“ไอซ์ รักชนก” โยนถาม “ภาวุธ” ปม TH-AI Passport หลังถูกมองท่าทีเปลี่ยน ซัดผู้มีอำนาจเบี่ยงประเด็นทุจริตไปคุยเรื่องความคุ้มค่า
นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์นายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่ามีท่าทีต่อโครงการ TH-AI Passport เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก จนถูกตั้งคำถามว่าได้มีการพูดคุยกันภายในพรรคถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นหรือไม่
นางสาวรักชนกกล่าวว่า หากถามตนเองคงไม่ได้คำตอบ เพราะผู้ที่ควรตอบเรื่องนี้คือนายภาวุธ จึงขอให้ไปสอบถามเจ้าตัวโดยตรง
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าการเปลี่ยนท่าทีอาจเกี่ยวข้องกับการเจรจาหรือการแลกเปลี่ยนบางประเด็น รวมถึงกรณีคดี Forex นางสาวรักชนกกล่าวว่า ไม่มีใครตอบคำถามได้ดีเท่านายภาวุธ พร้อมแนะนำให้สื่อมวลชนติดตามตัวนายภาวุธให้พบและไปถามเจ้าตัวโดยตรง
ส่วนกรณีที่ท่าทีดังกล่าวอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับโครงการ นางสาวรักชนกกล่าวว่า ต้องแยกประเด็นระหว่างประชาชนที่ทดลองใช้โครงการแล้วเห็นว่าสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นและมีความคุ้มค่า กับจุดยืนของฝ่ายการเมืองที่ต้องตรวจสอบโครงการที่มีข้อพิรุธ
นางสาวรักชนกกล่าวว่า พรรคประชาชนมีจุดยืนตั้งแต่แรกว่าต้องการตรวจสอบและยุติโครงการที่มีข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสหรืออาจมีการล็อกสเปก โดยยืนยันว่า “ธง” ของพรรคไม่เคยเปลี่ยน และจะเดินหน้าตรวจสอบเพื่อให้โครงการดังกล่าวยุติการใช้งบประมาณตามที่ตั้งเป้าไว้ แม้ผลสุดท้ายอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่จะทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด
“เราคุยกันชัดเจนแล้วว่าธงเราคืออะไร การเปลี่ยนท่าทีของฝ่ายการเมือง ประชาชนสามารถติดตามและตกผลึกได้ว่าแปลกหรือไม่ และประชาชนจะเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์และตัดสินว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรื่องนี้” นางสาวรักชนกกล่าว
นางสาวรักชนกยังกล่าวถึงบทบาทของผู้มีอำนาจและผู้มีอิทธิพลว่า สามารถใช้ทั้งอำนาจ ทรัพยากร และกลไกภายในระบบราชการ เพื่อเปลี่ยนทิศทางความสนใจของสังคมจากประเด็นทุจริตคอร์รัปชันและการล็อกสเปก ไปสู่การถกเถียงเรื่องความคุ้มค่าของโครงการ
นางสาวรักชนกกล่าวว่า หากพูดคุยกันในประเด็นทุจริตคอร์รัปชันและการล็อกสเปก ผู้เกี่ยวข้องอาจไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าเหตุใดจึงกำหนดรายละเอียดไว้ใน TOR เช่นนั้น จึงพยายามเปลี่ยนไปพูดถึงความคุ้มค่าของโครงการแทน
สำหรับโครงการที่ใช้งบประมาณประมาณ 1,600 ล้านบาท นางสาวรักชนกกล่าวว่า การทำให้โครงการเกิดความคุ้มค่าเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องรอให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ประเด็นสำคัญคือเหตุใดจึงไม่เกิดความคุ้มค่าตั้งแต่ต้น และเหตุใดสังคมจึงรับรู้เรื่องโครงการตั้งแต่ก่อนที่ TOR จะแล้วเสร็จ
นางสาวรักชนกกล่าวว่า หากผู้เกี่ยวข้องเลือกพูดเฉพาะเรื่องความคุ้มค่า โดยไม่ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำโครงการและ TOR ก็สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาว่าเหตุใดประเทศไทยจึงยังแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันได้ยาก
เมื่อถามว่าหากนายภาวุธยังยืนยันพูดถึงเรื่องความคุ้มค่าของโครงการ จะยังสามารถทำงานร่วมกันในพรรคประชาชนต่อไปได้หรือไม่ นางสาวรักชนกกล่าวว่า ขอให้ไปถามนายภาวุธ เพราะตนเองก็อยากฟังคำตอบเช่นกัน