“อภิสิทธิ์” รับกังวลการเมืองไทย แต่ไม่หวั่นทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เชื่อไม่มีใครปล่อยบ้านเมืองอยู่บนความไม่ถูกต้อง

“อภิสิทธิ์” รับกังวลการเมืองไทย แต่ไม่หวั่นทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เชื่อไม่มีใครปล่อยบ้านเมืองอยู่บนความไม่ถูกต้อง
“อภิสิทธิ์” รับกังวลการเมืองไทย แต่ไม่หวั่นทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ย้ำแม้ตรวจสอบครั้งแรกไม่สำเร็จ ครั้งต่อไปก็ต้องเดินหน้าต่อ พร้อมเชื่อว่าไม่มีใครยอมปล่อยให้บ้านเมืองอยู่บนความไม่ถูกต้อง

กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดโครงการ “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน” ประจำปีงบประมาณ 2569 ในหัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ” โดยช่วงเช้าเป็นเวทีเสวนาของอดีตผู้นำฝ่ายค้าน 3 คน ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต สส.พรรคเพื่อไทย และนายชัยธวัช ตุลาธน อดีต สส.พรรคก้าวไกล

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขอให้กำลังใจทุกคนที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะการพิจารณาว่าประเทศใดเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ไม่ได้ดูเฉพาะว่ามีรัฐบาลหรือไม่ แต่ต้องดูว่ามีฝ่ายค้านที่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลได้หรือไม่ เพราะหากไม่มีฝ่ายค้านย่อมหมายถึงการรวบอำนาจ

นายอภิสิทธิ์ระบุว่า สังคมไทยยังมีความเข้าใจต่อบทบาทฝ่ายค้านไม่มากนัก โดยมักมีคำถามว่าทำไมฝ่ายค้านต้องคัดค้านทุกเรื่อง ทั้งที่ในความเป็นจริงฝ่ายค้านลงมติเห็นชอบกฎหมายจำนวนมาก เพียงแต่เมื่อฝ่ายค้านเห็นด้วยกับรัฐบาล เหตุการณ์ดังกล่าวมักไม่เป็นข่าว ขณะที่การเห็นต่างจะถูกนำเสนอมากกว่า จึงทำให้สังคมรับรู้บทบาทฝ่ายค้านผ่านช่วงเวลาที่มีความขัดแย้งเป็นหลัก

เมื่อถูกถามถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่า มีความกังวลอย่างมากต่อสภาพบ้านเมืองและระบบการเมือง โดยมองว่าปัญหาการตรวจสอบและถ่วงดุลไม่ได้อยู่เฉพาะในรัฐสภา แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงองค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรม

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในระบบรัฐสภาของหลายประเทศ รัฐบาลจะกำหนดประเด็นที่สมาชิกพรรคต้องลงมติไปในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจน เช่น กฎหมายงบประมาณหรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ในประเด็นอื่น สส.รัฐบาลสามารถเห็นต่างจากรัฐบาลหรือเห็นด้วยกับฝ่ายค้านได้โดยไม่จำเป็นต้องถูกบังคับด้วยมติพรรคเหมือนที่เกิดขึ้นในประเทศไทยหลายครั้ง

ส่วนกลไกตรวจสอบนอกสภา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ประเทศไทยมีการจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าว แต่การเชื่อมโยงผ่านกลไกวุฒิสภาทำให้เกิดปัญหามาในหลายยุคหลายสมัย และตั้งคำถามว่ากลไกที่ควรเป็นกลางอาจพัฒนาไปสู่เครือข่ายที่ทำให้การตรวจสอบทางการเมืองและกระบวนการยุติธรรมทำได้ยากขึ้น

นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า แม้จะกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมือง แต่ ไม่กังวลกับการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะต้องใช้เครื่องมือที่กฎหมายและรัฐธรรมนูญกำหนดอย่างเต็มที่ แม้การดำเนินการในครั้งแรกอาจไม่ได้ผล หรือครั้งที่สองยังไม่สำเร็จ แต่ต้องเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป

“ผมยังเชื่อว่าไม่มีใครจะยอมปล่อยให้บ้านเมืองอยู่กับความไม่ถูกต้อง” นายอภิสิทธิ์กล่าว พร้อมยกคำพูดของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตผู้นำฝ่ายค้าน ที่เคยให้คำแนะนำว่าให้ทำหน้าที่ต่อไป เพราะไม่มีใครสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืนบนความไม่ถูกต้องและความไม่เป็นธรรม

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงเวทีของคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ อัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ว่า มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาร้องเรียนและสะท้อนปัญหาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมกล่าวถึงคำพูดของนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ที่ระบุในทำนองว่า ขอให้ใจเย็น เพราะสถานการณ์ไม่สามารถต่ำไปกว่านี้ได้แล้ว และจากจุดนี้มีแต่ต้องดีขึ้น

นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ในอดีตเครื่องมือสื่อสารส่วนใหญ่อยู่ในมือรัฐบาล ทำให้รัฐบาลสามารถนำเสนอข้อมูลในมุมของตนเองได้ ฝ่ายค้านจึงต้องใช้ความสามารถในเวทีรัฐสภาเพื่อทำให้ประชาชนเห็นข้อเท็จจริงและตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยย้ำว่า “อย่างไรเราต้องอยู่บนความจริง”

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกิจกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในเดือน ต.ค.นี้ พรรคเตรียมจัดงาน “Home Coming” เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีของพรรค เพื่อเป็นกิจกรรมรียูเนียนศิษย์เก่าพรรคประชาธิปัตย์

TAGS: #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #อภิสิทธิ์ #พรรคประชาธิปัตย์ #ฝ่ายค้าน