BLC โชว์ผลงานแข็งแกร่ง 9 เดือนปี 68 รายได้โต 10.9% กำไรเพิ่ม 13% รับแรงหนุนจากยอดขายเครื่องสำอางและอาหารเสริมพุ่งแรง เดินหน้าเปิดตัวยาเบาหวานชนิดใหม่ช่วงโค้งสุดท้าย พร้อมลุยโรงงานใหม่ปี 69
บมจ.บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค (BLC) โชว์ศักยภาพการเติบโตต่อเนื่อง ประกาศผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2568 ทำรายได้จากการขายและให้บริการรวม 1,257.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123.1 ล้านบาท หรือ 10.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 137.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% (YoY) สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เติบโตโดดเด่น รวมถึงการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งร้านขายยาและออนไลน์ที่ขยายตัวกว่าเท่าตัว
ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BLC เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3/2568 บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการ 403.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากปีก่อนหน้า แม้กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและสร้างแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น เพื่อวางรากฐานการเติบโตระยะยาว
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปีนี้ การเติบโตมาจากยอดขายกลุ่ม ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพิ่มขึ้น 42.7% และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยช่องทางร้านขายยาเติบโต 14.2% และช่องทางออนไลน์พุ่งแรงถึง 119% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ขยับขึ้นสู่ 58.7% และอัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) อยู่ที่ 10.9%
BLC เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกในช่วงโค้งสุดท้ายของปี เตรียมเปิดตัวยาสามัญใหม่ รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งสามารถใช้เป็นยาเดี่ยวหรือร่วมกับยาชนิดอื่น พร้อมวางแผนผลักดันเข้าสู่บัญชีนวัตกรรมเพื่อขยายตลาดในกลุ่มโรงพยาบาลและร้านขายยา ควบคู่กับกิจกรรมสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ โครงการก่อสร้าง โรงงานแห่งใหม่ มีความคืบหน้าแล้วกว่า 88% คาดแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการภายในปี 2569 เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
ภก.สุวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมยาและสุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง โดยคาดว่ามูลค่าตลาดยาภายในประเทศจะขยายตัวเฉลี่ย 6-7% ต่อปี ระหว่างปี 2568-2570 จากปัจจัยการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super Aged Society) และจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“การเปิดตัวยาเบาหวานตัวใหม่และความคืบหน้าของโรงงานแห่งใหม่จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการผลักดันการเติบโตของ BLC เราจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน” ภก.สุวิทย์ กล่าวสรุป.