คลังเปิดขาย “พันธบัตรออมพลัส” 31 ก.ค.นี้ ดอกเบี้ย  อายุ 3 ปี 1.8% อายุ 10 ปี 2.8%

คลังเปิดขาย “พันธบัตรออมพลัส” 31 ก.ค.นี้ ดอกเบี้ย  อายุ 3 ปี 1.8% อายุ 10 ปี 2.8%
กระทรวงคลัง เปิดขาย “พันธบัตรออมพลัส” 31 ก.ค. นี้ ประกาศดอกเบี้ย  อายุ 3 ปี 1.8% อายุ 10 ปี 2.8% จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เชิญคนไทยร่วมลงทุนกับรัฐบาล

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผย กระทรวงการคลังเตรียมเปิดจำหน่าย พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ครั้งแรกในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อเพิ่มทางเลือกในการออมและการลงทุนที่เข้าถึงง่ายให้แก่ประชาชน โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 1.80 ต่อปี สำหรับรุ่นอายุ 3 ปี และ ร้อยละ 2.80 ต่อปี สำหรับรุ่นอายุ 10 ปี และผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์ “พลัส” มากกว่าการออมรูปแบบเดิม ได้แก่

“พลัส” ทุกเดือน มีจำหน่ายทุกเดือน เข้าถึงการออมได้ง่ายและทั่วถึง (Financial Inclusion)

“พลัส” ผลตอบแทน ด้วยดอกเบี้ยที่จูงใจ

“พลัส” ตลาดรอง ซึ่งมีกลไกตลาดมารองรับและช่วยสะท้อนราคาซื้อขายที่แท้จริงและโปร่งใส

“พลัส” ช่องทางจำหน่าย ด้วยการเพิ่มช่องทางจำหน่ายที่มากขึ้นผ่านทั้งวอลเล็ต สบม.
ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming

ประชาชนสามารถเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 100 บาท ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือ เลือกจองซื้อผ่านธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming โดยเริ่มต้นที่ 1,000 บาท เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกรูปแบบการลงทุนที่เหมาะกับเงินออมและความสะดวกของตนเอง

“พันธบัตรออมพลัสไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุน แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและรัฐบาลร่วมกันลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ เงินออมของประชาชนจะเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนที่รัฐบาลนำไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจและประเทศ ขณะที่ประชาชนได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล จึงเป็นความร่วมมือที่ประชาชนและภาครัฐช่วยกันสร้างความมั่นคงให้ทั้งครัวเรือนและประเทศไทย” ดร.เอกนิติกล่าว

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กระทรวงการคลังจะจำหน่ายพันธบัตรออมพลัสจำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. วงเงิน 2,000 ล้านบาท และผ่าน Bond Connect Platform วงเงิน 2,000 ล้านบาท

ช่องทางวอลเล็ต สบม. เหมาะสำหรับประชาชนที่ต้องการเริ่มออมด้วยเงินจำนวนไม่มาก โดยสามารถซื้อได้ตั้งแต่ 100 บาท การจัดสรรใช้วิธี First-Come, First-Served หรือมาก่อนได้รับสิทธิ์ก่อน จนกว่าวงเงินจำหน่ายจะครบ

ผู้ที่สนใจควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตัง ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนล่วงหน้า รวมถึงเตรียมเงินในวอลเล็ต สบม. ให้พร้อมก่อนวันจำหน่าย โดยสามารถเติมเงินผ่าน Mobile Banking ผูกบัญชีธนาคารกรุงไทย หรือเติมเงินด้วย Wallet ID ที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

สำหรับผู้ที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ สามารถจองซื้อพันธบัตรออมพลัสผ่านธนาคารพาณิชย์และ บริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมทั้ง 24 ราย รวมถึงผ่านแอปพลิเคชัน Streaming ได้ โดยเริ่มจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท ช่องทางนี้ ใช้วิธีจัดสรรแบบ Small Lot First หรือทยอยจัดสรรให้ผู้จองซื้อทุกรายเป็นรอบ ๆ รอบละ 1,000 บาท ดังนั้น การจองซื้อก่อนหรือหลังภายในระยะเวลาที่กำหนดไม่มีผลต่อสิทธิในการจัดสรร วิธีดังกล่าวช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรายย่อยได้รับการจัดสรรอย่างทั่วถึงมากขึ้น

