จากหน้าร้านสู่ตลาดรีเซล “Royal Pop” ฟีเวอร์ ราคาพุ่งสูงกว่า 13 เท่า

จากหน้าร้านสู่ตลาดรีเซล “Royal Pop” ฟีเวอร์ ราคาพุ่งสูงกว่า 13 เท่า
Swatch หลายประเทศยกเลิกขาย ‘Royal Pop’ หลังฝูงชนแห่ต่อคิวล้นร้าน สะท้อนพลังคอลแลบ Audemars Piguet x Swatch เขย่าวงการนาฬิกาโลก

กระแสความร้อนแรงของนาฬิกาคอลเล็กชันพิเศษ “Royal Pop” ผลงานการจับมือระหว่าง Audemars Piguet (AP) และ Swatch กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก หลังผู้คนจำนวนมหาศาลแห่ต่อคิวซื้อจนเกิดความแออัดในหลายประเทศ ส่งผลให้ร้าน Swatch หลายสาขาต้องประกาศยกเลิกหรือระงับการจำหน่ายชั่วคราว เนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงดูไบ อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี สิงคโปร์ สหรัฐฯ และประเทศไทย หลังผู้คนจำนวนมากเดินทางมาต่อคิวล่วงหน้าหลายวันเพื่อรอซื้อ Royal Pop ซึ่งเป็นคอลเล็กชันพิเศษที่ถูกจับตามองอย่างมากตั้งแต่เริ่มมีข่าวลือว่าจะเกิดความร่วมมือระหว่างแบรนด์นาฬิการะดับหรูอย่าง AP กับแบรนด์นาฬิกาสำหรับตลาดแมสอย่าง Swatch

ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของดูไบอย่าง Dubai Mall และ Mall of the Emirates ตัดสินใจยกเลิกการจำหน่ายนาฬิการุ่นดังกล่าว หลังเกิดความกังวลด้านความปลอดภัยจากฝูงชนจำนวนมากที่มารวมตัวหน้าร้าน Swatch อย่างหนาแน่น ขณะที่บางพื้นที่เริ่มเกิดความตึงเครียดและการปะทะคารม หลังมีผู้พยายามแซงคิว

สถานการณ์คล้ายกันยังเกิดขึ้นในหลายประเทศ โดย Bloomberg รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์ก (NYPD) ต้องออกมาตรการห้ามการตั้งแคมป์ค้างคืนบริเวณหน้าร้าน เพราะกระทบต่อการสัญจรบนทางเท้า ขณะที่ BBC รายงานว่าในสหราชอาณาจักรก็เผชิญปัญหาเดียวกัน

สำหรับประเทศไทย มีรายงานว่าผู้คนจำนวนมากไปเข้าคิวตั้งแต่ก่อนวันจำหน่ายจริง และมีการตั้งแคมป์รอกันหลายร้อยคน รวมถึงเกิดกระแสดราม่าในบางสาขา หลังมีข้อกล่าวหาว่าร้านแจ้งจำนวนสินค้าคลาดเคลื่อนจากสต็อกจริง โดยจากเดิมที่แจ้งว่ามีประมาณ 150 เรือน เหลือเพียงราว 70 เรือนเท่านั้น

แม้ Swatch จะออกมาขอความร่วมมือให้ผู้คนหลีกเลี่ยงการเร่งรีบเข้าร้าน เพื่อความปลอดภัยของทั้งลูกค้าและพนักงาน แต่สถานการณ์ก็ยังคงควบคุมได้ยาก จนบางสาขาต้องตัดสินใจปิดร้านทันที

ปรากฏการณ์ดังกล่าวสร้างคำถามว่า เหตุใดนาฬิกาเพียงหนึ่งรุ่นจึงสามารถดึงดูดผู้คนจำนวนมหาศาลได้

 

คำตอบสำคัญอยู่ที่การเป็นการร่วมงานกันของสองแบรนด์ที่อยู่คนละขั้วในโลกนาฬิกา

Swatch คือแบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ที่โดดเด่นเรื่องดีไซน์สนุกสนาน ราคาเข้าถึงง่าย และมุ่งเน้นการใช้งานสำหรับคนทั่วไป ขณะที่ Audemars Piguet คือหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาหรูระดับตำนานของโลก และเป็นหนึ่งใน “Holy Trinity” ร่วมกับ Patek Philippe และ Vacheron Constantin

นาฬิกาของ AP ถือเป็นสินค้าระดับลักชัวรีที่ไม่ใช่มีเงินแล้วจะซื้อได้ทันที เพราะหลายรุ่นมีระบบคัดเลือกลูกค้าและมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินค้า

การนำสองโลกที่ต่างกันอย่างสุดขั้วมารวมกัน จึงกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ของวงการ โดย Swatch ช่วยทำให้ AP เข้าถึงคนทั่วไปมากขึ้น ขณะที่ AP ก็ช่วยยกระดับภาพลักษณ์และความพรีเมียมให้กับ Swatch

Royal Pop มาในรูปแบบ “นาฬิกาพก” (Pocket Watch) ซึ่งต่างจากความคาดหวังของหลายคนที่คาดว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือแบบ Royal Oak แต่ถึงแม้จะผิดความคาดหมาย กระแสตอบรับกลับไม่ได้ลดลง

คอลเล็กชันดังกล่าวมีทั้งหมด 8 ดีไซน์ โดดเด่นด้วยสีสันจัดจ้านและกลิ่นอายป๊อปอาร์ต พร้อมลูกเล่นที่สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้เป็นเครื่องประดับห้อยกระเป๋า หรือตั้งโชว์บนโต๊ะ

ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยอยู่ที่ประมาณ 13,700–14,900 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบของตัวเรือน ขณะที่ราคาจำหน่ายในต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 385-420 ดอลลาร์สหรัฐ

 

อย่างไรก็ตาม กระแสความต้องการมหาศาลส่งผลให้ตลาดรีเซลร้อนแรงอย่างรวดเร็ว

ในประเทศไทย มีการตั้งราคาขายต่อสูงถึง 50,000-70,000 บาทตั้งแต่วันแรก ส่วนต่างประเทศ BBC รายงานว่าราคาจากเดิม 335 ปอนด์ ถูกนำไปขายต่อมากกว่า 1,000 ปอนด์ และบางรายการบน eBay ถูกตั้งราคาสูงถึง 3,000-5,000 ปอนด์

ด้านแพลตฟอร์มซื้อขายนาฬิกา Chrono24 เปิดเผยว่า จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการเปิดตัว Royal Pop โดยมีการประกาศขายบางเรือนสูงถึง 5,000 ยูโร หรือราว 189,000 บาท สูงกว่าราคาตั้งต้นถึงประมาณ 13 เท่า

ผู้ที่มาต่อคิวซื้อไม่ได้มีเพียงแฟนนาฬิกาหรือนักสะสมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้รับจ้างต่อคิวและนักเก็งกำไรที่หวังซื้อไปขายต่อในราคาที่สูงขึ้น จนเกิดการแข่งขันและกลยุทธ์ต่าง ๆ ในตลาดรีเซล เช่น การรับจ้างต่อคิว การขายสิทธิ์คิว หรือการกว้านซื้อสินค้าไปขายต่อ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งคำถามว่า กระแสของ Royal Pop จะสามารถยืนระยะได้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงกระแสชั่วคราวเช่นเดียวกับสินค้าบางประเภทในวัฒนธรรมป๊อป เช่น Labubu ที่เคยได้รับความนิยมอย่างมหาศาล ก่อนที่กระแสจะเริ่มลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

ปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อราคาคือการที่ Swatch ยืนยันว่า Royal Pop ไม่ใช่สินค้าแบบ Limited Edition และจะมีการเติมสต็อกอย่างต่อเนื่อง คล้ายกับกรณีของ MoonSwatch ที่แม้เปิดตัวด้วยกระแสสูงมาก แต่ยังคงผลิตและวางขายเพิ่มเรื่อยมา

ย้อนกลับไปในปี 2022 Swatch เคยสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกกับ MoonSwatch ที่ร่วมมือกับ Omega ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก จนมีรายงานว่าสามารถทำยอดขายทะลุ 1 ล้านเรือน และสร้างรายได้มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

หลังจากนั้น Swatch ยังเดินหน้ากลยุทธ์คอลแลบกับแบรนด์ดังอย่าง Blancpain ก่อนจะมาถึง AP ในครั้งนี้

ขณะเดียวกัน Royal Pop ยังแสดงให้เห็นว่าความสำเร็จในปัจจุบันอาจไม่ได้มาจากตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงพลังของเรื่องราว การตลาด ความหายาก การสร้างกระแส และความรู้สึกว่า “ทุกคนต้องมี”

ล่าสุดยังเริ่มมีผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมและแบรนด์อิสระออกแบบอะแดปเตอร์เพื่อเปลี่ยน Royal Pop จากนาฬิกาพกให้กลายเป็นนาฬิกาข้อมือ ซึ่งอาจขยายขอบเขตของคอลเล็กชันนี้ให้เติบโตต่อไปอีก

ปรากฏการณ์ Royal Pop จึงอาจไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวนาฬิกาอีกหนึ่งรุ่น แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป๊อปยุคใหม่ ที่สะท้อนพลังของการคอลแลบระหว่างแบรนด์ กระแส Hype และพฤติกรรมผู้บริโภคในโลกยุคดิจิทัลอย่างชัดเจน

 

TAGS: #RoyalPop #Swatch #AudemarsPiguet #APxSwatch