เจมส์ คาเมรอน ให้สัมภาษณ์ใน “The Empire Film Podcast” ว่า ในปัจจุบันมีหลายโปรเจกต์ที่กำลังอยู่ในการพัฒนาของเขา ซึ่งนั่นรวมถึง Avatar ภาค 4 และ 5 โดยทีมงานกำลังมองหาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อมาช่วยในการสร้างหนังให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะในการสร้าง Avatar สามภาคที่ผ่านมาใช้ทั้งเงินและเวลาที่มหาศาล
เป้าหมายของเจมส์ คาเมรอน ต้องการจะใช้เวลาสร้างให้เร็วขึ้นเดิมกว่าครึ่งหนึ่ง และใช้ลดงบประมาณเพียงสองในสามจากทุนสร้างเดิม แถมยังเสริมอีกว่า การจะหาวิธีการสำหรับทำแบบนั้น อาจจะต้องใช้เวลาเตรียมการประมาณ 1 ปี เพื่อคิดวิธีการและวางระบบใหม่ให้ออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรม
จากบทความระบุ อีกว่า ภาพยนตร์ Avatar เป็นแฟรนไชส์เดียวที่ทุกภาคทำเงิน 1,000 ล้านเหรียญทั่วโลก โดย Avatar (2009) ทำเงินไป 2.7 พันล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 237 ล้านเหรียญ และภาคสอง Avatar: The Way of Water ที่ทำเงินไปสูงถึง 2.3 พันล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 460 ล้านเหรียญ
รวมถึงภาคสาม ที่รายได้อาจจะไม่เข้าเป้าทางสตูดิโอแต่ก็ยังคงทำเงินสูงถึง 1.4 ล้านเหรียญจากทุนสร้าง 400 ล้านเหรียญ (รายได้ไม่รวมจากการฉาย Re-Release ของทั้งสองภาคก่อนหน้า)
สำหรับทางฝั่ง Disney อาจจะมองว่าตัวเลขของภาคสามลดลงอย่างเห็นได้ชัดในแง่ของรายได้เนื่องจากทุนสร้างที่สูง เพราะยังไม่รวมค่าทำการตลาดอีกจำนวนมหาศาล
นอกจากนี้ทาง “เจมส์ คาเมรอน” ให้สัมภาษณ์กับทาง Entertainment Weekly ไว้ว่า ถ้าเขาไม่ได้รับอนุมัติให้ทำภาค 4 และ 5 ต่อเขาอาจจะจัดงานแถลงข่าวเพื่อเปิดเผยพล็อตเรื่องทั้งหมดให้คนดูรู้ว่าสงครามของโลก Pandora และเรื่องราวของ Avatar จะจบลงอย่างไร
เขาใช้ประโยคว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องราวของ Avatar จะไปได้ไกลกว่านี้ไหม ซึ่งผมก็หวังจะให้มันจะไปได้ต่ออยู่ดีนะ แต่คุณรู้ไหม เราก็ต้องพิสูจน์ว่ามันคุ้มค่าในเชิงธุรกิจ ถ้าเราไม่ได้ทำภาค 4 และ 5 ต่อไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมจะจัดงานแถลงข่าวเพื่อบอกว่าเราตั้งใจจะทำอะไรไว้บ้าง”
เรื่อง : เศรษวัฒน์ ทองศรีคำ
SOURCE : https://variety.com/2026/film/news/james-cameron-make-avatar-4-half-the-time-two-thirds-cost-1236751011/