แบงก์ชาติ เดินหน้าสกัดทุนเทา คุมเข้มฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องแจ้งที่มา เริ่มไตรมาส 4 ปีนี้
แบงก์ชาติ เดินหน้าสกัดทุนเทา คุมเข้มฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องแจ้งที่มา
แบงก์ชาติ เดินหน้าสกัดทุนเทา คุมเข้มฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องแจ้งที่มา เริ่มไตรมาส 4 ปีนี้
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ เผย แบงก์ชาติได้ดำเนินออกมาตรการสกัดเงินเทามาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาต้นปี 2569 ได้ออกมาตรการถอนเงินสดเกินกว่า 5 ล้านบาท ต้องแจงว่าจะนำเงินไปเพื่อทำอะไร ส่งผลให้การเบิกเงินสดที่เกินกว่า 5 ล้านบาท ลดลงไป 35%
หลังจากนี้ในไตรมาส 4 ปี 2569 แบงก์ชาติจะออกคำสั่งให้การฝากเงินสดที่เกินกว่า 5 ล้านบาท ต้องแจ้งที่มาของเงินว่าได้มากจากกิจกรรมการอะไร
ขณะเดียวกัน จะมีมาตรการให้ลูกค้าที่นำธนบัตร 1,000 บาท จำนวนมากๆ มาแลกขอแลกเป็นธนบัตร 100 หรือ 500 บาท ลูกค้าต้องแจ้งเหตุผลให้ได้ว่าแลกไปเพื่อทำอะไร
“การสกัดทุนเทาต้องใช้หลายมาตรการ หลายหน่วยงานช่วยกัน มาตรการของแบงก์ชาติเป็นส่วนหนึ่ง ถึงแม้ว่าไม่ทำให้ทุนเทาหมดไป แต่ก็จะช่วยให้ลดลงได้ ซึ่งแบงก์ชาติจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเท่าที่อำนาจของแบงก์ชาติจะดำเนินการได้” ผู้ว่าแบงก์ชาติ กล่าว
นายวิทัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาแบงก์ชาติได้ดำเนินการมาตรการ กำกับการเทรดทองผ่านแอปพลิเคชัน ป้องกันธุรกรรมที่ต้องสงสัย จากก่อนออกมาตรการมีการซื้อทองผ่านแอปแล้วไปเบิกทองจริงในวันเดียวกันเดือนหนึ่งสูงถึง 4,000 กิโลกรัม แต่หลังจากแบงก์ชาติออกมาตรการ พบว่าเบิกทองเดือนละ 700 กว่ากิโลกรัม
“ก็เป็นการปิดช่องทางธุรกรรมที่เรารู้สึกว่าผิดปกติ ซึ่งเราจะให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้มากขึ้น การใช้แบงก์พาณิชย์เป็นช่องทางผ่านเงิน แต่ก็ต้องใช้เวลา โดยแบงก์ก็ร่วมมือดี ช่วยกันคิดช่วยกันทำ”
นายวิทัยกล่าวอีกว่า ส่วนการดูแลในส่วนที่เป็นเงินดิจิทัล ขณะนี้กำลังคุยกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ คือ การเข้าไปกำกับการซื้อขาย USDT หรือคริปโตเคอร์เรนซี ประเภท Stablecoin ที่ช่วงที่ผ่านมา มีปริมาณการซื้อขายสูงผิดปกติ โดยหากใช้ Data analytics เข้าไปจับ จะเห็นธุรกรรมที่พยายามหลีกเลี่ยงการเปิดเผย หรือการโอนเงินตามระบบปกติ อย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี เรื่องนี้เป็นอำนาจโดยตรงของ ก.ล.ต. ซึ่งรายละเอียดคงต้องให้ทาง ก.ล.ต.เป็นผู้อธิบาย