“ศุภจี” ชู 64 SMEs ต้นแบบ เจาะ 3 ตลาด FTA สร้างมูลค่าเจรจา 571 ล้าน

“ศุภจี” ชู 64 SMEs ต้นแบบ เจาะ 3 ตลาด FTA สร้างมูลค่าเจรจา 571 ล้าน
ศุภจีชูความสำเร็จ 64 SMEs จากโครงการBoost up SMEs สู่ตลาด FTAหลังจับคู่ธุรกิจในอินเดีย นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์รวม 177 คู่ สร้างมูลค่าการเจรจาซื้อขาย 571.68 ล้านบาท ย้ำผู้ประกอบการต้องใช้ FTA ต่อยอด

“ศุภจี” ชู 64 ผู้ประกอบการ SMEs ต้นแบบจากโครงการ “Boost up SMEs สู่ตลาด FTA” หลังผ่านการพัฒนาและเปิดตลาดในอินเดีย นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ จับคู่ธุรกิจ 177 คู่ สร้างมูลค่าการเจรจาซื้อขายรวมกว่า 571 ล้านบาท ย้ำผู้ประกอบการต้องไม่หยุดเพียงการเปิดตลาด แต่ต้องต่อยอดธุรกิจและสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ประกอบการที่ผ่านการนำเสนอแผนธุรกิจ จำนวน 64 ราย ภายใต้โครงการ “Boost up SMEs สู่ตลาด FTA” พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “FTA Fast Track เปิดมุมมอง สร้างโอกาส ต่อยอดธุรกิจไทยสู่ตลาดโลก” ณ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

นางศุภจีกล่าวว่า SMEs เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศเป็นธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยบริษัทที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทยเกือบ 1 ล้านราย มากกว่า 90% เป็นผู้ประกอบการรายเล็ก ขณะที่ผู้ส่งออกไทยมีประมาณ 30,000 ราย และกว่า 22,000 ราย หรือราว 80% เป็นผู้ประกอบการรายเล็ก แต่สร้างรายได้จากการส่งออกประมาณ 14%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับศักยภาพ SMEs ให้สามารถขยายธุรกิจและแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น โดยกระทรวงพาณิชย์และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. จะร่วมกันสนับสนุนผู้ประกอบการตั้งแต่การเข้าถึงโอกาส การลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ ไปจนถึงการสร้างความสามารถในการแข่งขัน

สำหรับโครงการ “Boost up SMEs สู่ตลาด FTA” เป็นความร่วมมือระหว่างกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และ สสว. โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีเป้าหมายยกระดับขีดความสามารถของ SMEs และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA เพื่อขยายตลาดต่างประเทศ

โครงการมีผู้ประกอบการเข้าร่วมอบรมเบื้องต้นประมาณ 450 ราย ก่อนคัดเลือกและพัฒนาอย่างเข้มข้นจนเหลือ 64 รายที่เข้าสู่กระบวนการเปิดตลาดและเจรจาธุรกิจใน 3 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ โดยเกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจรวม 177 คู่ และสร้างมูลค่าการเจรจาซื้อขายรวม 571,688,652 บาท

นางศุภจีกล่าวว่า ความสำเร็จของผู้ประกอบการทั้ง 64 รายถือเป็นจุดเริ่มต้น โดยต้องการให้ผู้ประกอบการมองตลาดให้กว้างขึ้น ทั้งการหาตลาดใหม่และการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละประเทศ พร้อมใช้ประโยชน์จาก FTA อย่างเต็มศักยภาพ

อีกประเด็นสำคัญคือ ผู้ประกอบการต้องไม่หยุดอยู่เพียงการเปิดตลาด แต่ต้องต่อยอดธุรกิจและเติบโตในตลาดนั้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาสินค้า การบริหารจัดการ และการสร้างความสามารถในการแข่งขันให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก

ด้านนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมการค้าต่างประเทศได้นำผู้ประกอบการ SMEs ไทยเดินทางไปเปิดตลาด เจรจาจับคู่ธุรกิจ และสำรวจตลาดใน 3 ประเทศเป้าหมาย โดยอินเดียสร้างมูลค่าการเจรจา 91,839,900 บาท นอร์เวย์ 386,986,752 บาท และสวิตเซอร์แลนด์ 92,862,000 บาท รวม 571,688,652 บาท

สินค้าที่ได้รับความสนใจในตลาดต่างประเทศครอบคลุมหลายกลุ่ม ได้แก่ อาหารและเกษตรแปรรูป เช่น ข้าวไทย ผลไม้อบแห้ง ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ เครื่องดื่ม อาหารแช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยง กลุ่มสุขภาพและความงาม เช่น สกินแคร์ เซรั่ม และเวชสำอาง รวมถึงสินค้าไลฟ์สไตล์และอุตสาหกรรม อาทิ เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ งานคราฟต์ สินค้าเด็ก ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือไฟ LED

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้สำรวจตลาดและศึกษาดูงานกับผู้ประกอบการและผู้ค้ารายสำคัญในแต่ละประเทศ เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมตลาด ระบบค้าปลีก การนำเข้า และโลจิสติกส์ รวมถึงสร้างเครือข่ายทางการค้าเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในระยะยาว

นางอารดากล่าวว่า กรมการค้าต่างประเทศจะเดินหน้าพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพ SMEs ไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จาก FTA ได้เต็มที่ พร้อมขยายตลาดใหม่ เพิ่มโอกาสทางการค้า และสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในตลาดโลก

TAGS: #ศุภจี #กระทรวงพาณิชย์ #SMEs #BoostUpSMEs #FTA #FTAFastTrack