ประตูชีวิตคู่ของ "ณเดชน์ - ญาญ่า" กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ หลังเดินทางในเส้นทางชีวิตรักมากว่า 14 ปี พร้อมจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์าแล้ว
"ผมคือผู้ชายที่มีความสุขที่สุด เพราะผมโชคดีที่สุดที่มีผู้หญิงคนนี้อยู่ในชีวิต"
ประโยคสุดอบอุ่นจากผู้ชาย อย่าง "ณเดชน์ คูกิมิยะ" ถึง "ญาญ่า อุรัสยา" ที่ถูกโพสต์ผ่านอินสตาแกรม พร้อมกับภาพถ่ายสุดน่ารัก หลังจากที่ญาญ่าได้รับการสวมแหวนจากณเดชน์ ภาพนั้นมันสื่อได้ถึงความรักของทั้งคู่ที่แสดงออกมาอย่างเอ่อล้นจนท่วมท้นในโลกโซเชียลได้เป็นอย่างดี
จากเหตุการณ์ที่คนทั้งประเทศแห่แสดงความยินดี เมื่อช่วงปี 2566 จนถึงวันนี้ผ่านมาเกือบ 2 ปี ก็ถึงเวลาที่ทั้งคู่จะได้ขยับสถานะเป็นสามี-ภรรยา พร้อมเดินทางไปสู่ประตูบานใหม่ของชีวิตรัก
แต่กว่าที่ทั้งคู่จะมาเจอกัน ได้มอบมอบความรักให้กัน เป็นพลังพวกและแรงสนับสนุนให้กันและกัน ก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย และถ้าจะให้ย้อนกลับไปในช่วงที่ทั้งคู่ได้ร่วมงานกันอย่างเป็นทางการ หลายคนก็คงนึกถึงผลงาน "ดวงใจอัคนี" หนึ่งในละครชุด 4 หัวใจแห่งขุนเขา ที่ออกอากาศเมื่อปี 2553 ซึ่งหากใครเคยได้ชม ก็คงได้เห็นความน่ารัก ความเป็นธรรมชาติ ของทั้งคู่ที่เรียกว่า เคมีเข้ากันอย่างมาก จนทำให้เกิดเป็นกระแสคู่จิ้นไปทั่วบ้านทั่วเมือง จนเกิดเป็นฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นอย่าง NY
จาก "คู่จิ้น" สู่ "คู่จริง" อย่างที่ใครหลายคนปรารถนา เพราะหลังจบละครเรื่องแรก ทั้งคู่ก็ได้ร่วมงานกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เกมร้ายเกมรัก, ธรณีนี่นี้ใครครอง และ รอยฝันตะวันเดือด ทำให้ความสนิทสนมค่อยๆ ก่อตัว พัฒนาความสัมพันธ์ จนในที่สุดสถานะของทั้งคู่ก็ชัดเจนอย่างมาก หลังจาก ณเดชน์ ได้พูดถึงญาญ่า ต่อหน้าแฟนคลับและสื่อมวลชน ในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต The Real Nadech Concert ในปี 2562 ว่า "เขาคือที่รักของผมครับ"
วินาทีนั้นเรียกว่า เป็นช็อตหยุดโลกเลยก็ว่าได้ เพราะแม้หลายคนจะเชียร์ทั้งคู่อยู่แล้ว แต่ครั้งนั้นก็ถือเป็นครั้งแรกที่แฟนคลับรอคอยความชัดเจนจากปากของคนใดคนหนึ่งมานานพอสมควร
มาวันนี้ก็เป็นเวลากว่า 14 ปีแล้ว ที่พวกเขาเดินทางมาร่วมกัน พร้อมจับมือเข้าสู่ประตูวิวาห์ โดยงานจะถูกจัดขึ้นถึง 3 รอบ ในสถานที่ที่มีความหมายแตกต่างกัน
ครั้งแรกในวันที่ 17 เมษายน 2569 ที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ ณเดชน์ ส่วนครั้งที่ 2 ที่นอร์เวย์ บ้านเกิดของญาญ่า และกรุงเทพมหานคร โดยทั้งคู่ให้เหตุผลว่า อยากให้ครอบครัว และเพื่อนๆ ได้มาร่วมงานกันครบทุกคนโดยไม่ต้องลำบากในการเดินทาง
นี่จึงกลายเป็นงานแต่งของอีกหนึ่งคู่รักที่คนแทบทั้งประเทศรอคอย และเป็นอีกคู่ที่ทำให้เห็นว่า การให้ "เวลา" เป็นกลไกสำคัญอย่างหนึ่งของความรัก