ในโลกที่เงินถูกพิมพ์อย่างไร้ขีดจำกัด ผู้คนจำนวนมากกำลังจนลงโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ทองคำยังคงรักษามูลค่าได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางระบบการเงินที่สร้างมายาภาพแห่งความมั่งคั่ง
เงินเฟ้อกับมายาภาพความจน : เมื่อเงินสดเสื่อมค่า แต่ทองยังยืนหนึ่ง
เงินเฟ้อคือสภาวะที่มูลค่าเงินเสื่อมถอยลงเรื่อย ๆ เพราะการพิมพ์เงินเกินความจำเป็น แม้ผู้คนจำนวนมากจะไม่รู้สึกว่าตนเอง “จนลง” แต่กลับมองเห็นเพียงว่าสินค้าแพงขึ้น ทว่าความจริงแล้ว สิ่งที่ลดค่าคือ “เงินในมือ” ต่างหาก
ทองคำกลับเป็นข้อยกเว้นที่ต่างออกไป ด้วยข้อจำกัดในการเพิ่มปริมาณเพียง 1-3% ต่อปี
ทำให้ทองคงมูลค่าไว้ได้ดีกว่าสกุลเงินที่ถูกพิมพ์อย่างไม่สิ้นสุด มนุษย์จึงใช้ทองคำเป็นสื่อกลางแห่งความมั่นคงทางการเงินมาอย่างยาวนาน
ตั้งแต่ยุค Gold Standard จนถึง Bretton Woods System โลกเคยผูกค่าเงินไว้กับทอง
แต่หลังจาก Nixon Shock ปี 1971 สหรัฐอเมริกายกเลิกการผูกเงินดอลลาร์กับทองคำ
เปิดประตูสู่ระบบ Fiat Money ที่ทำให้การพิมพ์เงินไร้ข้อจำกัด และเมื่อใดที่สหรัฐเพิ่มปริมาณเงิน
ประเทศอื่นก็ต้องพิมพ์ตามเพื่อรักษาสมดุลทางการค้า นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Debasement
ต่อมาในวิกฤตเศรษฐกิจและการแพร่ระบาด CODA 19 จึงเกิด FED ใช้มาตรการ Quantitative Easing (QE) พิมพ์เงินหลายล้านล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบ เศรษฐกิจได้รับการกระตุ้น แต่ผลลัพธ์คือค่าเงินเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว และช่องว่างระหว่างรายได้กับค่าครองชีพยิ่งห่างออก
สิ่งที่ผู้คนจำนวนมากเข้าใจผิดคือการมองว่า “ทองขึ้นราคา” หรือ “อาหารแพงขึ้น” แท้จริงแล้วมันคือ ภาพลวงตาของเงินเฟ้อ ค่าเงินที่เสื่อมลงทำให้สิ่งของดูแพงขึ้น ในขณะที่ทองคำกลับคงคุณค่า ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะคนส่วนใหญ่กลับเลือกถือเงินสดที่พิมพ์เพิ่มได้ไม่จำกัด แทนที่จะถือสินทรัพย์ที่รักษามูลค่าอย่างแท้จริง
