"โดมินิก โทเร็ตโต" เคยพูดกับ "วินซ์" ไว้อย่างอบอุ่นว่า "There's always room for family" หรือ "มีที่ว่างสำหรับครอบครัวเสมอ"
ประโยคอ้าแขนต้อนรับการกลับมาของเพื่อนรักที่ช่วงหนึ่งของชีวิตมีเหตุผลให้ต้องแยกทางกันไป ก่อนจะกลับมาร่วมทำภารกิจสำคัญ
หลายคนก็คงคิดไม่ถึงเหมือนกันว่า The Fast & The Furious ภาพยนตร์แฟรนไชส์ที่เปิดเรื่องมาด้วยรถซิ่ง เสียงเครื่องยนต์ และการแข่งรถบนถนน จะเดินทางมาไกลจนกลายเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ที่พูดถึงคำว่า "ครอบครัว" บ่อยที่สุด
ตอนภาคแรกออกฉายในปี 2001 หนังยังไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากนัก เรื่องราววนอยู่กับรถซิ่งใต้ดิน แก๊งนักแข่ง และภารกิจของไบรอัน โอคอนเนอร์ ตำรวจหนุ่มที่แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มของดอม โทเร็ตโต
แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ จากที่เริ่มต้นด้วยการเป็น "คู่แข่ง" ไบรอันกับดอมกลับค่อยๆ กลายเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง และกลายเป็นคนในครอบครัวเดียวกันในที่สุด
และดูเหมือนว่า คำว่า "ครอบครัว" นี่แหละ ที่ค่อยๆ กลายเป็นหัวใจของ Fast & Furious
เพราะยิ่งทำต่อ หนังยิ่งไม่ได้มีแค่เรื่องของรถหรือความเร็ว
จากแข่งรถบนถนน เปลี่ยนเรื่องราวมาเป็นการปล้น ไล่ล่า สายลับ ภารกิจระดับโลก รถบินออกจากเครื่องบิน รถกระโดดข้ามตึก และไปไกลถึงขั้นขึ้นอวกาศ
คือเรียกได้ว่า จากหนังรถซิ่ง กลายเป็นหนังแอ็กชันที่อะไรก็เกิดขึ้นได้
แต่ไม่ว่าจะเวอร์วังแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่หนังไม่เคยทิ้งคือ "ทีม"
ในแทบทุกภาคดอมไม่ได้สู้คนเดียว แต่มีทั้งเล็ตตี้ โรมัน เทจ ฮาน มิอา และสมาชิกอีกมากมายที่เข้ามาเติมเต็มทีมนี้ จนสุดท้ายพวกเขารักและผูกพันกันเหมือนครอบครัว
และนี่แหละที่ทำให้ Fast & Furious ต่างจากหนังแข่งรถทั่วไป เพราะคนดูไม่ได้แค่ลุ้นว่า "ใครจะชนะ" แต่ยังเอาใจช่วยและลุ้นว่าา "ทุกคนจะรอดกลับบ้านไหม"
ยิ่งหลังการจากไปของ "พอล วอล์กเกอร์" ผู้รับบท "ไบรอัน โอคอนเนอร์" ความหมายของคำว่า ครอบครัวก็ยิ่งชัดขึ้นไปอีก ใน Furious 7 กับฉากส่งท้ายไบรอัน
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา Fast & Furious อาจเปลี่ยนไปเยอะมาก เพิ่มระดับความท้าทาย และความสนุก
แต่แก่นของเรื่องกลับง่ายมาก
ถ้ามีคนที่เรารักอยู่ข้างๆ ต่อให้ภารกิจจะบ้าบอแค่ไหน เราก็พร้อมไปด้วยกัน และคำว่า แฟรนไชส์เรื่องนี้ยังทำให้เห็นว่า คำว่า ครอบครัว ไม่จำเป็น ต้องเกิดมาจากสายเลือดเดียวกันเสมอไป เพียงแค่ทำให้มิตรภาพมันยั่งยืน
และล่าสุดตำนานความเร็วก็ใกล้ปิดฉากลงแล้ว โดย วิน ดีเซล เผยว่า ภาคจบนี้จะใช้ชื่อว่า Fast Forever และจะเริ่มเดินหน้าถ่ายทำในเดือนธันวาคม 2026 นี้ ก่อนจะฉายให้แฟนๆ ได้ชมในวันที่ 17 มีนาคม 2028
ในภาพยนตร์ภาคจบ Fast Forever เป็นที่น่าจับตามองว่า "ครอบครัวของดอมจะจบเรื่องนี้ด้วยกันอย่างไร"
SOURCE :