“อนุทิน” ลั่นรัฐบาลเข้มแข็ง ปกป้องอธิปไตยไทย หากถูกคุกคามพร้อมตอบโต้เด็ดขาด

“อนุทิน” ลั่นรัฐบาลเข้มแข็ง ปกป้องอธิปไตยไทย หากถูกคุกคามพร้อมตอบโต้เด็ดขาด
อนุทิน ย้ำรัฐบาลเข้มแข็งมีเสถียรภาพไม่เอาผลประโยชน์ทางการเมืองอยู่เหนือชาติประกาศไทยไม่ต้องการขัดแย้งกับเพื่อนบ้านแต่หากถูกคุกคามหรือเอาเปรียบพร้อมตอบโต้เด็ดขาดเผยพร้อมฟื้นสัมพันธ์แต่ต้องไม่เสียเปรียบ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2569 โดยมีปลัดกระทรวง ผู้บัญชาการเหล่าทัพ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมว่า รัฐบาลขอขอบคุณทุกกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานของรัฐบาลและช่วยกันแก้ไขสถานการณ์สำคัญของประเทศ ทั้งด้านความมั่นคง เหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ พระราชพิธีสำคัญ รวมถึงปัญหาน้ำท่วม ถนนถล่ม และวิกฤตด้านอื่น ๆ

นายอนุทินกล่าวว่า แม้ในช่วงแรกหลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยและตั้งคำถามว่าจะสามารถบริหารประเทศได้หรือไม่ แต่ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย รัฐบาลสามารถใช้กลไกของภาครัฐและการบูรณาการร่วมกันคลี่คลายสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้เป็นเพียงการประคับประคองสถานการณ์เท่านั้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี แต่ถือว่าตนเองเป็นข้าราชการคนหนึ่งที่ต้องลงไปดูแลทุกข์สุขของประชาชน พร้อมขอบคุณข้าราชการที่วางตัวอย่างเหมาะสมในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่ทำให้ฝ่ายใดรู้สึกได้เปรียบหรือเสียเปรียบ และไม่ใช้กลไกรัฐเอื้อประโยชน์ทางการเมือง

“รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง มีเสถียรภาพ มีความเข้าใจกัน แม้รัฐมนตรีจะมาจากหลายพรรคร่วมรัฐบาล แต่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับภารกิจหน้าที่เป็นหลัก ไม่ได้มุ่งรักษาอำนาจทางการเมืองเป็นสำคัญ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายอนุทินย้ำว่า ความอยู่รอดของรัฐบาลขึ้นอยู่กับผลงาน ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหัวหน้าส่วนราชการ โดยการมอบนโยบายที่ผ่านมาไม่เคยสั่งการข้ามสายบังคับบัญชา แต่พร้อมติดตามและสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อให้นโยบายรัฐบาลประสบความสำเร็จ

สำหรับด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารว่า หน่วยปฏิบัติมีความสามารถและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการปราบปรามอาชญากรรม การดำเนินคดีและขยายผล การปราบปรามแก๊งโปรแกรมเมอร์อาชญากรรม และการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยสามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

ส่วนองค์กรตรวจสอบ นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลไม่สามารถก้าวก่ายการทำงานของ ป.ป.ท. ได้ แต่ยังมีกลไกความร่วมมือระหว่างองค์กรอิสระกับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งต่างฝ่ายต่างแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความเป็นมืออาชีพ และความไว้เนื้อเชื่อใจกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลยืนยันจุดยืนชัดเจนว่า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศและประชาชน จะไม่ยอมให้ผลประโยชน์ส่วนตัว ผลประโยชน์ทางการเมือง หรือการรักษาอำนาจรัฐ อยู่เหนือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

ในประเด็นความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง แต่ต้องรักษาเกียรติภูมิและอธิปไตยของประเทศไว้ พร้อมยืนยันว่าไทยไม่เคยรุกรานใคร เคารพอธิปไตยของทุกประเทศ และไม่ต้องการความขัดแย้ง แต่หากประเทศไทยถูกคุกคาม ถูกเอาเปรียบ หรือถูกกระทำ ก็จำเป็นต้องตอบโต้ด้วยความเด็ดขาด

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลได้แจ้งไปแล้วว่าประเทศไทยพร้อมฟื้นฟูความสัมพันธ์ แต่การเจรจาต้องอยู่บนพื้นฐานที่ประเทศไทยกำหนดไว้ ประเด็นใดที่สามารถพูดคุยได้โดยไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของชาติ ก็พร้อมหารือ แต่หากเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบ จะไม่ยอมรับ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลมั่นใจในศักยภาพของหน่วยงานด้านความมั่นคงที่จะปกป้องเอกราชและความปลอดภัยของประเทศ พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าเตรียมโครงการด้านการลงทุนและการพัฒนา โดยเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ภายในประเทศมีความสงบและปลอดภัย ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าอธิปไตยของประเทศมีความมั่นคงและประชาชนปลอดภัย

นายอนุทินยังขอให้ทุกกระทรวงบูรณาการการทำงานร่วมกันตั้งแต่ระดับนโยบาย ไม่ยึดติดเฉพาะผลประโยชน์ของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง พร้อมย้ำว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้ไม่ใช่คณะรัฐมนตรีของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็น “คณะรัฐมนตรีของประเทศไทย” ที่ต้องร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ

ส่วนการเจรจากับต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้หัวหน้าคณะเจรจามีข้อมูลครบถ้วน

นายกรัฐมนตรีเตือนว่า หากผู้แทนไทยเดินทางไปเจรจาแล้วต้องกลับมาขอข้อมูลเพิ่มเติมจากแต่ละกระทรวง จะทำให้ประเทศเสียเปรียบ เพราะคู่เจรจาสามารถจับทางได้ ดังนั้น ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เจรจาต้องถือว่าเดินทางไปในนามรัฐบาล ไม่ใช่ในนามกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง

ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตราบใดที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะเดินหน้าประชุมและรับฟังข้อมูล ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากหัวหน้าส่วนราชการอย่างเต็มที่ เพราะการประชุมต้องนำไปสู่ประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ

พร้อมฝากถึงข้าราชการทุกคนว่า “ขออย่าใส่เกียร์ว่าง เพราะความเป็นข้าราชการหมดเที่ยงคืนวันที่ 1 ตุลาคม” และย้ำว่า อำนาจหน้าที่ของข้าราชการคือความรับผิดชอบตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ใช่เฉพาะในเวลาราชการเท่านั้น

TAGS: #อนุทินชาญวีรกูล #อนุทิน #นายกรัฐมนตรี #ความมั่นคง #อธิปไตย #ไทยกัมพูชา #ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