“ท็อป เด็กสมบูรณ์” ทายาทซีอิ๊วรุ่น 3 พาแบรนด์สู่โลกศิลปะจากความหลงใหล

“ท็อป เด็กสมบูรณ์” ทายาทซีอิ๊วรุ่น 3 พาแบรนด์สู่โลกศิลปะจากความหลงใหล
เมื่อทายาทซอสซีอิ๊วชื่อดัง “เด็กสมบูรณ์” หลงใหลในงานศิลปะ จนเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ได้พาแบรนด์สื่อสารออกมาในรูปแบบใหม่ ผ่านการคอลแลปส์แบรนด์แฟชั่นและงานศิลปะ

ทายาท “เด็กสมบูรณ์” รุ่นที่ 3 “คุณท็อป วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์” หนุ่มไฟแรงวัย 27 ปีที่เริ่มเข้ามาคลุกคลีกับ บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด กิจการที่ตกรุ่นจากคุณปู่และคุณพ่อ กับการเป็น “หัวเรือใหญ่” ตำแหน่งที่รอเขาอยู่ในอนาคต 

แน่นอนว่า การเข้าไปรับตำแหน่งในธุรกิจของตระกูล มักเต็มไปด้วยความคาดหวังและความกดดัน แต่คุณท็อปได้มองหาสิ่งที่จะยึดเหนี่ยวจิตใจของเขาได้ อย่าง “งานศิลปะ” ที่คุณท็อปได้เริ่มสะสมและหลายชิ้นก็มีคุณค่า และสามารถต่อยอดมูลค่าเพิ่มได้อีกในอนาคต 

คุณท็อป เล่าให้ฟังว่า งานศิลปะทุกชิ้นได้มาค่อนข้างยาก และมีเรื่องราวที่พิเศษ ทำให้เขามีความหวงแหนต่อผลงานทุกชิ้น 

แต่ชิ้นที่เขาประทับใจมากที่สุด คือ ภาพวาดเด็กสมบูรณ์ในอีกเวอร์ชั่น ที่อยู่ในท่าทางสงบ โดยคาแรกเตอร์นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการความชอบศึกษาธรรมะ และเคยออกบวชอยู่วัดป่าแห่งหนึ่ง จึงอาจเรียกผลงานชิ้นนี้ได้ว่า “เด็กสมบูรณ์ ปางสงบ“ 

ความหลงใหลในงานศิลปะของคุณท็อป ยังนำพาให้แบรนด์เป็นมากกว่า ซีอิ๊วธรรมดา ด้วยการนำ “พี่เด็กสมบูรณ์” ฉายาที่คุณท็อปใช้เรียกเด็กผู้ชายที่นั่งอยู่ในแบรนด์โลโก้ ไปคอลแลปส์กับแบรนด์ต่างๆ 

“ในเชิงการตลาด เราคิดว่า จะทำอย่างไรให้เด็กสมบูรณ์ มีมูลค่ามากกว่าไปอยู่ในขวดซีอิ๊วแล้วขายได้”

เริ่มจากการทำโปรเจ็กต์ “สติ๊กเกอร์” ไลน์ ที่คุณท็อป เล่าว่า ส่วนตัวอยากให้เด็กสมบูรณ์ มีหลายอารมณ์ หลายท่าทาง เพราะตอนนี้เด็กสมบูรณ์ถูกออกแบบมาให้อยู่ในท่านั่งเพียงอย่างเดียว จึงอยากคิดให้แตกต่างออกไปในอิริยาบถต่างๆ เช่น ท่ายืน ชูสองนิ้ว หรือทำท่ากดไลค์

และด้วยความที่แบรนด์เด็กสมบูรณ์อยู่มาถึง 80 ปี แน่นอนว่า ผ่านผู้คนมาแล้วหลากหลายรุ่น จึงหาโอกาสที่จะทำให้คาแรกเตอร์ของเด็กสมบูรณ์ ให้เป็นเหมือนดาราหรือพรีเซ็นเตอร์ในรูปแบบต่างๆ อย่างเช่น การจัด Art Exhibitoion เพื่อเป็นการโปรโมท กลายเป็นศิลปะที่มีรสชาติขึ้นมาได้ 

ที่ผ่านมา เด็กสมบูรณ์ยังมีโอกาสคอลแลปส์กับแบรนด์ญี่ปุ่นแบรนด์หนึ่ง ที่มีเด็กสมบูรณ์ในท่าทางต่างๆ สกรีนอยู่บนสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด กระเป๋า แก้วน้ำ พวงกุญแจ ซึ่งนั่นถือเป็นอีกก้าวที่เด็กสมบูรณ์ได้ขยายไปสู่วงการแฟชั่นด้วยเช่นกัน 

คุณท็อป ยังคงมีความตั้งใจในอนาคตว่า อยากจะปั้น “เด็กสมบูรณ์” ให้เป็นงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นคาแร็กเตอร์ที่โด่งดัง และสามารถต่อยอดได้ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ และเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า เด็กสมบูรณ์ไม่ได้อยู่แค่ในรูปแบบของอาหาร แต่สามารถเป็นอีกหนึ่งโลโก้ที่อยู่ในสิ่งของหมวดอื่นๆ ได้อย่างมีคุณค่า 

 

เรื่อง : Pornthida Jedeepram 

TAGS: #LifeStory #Art #เด็กสมบูรณ์