“นภินทร” ฟาด “พริษฐ์-ยิ่งชีพ” ปมฮั้ว สว. โชว์หลักฐานอยู่เยอรมนี ท้าเปิดหลักฐาน 9 หมื่นหน้า

“นภินทร” ฟาด “พริษฐ์-ยิ่งชีพ” ปมฮั้ว สว. โชว์หลักฐานอยู่เยอรมนี ท้าเปิดหลักฐาน 9 หมื่นหน้า
นภินทรเปิดหลักฐานโต้ปมฮั้วสว. โชว์พาสปอร์ตยัน 4-5 ก.ค. อยู่เยอรมนีไม่ได้อยู่พูลแมนพร้อมแจงผู้สมัครสว. เคยขอให้ช่วยแต่ปฏิเสธเพราะติดข้อกฎหมายท้าพริษฐ์-ยิ่งชีพสงสัยโทรถามได้เลยซัดมีหลักฐาน 9 หมื่นหน้า

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงชี้แจงกรณีถูกพาดพิงในประเด็นการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมตอบโต้ข้อกล่าวหาว่าไม่มีจิตสำนึกจากนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน กรณีไม่ไปตอบกระทู้ถามสดในสภาฯ โดยยืนยันว่า วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ติดภารกิจประชุมเร่งด่วนเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด จึงเลือกปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชน

นายนภินทร กล่าวว่า ได้รับคำสั่งแต่งตั้งจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เป็นประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง ครอบคลุมเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ โดยมีการหารือและเตรียมประชุมเร่งด่วนในวันที่ 27 สิงหาคม ซึ่งมีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม และมีหนังสือแจ้งคณะกรรมการทุกคนเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม

เมื่อได้รับแจ้งจากวิปรัฐบาลว่ามีกระทู้ถามสด จึงสอบถามถึงประเด็นที่จะถูกถาม แต่ได้รับแจ้งว่าไม่ทราบเรื่อง จึงให้ทีมงานประสานและพบว่าในวันดังกล่าวมีภารกิจตรวจราชการด้านการบริหารจัดการน้ำ

“จิตสำนึกคือปัญหาของประชาชนต้องมาก่อน แต่เมื่อเวลามันซ้อนกัน ผมเลือกปัญหาของประชาชน” นายนภินทรกล่าว พร้อมระบุว่า คณะอนุกรรมการดังกล่าวมีตัวแทนจาก 5 จังหวัด หากเลื่อนการประชุมออกไปอาจต้องรอถึงกลางเดือนกันยายน เนื่องจากมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ขณะที่ช่วงดังกล่าวประเทศไทยตอนล่างอาจเข้าสู่ช่วงพายุฝนแล้ว

นายนภินทรยืนยันว่า ตนมีจิตสำนึกในการทำงาน พร้อมตั้งคำถามกลับว่า ผู้ที่กล่าวหาว่าตนไม่มีจิตสำนึกมีวุฒิภาวะมากน้อยเพียงใด

จากนั้นนายนภินทรได้นำโทรศัพท์มือถือขึ้นมา พร้อมท้าให้นายพริษฐ์ และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ “เป๋า ไอลอว์” โทรศัพท์เข้ามาสอบถามระหว่างการแถลง โดยระบุว่าจะเปิดลำโพงให้ถามและตอบกันต่อหน้าสื่อมวลชน

สำหรับกรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้สมัคร สว. นายนภินทรยอมรับว่า ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2567 มีผู้ประสานขอเข้าพบ โดยแจ้งว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่งวงและสินค้าในตลาด จึงนัดพบวันที่ 24 มิถุนายน ขณะนั้นมีผู้ตรวจราชการสภาเกษตรกรแห่งชาติ รวมถึงข้าราชการและอดีตข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วมพูดคุยด้วย

นายนภินทร กล่าวว่า ระหว่างการพูดคุย นายเอได้แจ้งว่าเป็นผู้สมัคร สว. และขอให้ช่วยเหลือเรื่องการสมัคร โดยอ้างว่าตนรู้จักบุคคลจำนวนมาก แต่นายนภินทรยืนยันว่าไม่สามารถช่วยได้ เนื่องจากกฎหมายห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว. ก่อนกลับมาหารือเรื่องปัญหาไก่งวงตามเดิม

จากนั้นวันที่ 25 มิถุนายน นายเอและบุคคลชุดเดิมเข้าพบอีกครั้ง และมีการขอให้ช่วยเรื่องสมัคร สว. อีกครั้ง นายนภินทรระบุว่าได้ปฏิเสธไปแล้ว และหากยังพูดเรื่องดังกล่าวจะเชิญออกจากห้อง เพราะต้องการหารือเรื่องไก่งวง ก่อนที่นายเอจะเดินออกจากห้องไป และมีการหารือเรื่องไก่งวงต่อ

