ย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 90 ในย่านคอมป์ตัน รัฐแคลิฟอร์เนีย Dr. Dre แรปเปอร์และโปรดิวเซอร์ผู้ได้รับยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะแห่งการสร้างสรรค์ดนตรี มีความทะเยอทะยานที่จะสร้างค่ายเพลงที่ให้อิสระในแบบฉบับของตัวเอง เขาจึงร่วมมือกับ Suge Knight ก่อตั้งค่ายเพลงที่ชื่อว่า Death Row Records ขึ้นมา
สิ่งที่ทำให้ค่ายนี้แตกต่างและโดดเด่นกว่าที่อื่น คือการเปลี่ยนภาพจำของเพลงแรปที่เคยฟังยาก ให้กลายเป็นแนวเพลงที่ฟังสบาย ซึ่งรู้จักกันในชื่อแนว G-Funk และในช่วงเวลาสำคัญนั้นเอง เด็กหนุ่มตัวสูงที่มีชื่อว่า Snoop Doggy Dogg ก็ได้ก้าวเข้ามาเป็นกำลังหลักในการแจ้งเกิดให้กับค่าย ส่งผลให้ผลงานยุคแรกๆ สร้างยอดขายได้อย่างถล่มทลายไปทั่วโลก
จนกระทั่งในปี 1995-1996 Death Row Records ก็ทะยานขึ้นสู่การเป็นค่ายเพลงเบอร์หนึ่งของวงการฮิปฮอปอย่างไม่มีใครกล้าปฏิเสธ โดยเฉพาะการเซ็นสัญญากับ 2Pac แรปเปอร์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนั้นทันทีหลังจากที่เขาพ้นโทษออกจากคุก ซึ่งเหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สั่นสะเทือนไปทั้งวงการ
ในยุคนั้น ไม่ว่าจะเดินไปที่ใดก็ต้องได้ยินเพลงของค่ายนี้เปิดอยู่เสมอ แต่ความยิ่งใหญ่กลับมาพร้อมกับความน่ากลัว เมื่อการบริหารงานของ Suge Knight เริ่มเดินหน้าไปในทางที่ผิด ทั้งการใช้อิทธิพลความรุนแรง การจัดการระบบการเงินที่ผิดพลาด และการสร้างศัตรูไว้รอบด้าน ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในต้นเหตุที่พา 2Pac ไปอยู่ในจุดที่เสี่ยงอันตรายที่สุด จนนำไปสู่การยิงเสียชีวิตที่ลาสเวกัสในปี 1996
ขณะเดียวกัน Dr. Dre ก็ตัดสินใจลาออกเพราะไม่สามารถทนต่อพฤติกรรมของ Suge Knight และท้ายที่สุด Snoop Dogg ก็ต้องย้ายค่ายเพื่อความปลอดภัยของชีวิต เหตุการณ์ทั้งหมดนี้จึงนำไปสู่การล่มสลายของอาณาจักร Death Row Records ในเวลาต่อมา
แต่ครั้งนั้นก็ไม่ได้ทำให้ชื่อของ Death Row Records ตายหายไป เพราะหลังจากนั้น ค่ายนี้ก็ถูกเปลี่ยนมือผ่านเจ้าของใหม่ไปหลายต่อหลายครั้ง กระทั่งในปี 2022 เมื่อ Snoop Dogg ประกาศว่า เขาได้ซื้ออาณาจักรที่เป็นจุดเริ่มต้นของเขากลับมาครอบครองแล้ว ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากให้ตำนานแห่งนี้สูญหายไป พร้อมกับเริ่มต้นปั้นศิลปินหน้าใหม่เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ดนตรีฮิปฮอปต่อไป
ปัจจุบันในปี 2026 หากคุณได้เห็นโลโก้ "รูปชายบนเก้าอี้" ให้รู้ไว้เลยว่า มันคือสัญลักษณ์ของความสำเร็จและการเริ่มต้นใหม่ภายใต้การดูแลของ Snoop Dogg
SOURCE :