เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน พระราชกำหนด (พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ
ก่อนการลงมติ เวลาประมาณ 20.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้กล่าวสรุปภาพรวมว่า วันนี้เราได้ใช้เวลาทั้งวันในการพิจารณา พ.ร.ก.ฯ ที่ทางรัฐบาลได้เสนอให้สภาฯแห่งนี้ได้พิจารณาเมื่อสักครู่ คงได้เห็นแล้วว่าปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ได้อภิปรายชี้แจงให้ความมั่นใจกับสมาชิกทั้งหลาย ตลอดจนพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศว่า จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรมและพิสูจน์ได้ ซึ่งตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐบาล
ขอขอบพระคุณปลัดกระทรวงการคลังที่ได้แสดงให้พี่น้องประชาชนได้เห็นกับการทำงานที่มีเอกภาพระหว่างฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติ ขอยืนยันเจตนาสุจริตมุ่งเป้าไปที่ประเทศและพี่น้องประชาชนเท่านั้นในการออกพ.ร.ก.ฯ ฉบับนี้
"กระผมขอยืนยันเจตนารมย์ที่สุจริต มุ่งเป้าไปที่ประเทศและพี่น้องประชาชนเท่านั้นในการออก พ.ร.ก.เงินกู้ ฉบับนี้ และขอให้คำมั่นสัญญาว่า จะไม่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับใครเป็นการเฉพาะ ผม นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทุกท่านจะคอยติดตามการใช้จ่ายงบประมาณอย่างใกล้ชิด ไม่ให้มีการรั่วไหลเป็นอันขาด"
ผมรู้ดีว่า นี่คือเงินกู้ ไม่ใช่เงินงบประมาณ ไม่ใช่เงินของเรา ที่เราสามารถนำมาจัดสรรใช้จ่ายได้โดยที่ไม่มีต้นทุน ผมทราบดีว่า เงินกู้นี้ต้องมีต้นทุน และได้พิจารณาแล้วว่า ต้นทุนที่เราได้มานั้น มันคุ้มค่ากับสิ่งที่เราจะได้จากการดำเนินโครงการต่างๆ ตาม พ.ร.ก. เงินกู้ ฉบับนี้ พวกผมรู้ว่า รัฐบาลจ่ายได้"
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ท้ายที่สุดนี้ตนจะให้ส่วนราชการทุกฝ่ายได้เร่งปฏิบัติสรุปรวบรวมคำเสนอแนะ ข้อเสนอแนะต่างๆ ที่ตนถือว่า ทุกข้อเสนอ ทุกแนวทางที่ท่านได้กรุณาอภิปรายตลอดเวลาทั้งหมดนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์และเราจะนำมาประยุกต์ใช้ในช่วงดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติต่อไป
"สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณอีกครั้ง ถึงแม้ว่าท่านจะไม่อยากฟังแล้ว แต่ก็ต้องขอขอบพระคุณที่ท่านได้โอกาสผมมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีรับใช้ประเทศชาติและพี่น้องประชาชน"
จากนั้นได้เปิดให้สมาชิกในที่ประชุมลงมติ โดยผลปรากฎว่า จากจำนวนผู้ลงมติ 478 เสียง เห็นด้วย 285 เสียง ไม่เห็นด้วย 141 เสียง งดออกเสียง 52 เสียง