ในกรณีที่วงเงินในรอบสุดท้ายไม่เพียงพอสำหรับผู้จองซื้อทุกราย ระบบจะสุ่มจัดสรรจนเต็มวงเงินจำหน่าย ผู้จองซื้อจะทราบผลการจัดสรรในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 และจะได้รับเงินคืนในวันเดียวกัน หากไม่ได้รับการจัดสรรหรือได้รับไม่ครบตามวงเงินที่จองซื้อ

วงเงินจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. และ Bond Connect Platform แยกออกจากกัน ผู้ลงทุนจึงสามารถลงทุนผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง หรือเลือกลงทุนผ่านทั้งสองช่องทางได้ตามความเหมาะสม พันธบัตรออมพลัสเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร หรือ Scripless จึงไม่มีการออกใบพันธบัตรหรือสมุดพันธบัตร ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายการลงทุนและธุรกรรมผ่านช่องทางที่ผู้จัดจำหน่ายกำหนด แอปพลิเคชัน Streaming และแอปพลิเคชัน Wiset การพัฒนาช่องทางดังกล่าวมีเป้าหมายทำให้พันธบัตรรัฐบาลเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ลดข้อจำกัดของการออมรูปแบบเดิม และเชื่อมการลงทุนของประชาชนเข้าสู่ระบบการลงทุนดิจิทัลที่สะดวก โปร่งใส และตรวจสอบได้

สำหรับการจำหน่ายพันธบัตรออมพลัสครั้งถัดไป จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2569 เป็นต้นไป โดยกระทรวงการคลังจะประกาศอัตราดอกเบี้ยและวงเงินจำหน่ายในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569

ดร.เอกนิติกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังต้องการให้พันธบัตรรัฐบาลเป็นทางเลือกการออม
ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างต่อเนื่อง ไม่จำกัดอยู่เฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยการเปิดจำหน่ายเป็นประจำจะช่วยให้ประชาชนสามารถทยอยวางแผนการออมตามกำลังของตนเองได้

“ทุกบาทที่ประชาชนนำมาลงทุน ไม่เพียงช่วยสร้างผลตอบแทนและความมั่นคงทางการเงินให้แก่ครอบครัว แต่ยังเป็นพลังที่ประชาชนและรัฐบาลร่วมกันนำไปสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและอนาคตที่ดีขึ้นให้ประเทศไทย พันธบัตรออมพลัสจึงเป็นทั้งการออมเพื่ออนาคตของตนเอง และการร่วมลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ”

ผู้จัดจำหน่ายที่เป็นธนาคาร

1.ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

2.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 

3.ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)  

4.ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)

5.ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

6.ธนาคารออมสิน

ผู้จัดจำหน่ายที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์ 

1.บริษัทหลักทรัพย์กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด

2.บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน)

3.บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

4.บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด

5.บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน)

6.บริษัทหลักทรัพย์ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

7.บริษัทหลักทรัพย์บียอนด์ จำกัด (มหาชน)

8.บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

9.บริษัทหลักทรัพย์แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

10.บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด

11.บริษัทหลักทรัพย์ไอร่า จำกัด (มหาชน)

12.บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

13.บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด

14.บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

15.บริษัทหลักทรัพย์อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด

16.บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด

17.บริษัทหลักทรัพย์ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด

18.บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แผนการออมพันบัตรออมทรีพย์ เป็นดิติทัล เต็มรูปแบบ

TAGS: #พันธบัตรออมพลัส #คลัง #เอกนิติ #ดอกเบี้ย #กระทรวงคลัง