กรุงไทย เผย เงินบาทเปิด 33.74 บาทต่อดอลลาร์ หลังเฟดคงดอกเบี้ยแต่ไม่ส่งสัญญาณชัดเจน สถานการณ์ตะวันออกกลาง ยังน่าห่วง แนะจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผลประชุม ECB คาด กรอบ 33.65-33.85 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.74 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากราคาปิดวันก่อนที่ 33.75 บาทต่อดอลลาร์ โดยในช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.68-33.80 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีมติคงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00% ตามคาด แม้ผลประชุมไม่เป็นเอกฉันท์ แต่ประธานเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมลงเหลือ 87% จากเดิม 94% อย่างไรก็ตาม การปรับลงของราคาทองคำและความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางยังจำกัดการแข็งค่าของเงินบาท
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก โดยดัชนี Dow Jones เพิ่มขึ้น 0.2% ส่วน S&P 500 และ Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.3% จากแรงหนุนหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ อย่างไรก็ดี ผลประกอบการ Alphabet ที่น่าผิดหวัง ประกอบกับความกังวลต่อการลงทุนใน AI กดดันฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ และสร้างแรงกดดันต่อตลาดเอเชีย ขณะที่บอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 4.99-5.05%
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือนกันยายน ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 และยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ รวมถึงผลประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 2.50% ตลอดจนสถานการณ์ในตะวันออกกลางและผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
นายพูนประเมินว่า เงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวแบบ Sideways ในกรอบ 33.65-33.85 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแนวรับสำคัญที่ 33.65-33.70 บาท และแนวรับถัดไปที่ 33.50 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 33.75-33.85 บาท หากทะลุระดับดังกล่าว มีโอกาสอ่อนค่าไปทดสอบ 34.00 บาทต่อดอลลาร์
ในระยะกลางถึงยาว Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคาดว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม ก่อนคงดอกเบี้ยต่อเนื่องจนถึงครึ่งหลังของปี 2027 และทยอยปรับลดในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากราคาพลังงานและสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจทำให้เงินเฟ้อสูงกว่าคาด พร้อมแนะนำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือ Options ท่ามกลางความผันผวนที่ยังอยู่ในระดับสูง