นายนภินทรนำภาพและหลักฐานเกี่ยวกับการหารือเรื่องไก่งวงมาแสดง พร้อมระบุว่า บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งจากกระทรวงพาณิชย์และสภาเกษตรกรมีจำนวนหลายคน และสามารถให้ข้อมูลสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ตนชี้แจง

“ภาพถ่ายไม่มีบันทึกเสียง ไม่มีหนังสือที่เซ็น แต่มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงพาณิชย์และสภาเกษตรให้การสอดคล้องกับผม ควรฟังใคร” นายนภินทรกล่าว

ส่วนกรณีข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ของผู้สมัคร สว. จำนวนมากที่ปรากฏบริเวณโรงแรมพูลแมน นายนภินทรระบุว่า โรงแรมดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะ ใครก็สามารถเข้าไปได้ และหากมีการรวมตัวกันถึง 100 คนจริง ก็ควรต้องใช้ห้องประชุมขนาดใหญ่ เพราะพื้นที่ห้องประชุมขนาดเล็กที่ตนทราบสามารถรองรับได้เพียงประมาณ 4 คน พร้อมตั้งคำถามว่าเพียงการพบสัญญาณโทรศัพท์ของ สว. บริเวณดังกล่าว เพียงพอที่จะใช้เป็นหลักฐานกล่าวหาหรือไม่

นายนภินทรยังนำหนังสือเดินทางและหลักฐานการเดินทางมาแสดง เพื่อยืนยันว่าในวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่ที่โรงแรมพูลแมน ตนไม่ได้อยู่ในประเทศไทย แต่เดินทางไปราชการที่ประเทศเยอรมนี

โดยระบุว่า เดินทางออกจากประเทศไทยวันที่ 28 มิถุนายน 2567 ถึงนครแฟรงก์เฟิร์ตวันที่ 29 มิถุนายน และเดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 พร้อมตั้งคำถามว่า เมื่อมีหลักฐานการเดินทางดังกล่าว จะสามารถตั้งข้อกล่าวหาว่าตนอยู่ในสถานที่ดังกล่าวได้อย่างไร

“ตั้งข้อหาแบบสุ่ม 225 คน ผมเชื่อว่าหลายคนมีหลักฐานข้อมูลที่จะชี้แจง แต่คุณเปิดหลักฐานฝั่งเดียว ขณะที่คนที่ถูกร้องคุณไม่เปิด เปิดเฉพาะหลักฐานที่เป็นผลร้ายกับผู้ถูกร้อง แบบนี้เป็นหลักฐานที่สกปรก” นายนภินทรกล่าว

นายนภินทรย้ำว่า หากนายพริษฐ์หรือนายยิ่งชีพมีข้อสงสัย สามารถสอบถามตนได้โดยตรง และพร้อมตอบทุกคำถาม พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เลือกนำเสนอเพียงด้านเดียว โดยอ้างว่ามีหลักฐานจำนวนกว่า 90,000 หน้า

นอกจากนี้ นายนภินทรเปิดเผยว่าได้เข้าแจ้งความนายยิ่งชีพไว้ที่ สน.ทองหล่อแล้ว โดยกล่าวหาว่ามีการนำข้อมูลกรณีนายเอเข้าพบตนและมีข้าราชการอยู่ในเหตุการณ์ไปปรับข้อความบางส่วน ก่อนนำเสนอในลักษณะที่ทำให้เกิดความเข้าใจในทางเสียหาย พร้อมระบุว่าเป็นการใส่ร้ายและเป็น “การเมืองสกปรก”

“ผมแจ้งความไว้แล้ว เจอกันในศาล หลักฐานมี 90,000 กว่าหน้า ก็ต้องเปิดให้เห็นทุกมุม อย่าเปิดหลักฐานซีกเดียว” นายนภินทรกล่าว พร้อมยืนยันว่า ตนมีจิตสำนึกในการทำงานเพื่อบ้านเมือง

ส่วนกรณีนายพริษฐ์ไม่ได้เดินทางมาร่วมแถลงข่าว เนื่องจากติดสัมมนาและระบุว่าไม่จำเป็นต้องมานั้น นายนภินทรกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่กับสังคมว่าจะมองอย่างไร และการไม่มาในวันนี้ก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคนว่าเห็นเรื่องใดสำคัญกว่า

TAGS: #นภินทรศรีสรรพางค์ #นภินทร #ฮั้วสว #เลือกสว #สว67 #พริษฐ์วัชรสินธุ #ยิ่งชีพอัชฌานนท์