว จึงต้องชี้แจงให้ได้ว่าเหตุใดกรมการปกครองจึงจำเป็นต้องจัดหาระบบของตนเอง

ปชน.เปิดราคาจัดซื้อเสื้อเกราะ 482 ล้าน ตั้งข้อสังเกตราคาต่างกันหลายหมื่น

ด้านนาวาโท กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบจัดซื้อเสื้อเกราะกันกระสุน จำนวน 14,814 ตัว วงเงินรวม 482 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเสื้อเกราะสำหรับกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน 4,977 ตัว ราคาตัวละ 46,000 บาท วงเงิน 228 ล้านบาท และเสื้อเกราะสำหรับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน 1,200 ตัว ราคาตัวละ 46,000 บาท วงเงิน 55 ล้านบาท

ส่วนเสื้อเกราะอ่อนระดับ IIIA สำหรับกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน จำนวน 8,637 ตัว ราคา 23,000 บาทต่อตัว วงเงิน 198 ล้านบาท

นาวาโทกิตติพงษ์ระบุว่า เมื่อเปรียบเทียบกับเสื้อเกราะของ กอ.รมน. ซึ่งมีสเปกเดียวกันกับที่กรมการปกครองจัดซื้อ พบว่าราคาที่ กอ.รมน. จัดซื้ออยู่ที่ประมาณ 31,000 บาทต่อตัว ขณะที่กรมการปกครองตั้งราคาที่ 46,000 บาทต่อตัว จึงเกิดคำถามถึงความแตกต่างของราคาสินค้าที่มีสเปกเดียวกัน

เจ้าตัวระบุว่า สาเหตุหนึ่งมาจากแต่ละหน่วยงานดำเนินการสืบราคาด้วยตัวเอง ก่อนนำใบเสนอราคามาประกอบการตั้งคำของบประมาณ จึงเสนอให้สำนักงบประมาณนำข้อมูลจากกรมบัญชีกลางและระบบที่เกี่ยวข้องมาจัดทำเป็นฐานข้อมูลเปรียบเทียบราคา เพื่อให้หน่วยงานสามารถตรวจสอบราคาสินค้ามาตรฐานที่ภาครัฐมีการจัดซื้อซ้ำได้

พร้อมเสนอให้เร่งผลักดันนโยบาย E-shopping เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถเปรียบเทียบราคาและจัดซื้อสินค้าผ่านระบบกลาง ลดปัญหาราคาสินค้าประเภทเดียวกันมีความแตกต่างกันระหว่างหน่วยงาน

แฉบริษัทขายเสื้อนักเรียนถูกใช้สืบราคาเสื้อเกราะ รายได้ปีละ 1.2 หมื่น

นาวาโทกิตติพงษ์ยังเปิดเผยข้อมูลที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งหน่วยงานใช้เป็นแหล่งสืบราคาประกอบการจัดซื้อ โดยบริษัทดังกล่าวประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการขายเสื้อนักเรียน แต่กลับมีการเสนอราคาสำหรับเสื้อเกราะกันกระสุน

จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบว่า บริษัทดังกล่าวมีรายได้รวมทั้งปีประมาณ 12,000 บาท ขณะที่ราคาที่เสนอสำหรับเสื้อเกราะอยู่ที่ตัวละ 46,000 บาท ซึ่งหมายความว่าเสื้อเกราะเพียง 1 ตัวมีราคาสูงกว่ารายได้รวมของบริษัทตลอดทั้งปี

จึงเรียกร้องให้สำนักงบประมาณประสานข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อตรวจสอบบริษัทที่ถูกนำมาใช้เป็นแหล่งอ้างอิงในการสืบราคา ทั้งประเภทธุรกิจ สถานะของบริษัท และความสอดคล้องระหว่างลักษณะธุรกิจกับสินค้าที่เสนอราคา

พร้อมเสนอให้จัดทำแบบฟอร์มกลางผ่านระบบสารสนเทศสำหรับการเสนอโครงการ เพื่อให้ทุกหน่วยงานกรอกข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน ตั้งแต่วัตถุประสงค์ของโครงการ ปัญหาที่ต้องการแก้ไข ที่มาของราคา และหลักฐานประกอบการเสนอราคา

นาวาโทกิตติพงษ์มองว่า หากมีฐานข้อมูลราคากลางและข้อมูลผู้ประกอบการที่เชื่อมโยงกัน จะช่วยให้สามารถเปรียบเทียบราคาการจัดซื้อระหว่างหน่วยงาน และตรวจพบความผิดปกติของข้อมูลได้ตั้งแต่ขั้นตอนการเสนอของบประมาณ

การอภิปรายงบประมาณกระทรวงมหาดไทยจึงมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบความคุ้มค่าและความโปร่งใสของโครงการ โดยเฉพาะการจัดซื้อเทคโนโลยีด้านพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลและอุปกรณ์ด้านความมั่นคง ซึ่งมีวงเงินสูงและเกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณของรัฐโดยตรง

TAGS: #งบประมาณ2570 #งบปี70 #สภาผู้แทนราษฎร #กระทรวงมหาดไทย #พรรคประชาชน