"ชัยวัฒน์" ชี้ ระบบอากง'หัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก' ลั่น ปชน.ปราบทุจริต การันตีไม่ปล่อยซื้อขายตำแหน่ง เมินผลนิด้าโพล รั้งที่ 3 บอกโพลที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด คือ 28 มิ.ย. พร้อมทำงานเต็มที่-ดีที่สุด
ที่ตลาด อ.ต.ก นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาชน เผยถึงกรณีระบบอากงว่า เราต้องยอมรับว่าเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง การทุจริตมีมาในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ทางพรรคประชาชนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง การทุจริตงบประมาณการทุจริตซื้อขายตำแหน่ง ต้องใช้เจตนาอันแน่วแน่ และมีเจตจำนงทางการเมือง รวมถึงมีระบบป้องกัน ติดตามจับ ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนได้นำเสนอมาโดยตลอด ว่าเราจะใช้ระบบมาป้องกัน ด้วยเจตนาอันแน่วแน่ ที่จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ภายใต้การบริหารของตน
"ปัญหาเหล่านี้ปัญหาเหล่านี้พูดได้เลยว่า ถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ทางพรรคประชาชนขอโอกาส จากชาวกทม. เพื่อจะแสดงให้เห็น ว่าการบริหารแบบที่มีเจตจำนงอันแน่วแน่ ในการไม่ให้เกิดทุจริตคอรัปชั่น เป็นไปได้จริง" นายชัยวัฒน์ กล่าว
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า การที่จะป้องกันได้จริง ไม่ใช่แค่เฉพาะตน แต่ผู้บริหารภายใต้การนำของตน ตนจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ถือเป็นความแตกต่าง
เมื่อถามว่า หากได้เป็นผู้ว่าฯกทม. จะเข้าไปรื้อระบบใช่หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า อย่างที่เรียนว่าถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก เราจะเน้นการป้องกัน ไม่ให้เกิดขึ้น การซื้อขายตำแหน่งทำเพื่อไปโกงกินงบประมาณ ผลประโยชน์ และการถอนทุนคืน ให้ได้มากกว่าเงินที่ซื้อขายตำแหน่ง ดังนั้นหากไม่สามารถโกงกินได้ การซื้อขายตำแหน่งก็จะไม่มีประโยชน์ พรรคประชาชนมีระบบป้องกันตั้งแต่ระบบต้นน้ำ อย่างเช่น ที่ อบจ.ลำพูน ที่พรรคประชาชนได้เข้าไปบริหาร ซึ่งงบประมาณต่างๆก็ได้พิสูจน์แล้วว่าการรั่วไหล การทุจริต การซื้อของที่ห่างจากราคากลางลดลงไปมาก กว่า 26.7% ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องของผู้นำ หัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก ได้พิสูจน์มาแล้วด้วยแบรนด์ของพรรคประชาชน
ส่วนผลสำรวจ “นิด้าโพล” โค้งแรก ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569 อันดับที่ 1 คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับที่ 2 ยังไม่แน่ใจ ขณะที่ตนเองอยู่ที่อันดับที่ 3 จะทำอย่างไรให้คะแนนตีตื้นขึ้นมา นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า คิดว่าโพลที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด คือ วันที่ 28 มิ.ย. ตนเองและผู้สมัครส.ก.ทุกคน จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ดีที่สุด นำเสนอแนวทางนโยบายและการทำงานของเราต่อกรุงเทพมหานครอย่างตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์สุจริต เพื่อให้ประชาชนให้โอกาสเข้าไปทำงาน ซึ่งต้องทำทุกวันให้ดีที่สุด
ส่วนคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร มั่นใจหรือไม่ว่าจะทำให้คนกลุ่มนั้นหันมาเลือกเรา นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เป็นส่วนที่เราคาดหวัง และหวังว่าจะทำให้กลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจ เล็งเห็นว่าการให้โอกาสพรรคประชาชนจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ในอนาคตของกรุงเทพมหานครที่แตกต่างจาก 4 ปีที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่เราอยากขอโอกาส
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการหาเสียงจะมีแคมเปญออกมาให้ประชาชนว้าวหรือไม่นั้นนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ขอให้ช่วยติดตาม เราจะมีแคมเปญในแต่ละเฟสออกมาเรื่อย ๆ ผ่านการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ
นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวถึงหลักเกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีการตัดสิทธิ์พ่อแม่หลังลูกนำไปยื่นลดหย่อนภาษี ว่า เรื่องนี้มีหลายคนแสดงความคิดเห็นไปแล้ว อย่าง นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ส่วนตัวคิดว่าการอธิบายเรื่องตัวเลขและตรรกะอาจจะยังไม่สมเหตุสมผล อยากให้กระทรวงการคลังที่เป็นผู้ออกนโยบายเป็นผู้อธิบาย ว่าด้วยตรรกะอะไร เพราะบางครั้งพ่อแม่อาจจะเป็นผู้ที่ไม่มีรายได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องนำไปปรับปรุง
ส่วนในฐานะที่ตนเองเคยอยู่ในธนาคารแห่งประเทศไทยมาก่อน มองทางออกหรือวิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนเองคิดว่าให้ฝ่ายนโยบายของกระทรวงการคลังเป็นผู้อธิบายดีกว่า ส่วนตัวขอโฟกัสการนำเสนอนโยบายสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจในอีกรูปแบบหนึ่ง อย่างนโยบายตอนนี้ “โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40” หากเป็นการนำภายใต้ตนเองจะมีนโยบาย “หวย SME กทม.” ซึ่งได้พิสูจน์มาแล้วที่ประเทศไต้หวัน ว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง เศรษฐกิจรากหญ้า จากฐานราก ร้านค้า SME มีคนเข้ามาซื้อขายมากขึ้น และทุก ๆ 20 บาท มีสิทธิ์ลุ้นรางวัล เราจะจับรางวัลให้เดือนละ 10 ล้านบาท แล้วคนที่ได้รางวัลก็จะนำไปโฆษณาแบบปากต่อปาก จึงกระตุ้นให้คนเข้ามาซื้อของกับร้านค้า SME มากขึ้น แล้วได้เริ่มทำระบบนี้ที่จังหวัดลำพูนแล้ว ส่วนตัวเชื่อว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครสเกลจะใหญ่กว่าจังหวัดลำพูน และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ให้กับร้านค้าได้มาก