XSpring ประเมิน SET ใน Q3/69 พุ่งทะลุ 1,705 จุด ชูธีมหุ้น AI แกร่ง พร้อมแนะ 2 กองทุน ผลตอบแทน 35.4%

XSpring ประเมิน SET ใน Q3/69 พุ่งทะลุ 1,705 จุด ชูธีมหุ้น AI แกร่ง พร้อมแนะ 2 กองทุน ผลตอบแทน 35.4%

นายณัฐวุฒิ จันทนะจุลพงศ์ นักกลยุทธ์ลงทุนอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) ประเมินภาพรวมการลงทุนในช่วงไตรมาส 3/2569 คาดดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) มีเป้าหมายที่ 1,705 จุด หรือมีโอกาสปรับขึ้นได้อีกราว 7% จากปัจจัยพื้นฐานโครงสร้างเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งขึ้น ทั้งการส่งออก กำไรบริษัทจดทะเบียน และกระแสเงินทุนต่างชาติ ที่สนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย พร้อมคาดว่าเมื่อความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลง เงินดอลลาร์จะทยอยอ่อนค่า หนุนให้เงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่เอเชียอีกครั้ง

ขณะที่ธีมการเติบโตของภูมิภาคยังได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรม AI และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทยังคงแนะนำลงทุนในหุ้น ADVANC, GULF และ WHA ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน พร้อมเพิ่ม KBANK และ ASK เพื่อรับธีมการลงทุนด้าน AI Infrastructure และการลงทุนใน Data Center ที่กำลังเติบโต

สำหรับมุมมองการลงทุน KTX ยังคงให้น้ำหนัก ตลาดหุ้นเอเชียมากกว่าสหรัฐฯ แม้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เริ่มผ่อนคลาย หลังคาดการณ์ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0-1 ครั้งในปีนี้ ต่ำกว่าที่ตลาดเคยกังวล เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะการบริโภคภายในประเทศเริ่มชะลอตัว ขณะที่รายได้ครัวเรือนลดลงแต่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ Fed ต้องให้น้ำหนักกับการประคองเศรษฐกิจมากกว่าการเร่งขึ้นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงไตรมาส 3 คือ สภาพคล่องในตลาดการเงินโลก จากการระดมทุนของภาครัฐและบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะ Crowding Out (ปรากฏการณ์ที่การเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายหรือการลงทุนของภาครัฐส่งผลให้การบริโภคหรือการลงทุนของภาคเอกชนลดลง) ส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์บางประเภทเข้าสู่การลงทุนใหม่ สร้างแรงขายต่อสินทรัพย์เสี่ยง

พร้อมแนะนำนักลงทุนประเมินการลงทุนด้วย 2 มุมมองทั้ง ระยะสั้น (Short-term) และ ระยะยาว (Long-term) โดยระยะสั้นยังต้องติดตามความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่หากมองภาพระยะยาว ประเมินว่าความเสี่ยงด้านพลังงานเริ่มคลี่คลาย หลังซาอุดีอาระเบียปรับลดราคาน้ำมันให้ตลาดเอเชีย กลุ่มโอเปกพลัสทยอยเพิ่มกำลังการผลิต และมีโอกาสที่น้ำมันอิหร่านจะกลับเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวบริเวณ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มทรงตัวในกรอบดังกล่าวมากกว่าปรับขึ้นรุนแรง

ด้านนายศุภพล ตั้งวิเชียร นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) เปิดเผยว่า เริ่มมีสัญญาณหมุนเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชีย หลังบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เร่งลงทุนด้าน AI ส่งผลให้เม็ดเงินไหลสู่อุตสาหกรรมต้นน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิปประมวลผล (Semiconductor) ในเอเชีย สะท้อนว่าการลงทุนด้าน AI ยังไม่จบ และยังเป็นปัจจัยหนุนสำคัญของตลาดหุ้นเอเชียในไตรมาส 3/2569 แม้ระยะสั้นจะเกิดการปรับน้ำหนักการลดลงไปกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น  (Sector Rotation)  เช่น ไปยังกลุ่ม Healthcare, Industrial และ Financial แต่คาดว่าเมื่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทยอยประกาศผลประกอบการในช่วงกลางถึงปลายเดือนนี้ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตจากธุรกิจ Cloud และ AI จะเป็นปัจจัยหนุนให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

ทั้งนี้ KTX แนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์เลือกลงทุนแบบรายตัว (Selective Buy) โดยเน้นหุ้นหรือดัชนีที่มีแนวโน้มกำไรเติบโต ได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI และยังมีมูลค่าที่เหมาะสม ได้แก่ TAIWAN19 DR ที่อ้างอิงกองทุน Yuanta/P-shares Taiwan Top 50 ETF เนื่องจากไต้หวันเป็นห่วงโซ่อุปทานหลักของ NVIDIA และอุตสาหกรรม AI โลก โดยเฉพาะ TSMC ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์แบบรับจ้างรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งคาดว่าจะประกาศผลประกอบการในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2569 และมีโอกาสรายงานกำไรที่เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมทั้งอาจปรับเพิ่มประมาณการรายได้ในระยะถัดไป นอกจากนี้ยัง แนะนำ NIKKEI80 ที่เป็น DR อ้างอิงดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น เนื่องจากโครงสร้างตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วโลก

ขณะที่นายพีรพล สุรัตนวนิช นักกลยุทธ์ลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด (XSpring AM) ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เดินหน้าลงทุนด้วยเม็ดเงินขนาดใหญ่ ในอุตสาหกรรม AI เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและความเป็นผู้นำ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนในโรงงานผลิตชิปรุ่นใหม่ การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง และการต่อยอดนวัตกรรมด้านวัสดุและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้ญี่ปุ่นยังคงมีความได้เปรียบในธุรกิจต้นน้ำ ตั้งแต่เครื่องจักรผลิตชิป วัสดุ ไปจนถึงการทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ ด้วยเหตุนี้ XSpringAM จึงแนะนำกองทุน X-JPTOPTECH ที่ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำของญี่ปุ่น 20 บริษัท ครอบคลุมผู้นำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของ AI ปัจจุบันสามารถให้ผลตอบแทนช่วง 1 เดือน อยู่ที่ราว 12%  และมีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (Year to Date) อยู่ที่ประมาณ 35.3%

นอกจากนี้ การเติบโตของ AI จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบประมวลผล AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2569-2573 สหรัฐฯ มีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสาธารณูปโภค ทั้งนี้คาดว่าจะลงทุนคิดเป็นมูลค่าราว 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว ดังนั้น XSpringAM จึงแนะนำกองทุน  X-VOLT ซึ่งลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ครอบคลุมโครงข่ายพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อรับอานิสงส์จากการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI ในระยะยาว ซึ่งสามารถให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (Year to Date) อยู่ที่ประมาณ 35.4%

TAGS: #XSpring #KTX #SET #หุ้น #AI #กองทุน #การลงทุน