บีโอไอ–ตลท.–ก.ล.ต. ผนึกกำลังดัน “BOI to IPO” ดึงธุรกิจ New Economy เข้าตลาดหุ้น

บีโอไอ–ตลท.–ก.ล.ต. ผนึกกำลังดัน “BOI to IPO” ดึงธุรกิจ New Economy เข้าตลาดหุ้น
บีโอไอจับมือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. MOU เปิดทางผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน 10 อุตสาหกรรม New Economy เข้าถึงแหล่งทุนและจดทะเบียนใน SET–mai พร้อมรับสิทธิประโยชน์ภาษีเพิ่มเติม

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังร่วมเป็นสักขีพยานระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การส่งเสริมการระดมทุนของผู้ประกอบการเป้าหมาย โครงการ BOI to IPO

ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการโดยเฉพาะ 10 อุตสาหกรรม New Economy ให้เติบโตและเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทานโลก และการแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ Investment-led Growth โดยใช้การลงทุนเป็นเครื่องยนต์ในการสร้างศักยภาพการเติบโตใหม่ให้ประเทศ ซึ่งเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่เม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้การลงทุนเหล่านั้นสร้าง “คุณค่า” ให้กับประเทศไทย ทั้งการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาในประเทศ การสร้างงานทักษะสูง การพัฒนาคนไทย และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมสมัยใหม่

สำหรับ BOI to IPO จึงเป็นอีกกลไกสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงนโยบายส่งเสริมการลงทุนเข้ากับตลาดทุน เพื่อให้กิจการ ในกลุ่ม New Economy ที่เข้ามาลงทุนและสร้างฐานธุรกิจในประเทศไทยสามารถเติบโตและขยายกิจการ จากประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังช่วยเชื่อมเงินทุนในระบบเศรษฐกิจไทยไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพ และทำให้โครงสร้างของตลาดทุนไทยสะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของประเทศมากขึ้น

นอกจากนี้“BOI to IPO ไม่ใช่เพียงมาตรการเพื่อช่วยให้บริษัทเข้าถึงตลาดทุน แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่จะทำให้การลงทุนสร้างคุณค่าให้กับประเทศไทยในระยะยาว เราไม่ต้องการเพียงดึงบริษัทเทคโนโลยีหรือ New Economy เข้ามาตั้งฐานในประเทศไทย แต่ต้องการให้บริษัทเหล่านี้เติบโต ขยายธุรกิจ พัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรจากประเทศไทย และสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้น เมื่อการส่งเสริมการลงทุนและตลาดทุนเดินไปในทิศทางเดียวกัน การลงทุนจะไม่จบลงเพียงการตั้งโรงงานหรือการเริ่มต้นโครงการ แต่จะสามารถต่อยอดเป็นการเติบโตของธุรกิจและความสามารถใหม่ของประเทศได้ในระยะยาว

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า การผนึกกำลังเพื่อขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ “BOI to IPO” ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นการเชื่อมต่อเครื่องมือของทั้ง 3 หน่วยงาน โดยบีโอไอเป็นผู้ให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อสร้างแรงจูงใจ ขณะที่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. จะสนับสนุนการเตรียมความพร้อมและกระบวนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

“มาตรการ BOI to IPO คือกลไกเชื่อมนโยบายส่งเสริมการลงทุนเข้ากับตลาดทุนไทย เปิดทางให้นักลงทุนศักยภาพสูงระดมทุนในประเทศไทยเพื่อใช้สำหรับการขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง และทำให้กิจการเหล่านี้หยั่งรากลึกอยู่กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ขณะเดียวกันยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยเข้ามามีส่วนร่วมและถือหุ้นในกิจการที่มีศักยภาพเติบโตสูง อีกทั้งเงื่อนไขการเข้าตลาดหลักทรัพย์ยังบังคับให้ทุกกิจการต้องยกระดับธรรมาภิบาลและบริหารจัดการธุรกิจอย่างโปร่งใส ซึ่งจะทำให้การลงทุนที่ได้รับส่งเสริมจากบีโอไอเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับประเทศไทย” นายนฤตม์ กล่าว

 

อย่างไรก็ดีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีตัวอย่างความสำเร็จของบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนและตั้งฐานการผลิต ก่อนจะเติบโตและเข้าจดทะเบียนในตลาดทุนไทย เช่น บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) และ บมจ. แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) มาตรการ BOI to IPO จึงมุ่งต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ให้สามารถระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจในประเทศไทย

รวมทั้งใช้ไทยเป็นฐานขยายธุรกิจออกสู่ตลาดโลกด้วย ทั้งนี้ บริษัทจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากที่ได้รับอยู่เดิม โดยบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่ได้รับการรับรองจาก ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 3 ปี หรือลดหย่อนร้อยละ 50 เพิ่มเติม 5 ปี ส่วนบริษัททั่วไป จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ นิติบุคคลเพิ่มเติม 2 ปี หรือลดหย่อนร้อยละ 50 เพิ่มเติม 3 ปี ขึ้นกับประเภทกิจการ

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ BOI to IPO นับเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยดึงดูดให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสูงเข้าถึงตลาดทุน โดยเชื่อมโยงกลไกการส่งเสริมการลงทุนเข้ากับตลาดทุนไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งโครงการนี้ นับเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในการผลักดันให้ผู้ประกอบการในกลุ่ม New Economy หันมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปรับปรุงเกณฑ์การรับหลักทรัพย์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ สามารถเข้าจดทะเบียนได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

รวมถึงได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเข้าจดทะเบียนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ตามรายละเอียดที่กำหนด ในขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. ได้อยู่ระหว่างการทดลองปรับปรุงกระบวนการ IPO ให้มีความกระชับและใช้ระยะเวลาสั้นลง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะยกระดับความน่าสนใจของตลาดทุนไทยและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจใหม่ได้อย่างยั่งยืน     

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนิเวศตลาดทุนให้เอื้อต่อการระดมทุนของบริษัทที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่ม New Economy ซึ่งมีบทบาทต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ New growth ในระยะยาว

นอกจากนี้ความร่วมมือภายใต้โครงการ BOI to IPO จะช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน สามารถเตรียมความพร้อมและเข้าถึงตลาดทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดย ก.ล.ต. พร้อมทำงานร่วมกับ BOI และตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันโครงการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการปรับปรุงกระบวนการและแนวทางพิจารณา IPO ให้กระชับและรวดเร็วขึ้น สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลที่ครบถ้วนและเพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุน

ตลอดจนส่งเสริมความพร้อมของผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องในการยกระดับการควบคุมภายในของกิจการ เพื่อให้บริษัทที่มีคุณภาพสามารถเข้าสู่ตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมโดยคำนึงถึงการคุ้มครองผู้ลงทุนและการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย

สำหรับธุรกิจ New Economy ครอบคลุม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ การเกษตรและอาหารขั้นสูง เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ การแพทย์และสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ยานยนต์สมัยใหม่ การบินและโลจิสติกส์ ดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงและยั่งยืน

 

 

TAGS: #บีโอไอ #ตลาดหลักทรัพย์ฯ #ก.ล.ต. #BOI #to #IPO