“รมว.กลาโหม” น้ำตาคลอ เปิดใจยอมรับเสียใจกับคำพูดที่สื่อสารไม่ครบ จนถูกมองว่าไม่รักลูกน้อง ยืนยันไม่มีความขัดแย้งกับแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมกำชับติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ย่ำลูกน้องต้องไม่ตายฟรี
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม น้ำตาคลอระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือทวิภาคีกับ พล.ร.อ.ต่ง จวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยกล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2569 และกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากคำให้สัมภาษณ์ของตน
พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่มีเรื่องใดสร้างความเจ็บปวดใจไปกว่าการที่ผู้ใต้บังคับบัญชาเสียชีวิตจากการสู้รบ เนื่องจากตนเป็นทหารและยังยึดมั่นในความเป็นทหารมาโดยตลอด แม้ปัจจุบันจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมยืนยันว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาจะต้องไม่เสียชีวิตโดยสูญเปล่า
“ผมเป็นทหาร ไม่มีอะไรช้ำใจไปกว่าลูกน้องเสียชีวิตจากการสู้รบ สีเขียวจับหนังหัวผมอยู่ตลอด ไม่เคยเปลี่ยน ถึงแม้ว่าบทบาทจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลูกน้องต้องไม่ตายฟรี” พล.ท.อดุลย์กล่าว
พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้พูดคุยกับเสนาธิการทหารและแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมกำชับให้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาให้ได้ โดยยืนยันว่าตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมา ไม่เคยปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสียชีวิตโดยไม่ได้รับการดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระบุว่า การแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์จำเป็นต้องคำนึงถึงบทบาทและสถานะของตน เพราะหากพูดรุนแรงเกินไปอาจทำให้สถานการณ์ยกระดับขึ้น จึงพยายามระมัดระวังการสื่อสาร แต่เมื่อจำเป็นต้องพูดถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้น ก็ต้องพูดออกมา
พล.ท.อดุลย์ยอมรับว่า รู้สึกเสียใจกับคำพูดที่สื่อสารออกไปได้ไม่ครบถ้วน จนทำให้สังคมและสื่อสังคมออนไลน์บางส่วนเข้าใจผิด และมองว่าตนไม่รักลูกน้อง พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนั้น
“ไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่ากับการถูกด่าว่าไม่รักลูกน้อง ผมไม่เคยเปลี่ยนแปลงชีวิต สีเขียวจับหนังหัวตลอดเวลา ลูกน้องต้องไม่ตายฟรี ผมยืนยัน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าว
พล.ท.อดุลย์ยังยืนยันว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งกับแม่ทัพภาคที่ 4 โดยหลังเกิดเหตุไม่ถึง 1 ชั่วโมงได้มีการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ และก่อนเสนาธิการทหารลงพื้นที่ก็ได้พูดคุยกันเช่นกัน พร้อมระบุว่า หากต้องการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวสามารถสอบถามเสนาธิการทหารได้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า สิ่งที่รู้สึกเสียใจคือการที่คำพูดของตนถูกนำไปตีความว่าเป็นการพูดเพื่อสร้างภาพ หรือเปลี่ยนแปลงไปหลังเข้ามารับตำแหน่งทางการเมือง ทั้งที่ตนไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งหรืออำนาจ และยังคงมีความเป็นทหารเช่นเดิม
“ผมเสียใจกับคำพูดของหลาย ๆ คนว่าพอมาเป็นทหารการเมืองก็เปลี่ยนแปลงไป ผมไม่ได้มีความหลงใหลได้ปลื้มอะไรมาก ไม่เคยยึดติดอะไรเลย ท่านไปอีสาน ไปถามทุกคนที่เป็นทหารเลยว่าผมเป็นแบบไหน ไปถามดูได้เลย” พล.ท.อดุลย์กล่าว