“ดีเจนุ้ย” นำเทรนด์คนดังไทย จดคุ้มครองเสียงหัวเราะสร้างมูลค่าแบรนด์

“ดีเจนุ้ย” นำเทรนด์คนดังไทย จดคุ้มครองเสียงหัวเราะสร้างมูลค่าแบรนด์
“ดีเจนุ้ย” ยื่นจดเครื่องหมายเสียง ป้องกันการแอบอ้างและคุ้มครองอัตลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนว่า “เสียง” มีมูลค่ามากกว่าที่คิดในโลกดิจิทัล

นายธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร หรือ “ดีเจนุ้ย” พิธีกรชื่อดังของไทย เดินหน้ายื่นจดทะเบียนเครื่องหมายเสียง “เสียงหัวเราะ” อันเป็นเอกลักษณ์ของตนเองต่อ กรมทรัพย์สินทางปัญญา นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เทคโนโลยี AI สามารถเลียนแบบเสียงมนุษย์ได้อย่างสมจริง

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ขณะนี้คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงของดีเจนุ้ยอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยถือเป็นแนวทางใหม่ในการคุ้มครองสิทธิในเครื่องหมายการค้ารูปแบบไม่ดั้งเดิม หรือ Non-Traditional Trademark ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ทั้งนี้ “เครื่องหมายเสียง” ได้รับความคุ้มครองภายใต้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเปิดโอกาสให้บุคคลหรือองค์กรสามารถนำเสียงที่มีลักษณะเฉพาะมาใช้เป็นเครื่องหมายทางการค้าได้ หากเสียงดังกล่าวสามารถสร้างการจดจำและบ่งบอกแหล่งที่มาของสินค้า บริการ หรือบุคคลได้อย่างชัดเจน

กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงแล้วรวม 494 คำขอ โดยได้รับการจดทะเบียนแล้ว 114 เครื่องหมาย และอยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 138 คำขอ สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจและบุคคลสาธารณะเริ่มตระหนักถึงมูลค่าของ “เสียง” ในฐานะทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น

ในระดับสากล ศิลปินชื่อดังอย่าง Taylor Swift ก็เคยยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงมาแล้ว เช่น ข้อความ “Hey, it's Taylor Swift” ที่ใช้โปรโมตอัลบั้มร่วมกับ Amazon Music และข้อความ “Hey, it's Taylor” ที่ใช้ในคลิปโปรโมตผ่าน Spotify

กรณีของดีเจนุ้ยจึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญของการปรับตัวด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาให้สอดรับกับยุค AI โดยเฉพาะในช่วงที่เทคโนโลยีสังเคราะห์เสียง หรือ Voice Cloning ถูกนำมาใช้แพร่หลาย ทั้งในด้านความบันเทิง การตลาด และการสื่อสาร

นอกจากนี้การจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงจะช่วยป้องกันการนำเสียงไปใช้แอบอ้างตัวตน หลอกลวงประชาชน หรือใช้เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังช่วยรักษามูลค่าทางแบรนด์และอัตลักษณ์ของเจ้าของเสียงในระยะยาว

ประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า “เสียง” ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบทางการสื่อสารอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและต้องได้รับการคุ้มครองอย่างจริงจังในโลกยุคดิจิทัลและ AI อย่างเต็มรูปแบบ

TAGS: #ดีเจนุ้ย #ธนวัฒน์ประสิทธิสมพร #เสียงหัวเราะ #เครื่องหมายเสียง #ทรัพย์สินทางปัญญา