สภาพัฒน์ฯ มอง Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เพิ่มความเสี่ยงตลาดโลกกดดันส่วนต่างดอกเบี้ยไทย–ต่างประเทศ แนะทุกภาคส่วนเตรียมรับมือ ไทยควรเน้นแผนระยะยาวดึงการลงทุน
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่ง เปิดเผยถึง การรับมือผลกระทบที่อาจได้รับหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกในรอบ 3 ปี ว่า การปรับอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวไม่ใช่เรื่องดี เพราะจะทำให้ความเสี่ยงของตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่การรับมือของประเทศไทยในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ต้องพิจารณาดูว่าจะมีนโยบายรับมืออย่างไร เพราะอาจจะทำให้ดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของประเทศไทยกับต่างประเทศมีความแตกต่างกัน และต้องดูว่าจะสามารถดึงเงินลงทุนมาได้อย่างไร
อย่างไรก็ตามทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีนโยบายออกมารับมืออยู่แล้ว แต่ส่วนตัวมองว่าควรจะทำเรื่องการลงทุน เพราะต้องโฟกัสในแผนระยะยาว หากเตรียมความพร้อมให้ดี เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นจะได้กระทบไม่มาก และน่าจะพอต้านได้ รวมถึงการเตรียมรับมือปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้ง เพื่อไม่ให้สายแบบนี้มาซ้ำเติม
ส่วนกรณีหากราคาพลังงานสูงขึ้นอาจกระทบกับค่าขนส่งจะมีมาตรการรับมืออย่างไร นั้นในเบื้องต้นมีกลไกกองทุนอยู่แล้ว รวมถึงหน่วยงานต่างๆก็มีกลไกรับมือ ซึ่งยอมรับว่าคงไม่สามารถทำให้ทุกคนใช้น้ำมันถูกได้ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามกลไกตลาด และอาจจะกระทบกับกลุ่มที่มีมีรายได้วันต่อวัน ดังนั้น ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน ต้องเตรียมรับ โดยในส่วนของรัฐบาลขณะนี้พยายามทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงาน ส่วนวิธีการอย่างไรนั้นคงต้องรอดู