กรุงไทย ประเมินเงินบาทระยะสั้นแกว่งกรอบ 33.70-34.00 บาทต่อดอลลาร์ จับตาผลประชุม FED สถานการณ์ตะวันออกกลาง หาก FED ส่งสัญญาณเข้มงวดกว่าคาด เสี่ยงหนุนดอลลาร์แข็งค่า กดดันเงินบาทอ่อนต่อ
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 33.79 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนที่ 33.77 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 33.72-33.80 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงคืนที่ผ่านมา
เงินบาทเผชิญแรงกดดันจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าตามบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor รวมถึงความกังวลต่อฐานะการคลังของฝรั่งเศสที่กดดันเงินยูโร อย่างไรก็ตาม ความหวังว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางจะคลี่คลายลงช่วยจำกัดการอ่อนค่าของเงินบาท ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับลดลง ขณะที่ทองคำรีบาวด์เหนือระดับ 4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับ 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.70-34.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดจับตาผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ซึ่งคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75-4.00% พร้อมติดตามถ้อยแถลงของประธาน FED เกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป
กรุงไทยประเมินว่า หาก FED สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ มีโอกาสพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว กดดันเงินบาทให้อ่อนค่าทดสอบแนวต้าน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ ขณะที่หากคงดอกเบี้ยตามคาดและส่งสัญญาณเข้มงวดต่อเนื่อง เงินบาทอาจแข็งค่าได้จำกัด เนื่องจากตลาดรับรู้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมไปแล้วบางส่วน
ด้านปัจจัยในประเทศ คาดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ขณะที่ระยะกลางถึงยาวเงินบาทยังมีโอกาสทยอยแข็งค่าจากกระแสเงินในช่วงฤดูท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงจากราคาพลังงานและสถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
ในเชิงเทคนิค เงินบาทมีแนวต้านที่ 33.85 บาทต่อดอลลาร์ หากทะลุระดับดังกล่าวมีโอกาสอ่อนค่าต่อสู่ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยแนะนำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนบริหารความเสี่ยงค่าเงินอย่างหลากหลาย รวมถึงพิจารณาใช้เครื่องมือ Options เพื่อรับมือกับความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้น