InterGOLD แนะปรับพอร์ตลดเสี่ยงยอดดอยหลังพบราคาทองคำช่วงตรุษจีนพุ่ง โดยการเข้าสะสมล่วงหน้า 2-4 สัปดาห์ มีอัตราความน่าจะเป็นสร้างกำไร รอจังหวะการปรับฐานหลังจบเทศกาล
นายเศรษฐวัชร์ พุทธทิพย์ หัวหน้าทีมเทรดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมราคาทองคำในช่วงต้นปี 2026 เคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นไปตามปรากฏการณ์ "January Effect" หรือสภาวะที่สินทรัพย์การเงินมักปรับตัวขึ้นในช่วงเดือนแรกของปี จากการปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบันและการเก็งกำไรรับศักราชใหม่ รวมกับข่าวความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์จากทรัมป์ โดยทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์นี้อย่างชัดเจน และมักจะส่งแรงบวกต่อเนื่องมาจนถึงเทศกาลตรุษจีน
ทั้งนี้จากการทำ Data Back test ย้อนหลัง 20 ปี (2006-2025) ของอินเตอร์โกลด์ พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า แรงส่งจาก January Effect จะไปพีคที่สุดในช่วง 2-4 สัปดาห์ก่อนวันตรุษจีน ซึ่งมีโอกาส (Win Rate) ที่ราคาจะปรับตัวขึ้นสูงถึง 70% โดยมีผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ยอยู่ที่ 1.88% - 2.76%
"ในเชิงกลยุทธ์ เรามองว่าทองคำช่วงตรุษจีนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของดีมานด์การซื้อทองจริงเท่านั้น แต่คือการผสมผสานระหว่างปัจจัยเชิงฤดูกาลและแรงเก็งกำไรที่ไหลมาจากต้นปี หากนักลงทุนที่เข้าสะสมมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคมตามสัญญาณ January Effect ตอนนี้คือช่วงเวลาของการ 'Enjoy Profit' หรือการทำกำไรโดยรอจังหวะขายที่เหมาะสม" นายเศรษฐวัชร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนที่กังวลว่า "ซื้อตอนนี้จะทันหรือไม่" นั้น อินเตอร์โกลด์ให้ Insight ที่น่าสนใจว่า เมื่อเข้าสู่ช่วง 1 วัน ถึง 1 สัปดาห์ก่อนตรุษจีน สถิติชี้ว่าโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นต่อนั้นลดลงเหลือเพียง 50% หรือมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น ขณะที่ผลตอบแทนคาดหวังเหลือเพียง 0.32% ซึ่งสะท้อนว่าราคาได้ซึมซับ (Priced in) ข่าวดีไปเกือบหมดแล้ว
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงโค้งสุดท้ายของเทศกาล อินเตอร์โกลด์แนะนำดังนี้: กลุ่มที่มีทองคำในมือ: แนะนำให้ “ทยอยแบ่งขายทำกำไร” (Take Profit) เมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้านสำคัญในช่วงวันฉลองตรุษจีน เพื่อลดความเสี่ยงจากการพักฐานหลังจบเทศกาล
กลุ่มที่ยังไม่มีทองคำ: "ไม่ต้องรีบไล่ราคา" แต่ให้ “รอจังหวะสะสมใหม่” ในช่วงที่ตลาดคลายความร้อนแรงลงหลังจากนี้ โดยใช้สถิติช่วงที่ราคาย่อตัวหลังจบตรุษจีนเป็นโอกาสในการเข้าเก็บเพื่อรอลุ้นรอบถัดไปในปลายไตรมาสที่ 1 หรือไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไป
"หัวใจสำคัญของการซื้อขายทองในช่วงนี้ไม่ใช่การกลัวตกรถ แต่คือการเข้าใจจังหวะของตลาด (Market Timing) สถิติ 20 ปีบอกเราว่า การลงทุนในทองคำมีรอบของมัน ไม่ควรไล่ราคาในจังหวะที่ตลาดคึกคักเกินไป แต่ให้สังเกตกรอบราคาที่ระดับนัยสำคัญ หากราคามีการปรับฐานลงมาหลังจากนี้ จะเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าสะสมรอบใหม่เพื่อทำกำไรในระยะถัดไป การที่นักลงทุนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง January Effect และตรุษจีน จะช่วยให้เราไม่ต้องเป็นกลุ่มสุดท้ายที่เข้าไปรับความเสี่ยงที่ยอดดอย" นายเศรษฐวัชร์ กล่าว