กรุงไทย ประเมินเงินบาทระยะสั้นมีโอกาสแข็งค่าทดสอบ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ รับความหวังสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย แต่เตือนหากความขัดแย้งปะทุรุนแรง ราคาน้ำมันพุ่ง อาจฉุดเงินบาทอ่อนค่าทะลุ 34 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากราคาปิดวันก่อนหน้าที่ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 33.57-33.66 บาทต่อดอลลาร์ ได้รับแรงหนุนจากความหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะคลี่คลายลง และอาจนำไปสู่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นเหนือระดับ 4,070 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อย่างไรก็ตาม เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันจากเงินดอลลาร์ที่ทยอยแข็งค่าขึ้น หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ADP เดือนตุลาคมที่เพิ่มขึ้น 86,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 67,000 ตำแหน่ง
ด้านตลาดการเงินต่างประเทศตอบรับเชิงบวกต่อผลการเลือกตั้ง Midterms ของสหรัฐฯ โดยดัชนี Dow Jones ปรับขึ้น 3.0% S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.6% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.4% ขณะที่ดัชนี STOXX600 ของยุโรปเพิ่มขึ้น 1.8% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 4.87%
สำหรับแนวโน้มเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเมินกรอบไว้ที่ 33.40-33.65 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีโอกาสแข็งค่าทดสอบแนวรับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ หากตลาดยังมีความหวังต่อการลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่ต้องระวังความเสี่ยงที่เงินบาทจะพลิกกลับมาอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์กลับมารุนแรงขึ้น
ในกรณีที่อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วตะวันออกกลาง จนราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นสู่ระดับ 120-130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินบาทอาจอ่อนค่าทดสอบแนวต้าน 33.85 บาทต่อดอลลาร์ และมีโอกาสทะลุ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ได้
ทั้งนี้ ในระยะกลางถึงยาว กรุงไทยยังมองว่าเงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าจากแรงหนุนของภาคการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นไตรมาส 4 ปีนี้ต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกปีหน้า อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของ FED ซึ่งมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในเดือนธันวาคมตามมุมมองของธนาคาร
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือ Options เนื่องจากเงินบาทมีความเสี่ยงผันผวนได้ทั้งสองทิศทาง ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 33.50 และ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 33.75-33.85 บาทต่อดอลลาร์