การรับบทเป็น Michael Jackson ไม่ใช่แค่เรื่องของการแสดงสำหรับ Jaafar Jackson แต่คือการแบกรับทั้งความทรงจำของครอบครัว และความคาดหวังจากแฟนเพลงทั่วโลก นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
เสียงตอบรับจากโรงภาพยนตร์มีทั้งชื่นชม และบางส่วนยังเห็นต่าง หลังได้รับชม Michael (2026) ภาพยนตร์ชีวประวัติของราชาเพลงป็อป Michael Jackson ที่แสดงโดย Jaafar Jackson หลายชายแท้ๆ ที่พยายามถ่ายทอดตัวตนของคุณลุงผู้ล่วงลับได้เหมือนจนน่าขนลุก
แม้แต่ La Toya Jackson พี่สาวแท้ๆ ของ Michael ที่ได้เดินทางไปร่วมชมรอบปฐมทัศน์ยังเอ่ยปากชมด้วยความประทับใจว่า "ฉันถึงกับอึ้งไปเลย ต้องบอกว่าเหมือน Michael Jackson มากๆ จนลืมไปเลยว่านั่นคือ Jaafar เพราะมันเหมือน Michael จริงๆ"
รวมไปถึงสื่อบันเทิงระดับโลก อย่าง Variety ยังชื่นชมการแสดงของ Jaafar ว่า แสดงได้ทรงพลัง สามารถถ่ายทอดรูปลักษณ์ น้ำเสียง และท่าท่างของ Michael ได้อย่างไร้ที่ติ แม้ว่านี่จะเป็นการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกของเขาก็ตาม
ขณะที่ตัวของ Jaafar เอง เคยเล่าไว้ในรายการ TODAY with Jenna & Sheinelle เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2026 ว่า "ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ เรามักจะมีช่วงเวลาครอบครัว Michael Jackson มักจะมาหาที่บ้านที่ผมโตมา แล้วเราก็จะมีวันหนึ่งที่ได้อยู่ด้วยกัน เล่นเกมกันทั้งครอบครัว พวกเรามีช่วงเวลาที่ดีมากที่ Neverland ทั้งเล่นซ่อนหา กินขนมกันเต็มที่ นั่งเครื่องเล่น แล้วก็ดูหนัง มันเป็นช่วงเวลาที่สนุกมากจริงๆ"
บทสัมภาษณ์ข้างต้น ทำให้เห็นว่า Jaafar ไม่ได้แสดงจากการเลียนแบบลุงของเขาเท่านั้น แต่มันมาจากภาพความทรงจำและความผูกพันที่เกิดขึ้นจริงในครอบครัว
และสำหรับการสวมบทบาทเป็นลุง Michael เขาเผยความมุ่งมั่นของตัวเองไว้ว่า "ผมอยากตั้งเป้าหมายให้ตัวเองเลียนแบบท่าทางและน้ำเสียงให้ได้ดีที่สุด มันคือแก่นแท้ของเขาเลย รวมถึงวิธีการสนทนาด้วย แต่ผมอยากให้แน่ใจว่าทุกอย่างสมดุลกัน ผมไม่อยากให้การเต้นเด่นกว่าการแสดง และการแสดงเด่นกว่าการเต้น"
ซึ่งหากดูจากคำชื่นชมต่างๆ จึงนับว่า เขาทำมันได้
แต่ถึงแม้ว่า ในพาร์ทการแสดงของ Jaafar จะได้รับการชื่นชม แต่การเล่าเรื่องราวของตัวภาพยนตร์ยังถูกวิจารณ์ โดย Peter Bradshaw ได้แสดงมุมมองไว้ใน The Guardian ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังดูตื้นเขินและขาดมิติอารมณ์ที่ลึกซึ้ง อย่างตัวละคร Michael ที่ถูกมองว่า ทำให้ดูเป็นเหมือนผู้บริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา และถ่ายทอดเพียงความใจดีและความเศร้าโศก จนถูกวิจารณ์ว่า พยายามปกป้องภาพลักษณ์ของ Michael มากเกินไปจนขาดความสมจริง รวมถึงขาดการตั้งคำถามถึงความนึกคิดจริงๆ ในใจของตัวละครนี้ โดยเป็นความเห็นจาก
เช่นเดียวกับ Alissa Wilkinson จาก New York Times ที่ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ภาพยนตร์เลือกจะละเว้นประเด็นสำคัญบางอย่างในชีวิตของ Michael ไป เช่น เหตุการณ์ที่ศีรษะของเขาถูกไฟลวกระดับรุนแรง จนทำให้เขาติดยาแก้ปวด ซึ่งนับเป็นผลกระทบอย่างมากที่ตามมาภายหลัง และการเสนอเรื่องราวยังเต็มไปด้วยความชื่นชมมากกว่าจะเสนอชีวิตจริงอีกด้านที่เป็นข้อถกเถียงในสังคม โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดเด็ก ซึ่งประเด็นที่แทบไม่ได้ถูกพูดถึงในภาพยนตร์เลย
สุดท้ายแล้ว Michael (2026) นับเป็นภาพยนตร์ที่โดดเด่นในแง่การแสดงของ Jaafar Jackson อย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตั้งคำถามกับวิธีการเล่าเรื่อง ทำให้มันกลายเป็นทั้งหนังที่น่าชื่นชม และถูกถกเถียงไปพร้อมกัน
PHOTO : LEON BENNETT / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / GETTY IMAGES VIA AFP
SOURCE :
- https://www.hollywoodreporter.com/movies/movie-news/michael-jackson-biopic-review-roundup-critics-1236570574/
- https://www.theguardian.com/film/2026/apr/21/michael-review-cliched-jackson-biopic-is-bland-bowdlerised-and-bad
- https://www.hollywoodreporter.com/movies/movie-news/michael-jackson-biopic-review-roundup-critics-1236570574/