กองทุนพัฒนาสื่อฯ ผนึกยูนิเซฟและภาคีเครือข่ายเชื่อมการอ่าน การเล่น และการเรียนรู้ พร้อมต่อยอดสื่อสร้างสรรค์สู่ครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กไทย
กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงผลการดำเนินโครงการ “อ่าน เล่น เป็นเรียน” มุ่งส่งเสริมพัฒนาการและการอ่านของเด็กตั้งแต่ช่วงปฐมวัย เชื่อมโยง “การอ่าน การเล่น และการเรียนรู้” ให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาเด็ก พร้อมเผยบทเรียน องค์ความรู้ และสื่อสร้างสรรค์จาก 3 โครงการ เพื่อขยายผลสู่ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน
ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า โครงการ “อ่าน เล่น เป็นเรียน” สะท้อนความสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงวัยประถมศึกษา โดยการเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนหรือจากการอ่านหนังสือเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการลงมือทำ การเล่น การพูดคุย การตั้งคำถาม และการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัว
โครงการจึงมุ่งเชื่อมโยงการอ่านและการเล่นเข้ากับการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กได้พัฒนาทักษะ กระบวนการคิด และจินตนาการตามช่วงวัย โดยผลลัพธ์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่กิจกรรมและสื่อสร้างสรรค์ที่พัฒนาขึ้น แต่รวมถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมพัฒนาการและการอ่านของเด็ก
ความร่วมมือครั้งนี้ประกอบด้วย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กรมอนามัย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริษัท แฮ็ปปี้บี-ดี จำกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน และอุดมสันติมูลนิธิ โดยนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากแต่ละภาคมาร่วมกันสร้างโอกาสให้เด็กได้อ่าน ได้เล่น และได้เรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
การดำเนินงานให้ความสำคัญกับการนำสื่อสร้างสรรค์และกิจกรรมส่งเสริมการอ่านมาใช้ในกระบวนการเรียนรู้ พร้อมสร้างความเข้าใจให้ครอบครัว สถานศึกษา และหน่วยงานในพื้นที่เห็นว่าการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กสามารถเริ่มต้นจากกิจกรรมใกล้ตัว เช่น การอ่านหนังสือร่วมกับเด็ก การชวนเด็กตั้งคำถาม การเปิดโอกาสให้เลือกหนังสือที่สนใจ และการเล่นร่วมกัน
ดร.ชำนาญ กล่าวว่า ภารกิจของกองทุนฯ ไม่ได้อยู่ที่การสนับสนุนให้เกิดสื่อที่ดีเท่านั้น แต่ต้องการให้สื่อถูกนำไปใช้เพื่อสร้างประโยชน์แก่เด็ก เยาวชน ครอบครัว และสังคม โครงการ “อ่าน เล่น เป็นเรียน” จึงเป็นการนำแนวคิดดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้เด็กสามารถเติบโตและพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม
ด้านคุณเซเวอรีน ลีโอนาร์ดี รองผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือในโครงการให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่มีคุณภาพตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กทุกคนเข้าถึงสื่อ กิจกรรม และสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างเหมาะสมและเท่าเทียม
ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “อ่าน เล่น เป็นเรียน: จากโอกาสแรก สู่อนาคตเด็กไทย” โดยผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ทั้งด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย สุขภาพ การศึกษา และการพัฒนาสื่อ
ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นางนภัทร พิศาลบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย รองศาสตราจารย์ ดร.ศศิธารา น่วมภา อาจารย์ประจำภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และรองคณบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.ญาณวิธ นราแย้ม คณะที่ปรึกษา สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC) และนางสาวดวงพร สุทธิสมบูรณ์ กรรมการบริหาร บริษัท แฮ็ปปี้มี-ดี จำกัด โดยมีนางสาวสุธาทิพ ลาภสมทบ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาคุณค่าเพิ่มและสื่อสารเชิงกลยุทธ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ
เวทีเสวนามองตรงกันว่า การเตรียมความพร้อมให้เด็กเรียนรู้ไม่ควรรอจนถึงวัยเข้าโรงเรียน แต่ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต ตั้งแต่การดูแลสุขภาพและโภชนาการ การเลี้ยงดูของครอบครัว การพูดคุย การเล่น และการอ่าน ไปจนถึงการเข้าถึงหนังสือ สื่อ ครู และสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
ผลการดำเนินงานของทั้ง 3 โครงการสะท้อนว่า “โอกาสแรก” ของเด็กสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายพื้นที่ ทั้งในครอบครัว ผ่านสื่อและเทคโนโลยี รวมถึงในสถานศึกษา แต่การทำให้โอกาสเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเข้าถึงเด็กอย่างทั่วถึง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน
กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์คาดหวังว่า บทเรียน องค์ความรู้ และสื่อจากทั้ง 3 โครงการจะถูกนำไปใช้และต่อยอดในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ โดยแนวคิด “อ่าน เล่น เป็นเรียน” มองการอ่าน การเล่น และการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงกันในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต