“เอกนิติ” ดันแบงก์การันตีค้ำประกันติดตั้งโซลาร์เซลล์ 6 เดือน ลดปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน สร้างความมั่นใจให้ประชาชน พร้อมหนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่าน ธอส. และ บสย. ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 ภายใต้แนวคิด “The Future of Sustainable Living” โดยมีช่วงหนึ่งได้กล่าวถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ว่า ปัจจุบันไฟฟ้าที่ไทยใช้ประมาณ 60% มาจากก๊าซธรรมชาติ ขณะที่แหล่งก๊าซธรรมชาติในโอมานได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานสูงขึ้นและไทยต้องนำเข้าพลังงานในราคาที่แพงขึ้น กระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บัญชีเดินสะพัดขาดดุล 600,000 ล้านบาท หลังจากเกินดุลต่อเนื่องมา 3-4 ปี ส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยย้ำว่า “ไม่ใช่แค่สิ่งที่ควรทำ แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ”
นายเอกนิติกล่าวว่า รัฐบาลต้องการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น พร้อมผลักดันความร่วมมือระหว่างภาคอสังหาริมทรัพย์และสถาบันการเงินในการพัฒนาบ้านประหยัดพลังงานและติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาว โดยประชาชนยังมีโอกาสสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินได้ด้วย ขณะที่ธนาคารรัฐจะเข้ามาสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยให้ประชาชนมีบ้านเป็นของตัวเองและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น
นอกจากนี้ รัฐบาลได้ผลักดันกลไก แบงก์การันตี (Bank Guarantee) หรือการค้ำประกันจากธนาคาร สำหรับงานติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยนายเอกนิติได้หารือกับธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะได้รับอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและติดตั้งระบบจนแล้วเสร็จ พร้อมนำแนวทางค้ำประกันผลงาน (Performance Bond) ระยะเวลา 6 เดือนมาใช้ ลดปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานหรือใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน
สำหรับค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน ปัจจุบันอยู่ที่ไม่เกิน 1% ต่อปี เช่น วงเงินค้ำประกัน 50,000 บาท จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 500 บาทต่อปี ขณะเดียวกัน ธอส. เตรียมสนับสนุนสินเชื่อพิเศษให้ผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์เซลล์รายย่อย นำไปซื้ออุปกรณ์และขยายธุรกิจ โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ช่วยค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน และเปิดทางให้ผู้ประกอบการไทยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาดมากขึ้น
นายเอกนิติย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยรัฐบาลต้องการให้ธนาคารรัฐเพิ่มการสนับสนุนสินเชื่อแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ ควบคู่กับการพัฒนากลไกค้ำประกันเพื่อลดความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากธนาคารยังมีความกังวลเรื่องหนี้เสีย มาตรการดังกล่าวจึงมุ่งช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ และสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานในระยะยาว