กบน.สั่งลดชดเชยราคาน้ำมันรักษาสภาพคล่องกองทุนฯแบกหนี้ทะลุ 8 หมื่นล้านบาท โดยดีเซลยังอุดหนุนราคาเฉียดลิตรละ10 บาท ผลกระทบช่องแคบฮอร์มุซโจมตีกันไม่หยุดดันราคาน้ำมันโลกพุ่ง 164 ดอลลาร์ฯ
รายงานข่าวจากคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด โดยปรับขึ้นราคากลุ่มน้ำมันดีเซล 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มน้ำมันเบนซิน 0.60 บาทต่อลิตร การปรับขึ้นราคาครั้งนี้เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดระลอกใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลางจากการปะทะทางทหารและการใช้มาตรการเศรษฐกิจ ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดพลังงาน จนทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ราคาน้ำมันดีเซลตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นประมาณ 164 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซินพุ่งสูงประมาณ 123 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 357 ล้านบาท จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับลดภาระเพื่อให้กองทุนฯ มีสภาพคล่องในการรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาว สามารถรองรับความผันผวนด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกได้
สำหรับกลุ่มน้ำมันดีเซล เพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา 0.27 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 5.00 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 39.14 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 เพิ่มการชดเชย 0.15 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 9.43 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 34.14 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันดีเซลพรีเมี่ยม จัดเก็บ 1.50 บาทต่อลิตร
ขณะที่กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล น้ำมันเบนซินเพิ่มการจัดเก็บ 0.09 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 6.14 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 47.28 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 ลดการชดเชย 0.14 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 0.98 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 38.29 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล 91 ลดการชดเชย 0.14 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 0.98 บาทต่อลิตร ส่งผลราคาขายปลีกเป็น 37.92 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล อี20 ลดการชดเชย 0.18 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 4.62 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 33.29 บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล อี85 ลดการชดเชย0.44 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.77 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 29.23 บาทต่อลิตร โดยอัตราเงินกองทุนน้ำมันใหม่นี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2569
“ในช่วงความมั่นคงทางพลังงานของประเทศมีความผันผวน กบน.ความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วนเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ใช้เท่าที่จำเป็น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายท่านแล้ว ยังเป็นการช่วยลดภาระของประเทศ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กองทุนน้ำมันฯ มีความแข็งแกร่งพอที่จะกลับมาดูแลประชาชนทุกคนได้อย่างยั่งยืนต่อไป”
ปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันติดลบอยู่ 80,472 ล้านบาท แยกเป็นหนี้น้ำมัน 40,867 ล้านบาทและ หนี้ LPG 39,605 ล้านบาท