ซิตี้แบงก์ผนึกบีโอไอ เดินหน้าดึงดูด FDI เข้าประเทศ ใช้เครือข่ายระดับโลกในกว่า 180 ประเทศและเขตการปกครอง เชื่อมโยงนักลงทุนคุณภาพกับโอกาสลงทุนในไทย ขณะที่ FDI ไทยครึ่งแรกปี 69 พุ่ง 80%
ธนาคารซิตี้แบงก์ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เดินหน้าขับเคลื่อนการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ด้วยการใช้เครือข่ายของซิตี้ในกว่า 180 ประเทศและเขตการปกครอง เชื่อมโยงนักลงทุนคุณภาพในอุตสาหกรรมเป้าหมายเข้าสู่ประเทศไทย พร้อมร่วมกับสำนักงานบีโอไอในต่างประเทศจัดกิจกรรมโรดโชว์ในตลาดสำคัญ เพื่อขยายโอกาสดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ
ความร่วมมือครั้งนี้ยังครอบคลุมการนำเสนอโซลูชันทางการเงินสำหรับบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย ทั้งบริการด้านการเงินเพื่อการค้า การบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน การจัดการเงินทุน และโซลูชันบริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสด เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศและการทำธุรกรรมในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงมีศักยภาพในฐานะศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากจุดแข็งด้านทำเลยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร ห่วงโซ่อุปทาน และมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ประเทศไทยมีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 1.473 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) มีมูลค่ากว่า 1.368 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% โดยการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เกษตรและแปรรูปอาหาร
ประเทศและเขตเศรษฐกิจที่มีมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงสุด ได้แก่ สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร จีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ตามลำดับ
บีโอไอยังเดินหน้าผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อให้การลงทุนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยได้เปิดตัวกลไก “Thailand FastPass” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 8 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อเร่งรัดกระบวนการอนุมัติและอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนให้เร็วขึ้น 20-50% และสามารถปลดล็อกเม็ดเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 7 แสนล้านบาท
นายนฤตม์กล่าวว่า การเป็นพันธมิตรระหว่างบีโอไอกับธนาคารซิตี้แบงก์จะช่วยยกระดับการทำงานร่วมกับภาคธนาคาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดึงดูดและอำนวยความสะดวกแก่โครงการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
มร.อมล กุปเต ผู้บริหารใหญ่ภูมิภาคเอเชียใต้และอาเซียน ธนาคารซิตี้แบงก์ กล่าวว่า ซิตี้มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของประเทศไทย ผ่านการสนับสนุนบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาจัดตั้งธุรกิจ ลงทุน และขยายการดำเนินงานในประเทศ โดยในปีหน้า ซึ่งธนาคารจะก้าวสู่ปีที่ 60 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซิตี้ตั้งเป้าต่อยอดความร่วมมือกับบีโอไอให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ความร่วมมือดังกล่าวจะอาศัยเครือข่ายระดับโลกของซิตี้ในการเชื่อมโยงนักลงทุนคุณภาพกับโอกาสการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และสนับสนุนบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาค
ด้านนางสาวนฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ซิตี้มีความเชี่ยวชาญในตลาดไทยและประสบการณ์ในการสนับสนุนบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศ การยกระดับความร่วมมือกับบีโอไอจะช่วยเร่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจดิจิทัล
นอกจากการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนแล้ว ความร่วมมือดังกล่าวยังมุ่งสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี และการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
ภายใต้ความร่วมมือ ซิตี้จะสนับสนุนบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยผ่านโซลูชันธุรกรรมระหว่างประเทศ ทั้งการเงินเพื่อการค้า การบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และการจัดการเงินทุน เพื่อช่วยให้ธุรกิจบริหารกระแสเงินสดระหว่างประเทศและดำเนินงานข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ซิตี้ยังนำเสนอโซลูชันธุรกรรมภายในประเทศ ทั้งการบริหารเงินทุนหมุนเวียน สภาพคล่อง และกระแสเงินสด ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับระบบการชำระเงินดิจิทัลในประเทศไทยโดยตรง รองรับการทำธุรกรรมด้วยความเร็วระดับเรียลไทม์