เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 33.32 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่า หลังดอลลาร์แข็งค่า-บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่ง ท่ามกลางความตึงเครียดตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันและเพิ่มโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ย
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 33.32 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดวันก่อนที่ 33.24 บาทต่อดอลลาร์ โดยช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาททยอยอ่อนค่าทะลุโซน 33.30 บาทต่อดอลลาร์ ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ
ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความร้อนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่งขึ้นสู่ราว 95.5 และ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามลำดับ ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลงสู่บริเวณ 4,375 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นอกจากนี้ ตลาดเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้เป็นราว 60% จากเดิมประมาณ 50%
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง โดย Dow Jones ลดลง 0.79%, S&P 500 ลดลง 0.71% และ Nasdaq ลดลง 1.03% ขณะที่บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ทยอยขึ้นทะลุ 4.80% และยังมีความเสี่ยงทดสอบระดับ 5.00% อย่างไรก็ดี กรุงไทยยังมองว่าพันธบัตรระยะยาวสหรัฐฯ และไทยน่าสนใจสำหรับการทยอยเข้าซื้อแบบ Buy on Dip เนื่องจากระดับผลตอบแทนปัจจุบันสามารถรองรับความเสี่ยงจากการขึ้นดอกเบี้ยได้ระดับหนึ่ง
สำหรับค่าเงินบาท นายพูนมองว่า ระยะสั้นยังมีความเสี่ยงสองทาง ขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทิศทางนโยบาย Fed และพัฒนาการในตะวันออกกลาง โดยหากเงินบาทอ่อนค่าทะลุ 33.50 บาทต่อดอลลาร์อย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณกลับเข้าสู่แนวโน้ม “อ่อนค่า” ในกรอบรายสัปดาห์ และอาจเปิดทางให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 33.80-34.00 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ ผู้ส่งออกยังมีแนวโน้มทยอยขายดอลลาร์บริเวณ 33.30-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาท ขณะที่ตลาดยังรอติดตามตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ADP และรายงาน Beige Book ก่อนถึงการประกาศ Nonfarm Payrolls ในวันศุกร์
กรอบเงินบาท 24 ชั่วโมง คาดอยู่ที่ 33.20-33.45 บาทต่อดอลลาร์