คำสอนของอาจารย์เซน ถ้ามีสติในวิกฤตเศรษฐกิจ"เราจะสามารถฟื้นตัวและเปลี่ยนความยากลำบากให้เป็นโอกาสได้"
เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่ไม่มีศาสนา แม้ว่ารัฐบาลจะอนุญาตให้ประชาชนนับถือศาสนาได้ก็ตาม
แต่เกาหลีเหนือก็ยังอุตส่าห์มีพระภิกษุที่มีชื่อเสียงก้องโลกท่านหนึ่ง เป็นอาจารย์เซนที่ชื่อว่า ซุงซัน แฮงวอน (숭산행원) อาจารย์เซนผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง และทำให้โลกตะวันตกรู้จักกับเซนแบบเกาหลี และได้รับฉายาว่า 'แทซอนซา' (대선사) หรืออาจารย์เซนผู้ยิ่งใหญ่
ในเกาหลี คำว่า เซน ออกเสียงว่า ซอน (선)
ทั้ง ซอนและเซนล้วนมาจากคำภาษาจีนว่าฉาน (禪 )
คำว่าฉานในภาษาจีนมาจากคำว่า 'ธยาน' ในภาษาสันกฤตและ 'ฌาน' ในภาษาบาลี
นิกายซอนจึงหมายถึงนิกายที่เน้การปฏิบัติสมาธิ วิปัสสนากรรมฐาน และการเข้าถึงฌาน
คนทั่วโลกเมื่อพูดถึงนิกายฌานแล้วมักจะนึกถึง 'เซน' ญี่ปุ่น ไม่ค่อยทราบว่านิกายซอนของเกาหลีมีประวัติอันยาวนานนับพันปีและมีคำสอนที่ลึกซึ้งเช่นเดียวกัน จนถึงศตวรรษที่ 20 นิกายซอนของเกาหลีจึงเริ่มแพร่หลายมากขึ้นในหมู่ชาวตะวันตก ส่วนหนึ่งมาจากความอุตสาหะของท่านซุงซาน
ท่านซุงซันเกิดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2460 ที่เมืองซุนชอน จังหวัดพยองอันใต้ ประเทศเกาหลีเหนือในปัจจุบัน แต่ในเวลานั้นเกาหลีทั้งประเทษเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น ทำให้ชาวเกาหลีจนวนมากเจ็บแค้นใจมาก และพยางยามปลดแอกตัวเอง ท่านซุงซันก็เช่นกัน จึงเข้าร่วมขบวนการเรียกร้องเอกราชใต้ดินในปี พ.ศ. 2487 แต่ถูกตำรวจทหารญี่ปุ่นจับกุมและได้รับการปล่อยตัวในภายหลัง ต่อมาในปี พ.ศ. 2488 ท่านสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมอุตสาหกรรมเปียงยาง และเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยทงกุก ในกรุงโซล อย่างไรก็ตาม เมื่อท่านได้เห็นนักศึกษาต่อสู้กันเองระหว่างฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา ท่านตระหนักว่าท่านไม่สามารถช่วยเหลือสังคมได้ด้วยการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือการศึกษา ดังนั้นท่านจึงเข้าบวชเป็นภิกษุที่วัดมากกซา (ปัจจุบันอยู่ในเมืองคงจู ประเทศเกาหลีใต้) ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2490
ตามปกติพระนิกายซอนนั้นจะต่้องนั่งวิปัสสนาเกือบทั้งวันทั้งคืน บางครั้งมีบางช่วงของปีถึงกับห้ามหลับห้ามนอน แม้จะต้องตายก็ยอมเพื่อให้บรรลุถึงความรู้แจ้ง
ท่านซุงซานก็ผ่านการเคี่ยวกรำอย่างหนักนี้มาก่อน จนได้บรรลุธรรมและได้รับการรับรองจากอาจารย์ของท่านว่ารู้แจ้งอย่างแท้จริงแล้ว
กล่าวกันว่า สิบวันหลังจากพระวินัยบวชภิกษุ ท่านได้เดินทางลึกเข้าไปในภูเขาและเริ่มปฏิบัติธรรม 100 วันที่สำนักสงฆ์บพูยองกัมบนภูเขาวอนกัก ท่านบำเพ็ญภาวนาอย่างเข้มงวด ฉันแต่ใบสนแห้งบด (อาหารที่พระป่าเกาหลีมักใช้ประทังชีวิต) และสวดมหากรุณาธารณีวันละ 20 ชั่วโมง นอกจากนี้ ท่านยังบำเพ็ญตบะโดยทุบแผ่นน้ำแข็งออกแล้วอาบน้ำเย็นเฉียบบนภูเขาหลายครั้งต่อวัน
ท่านซุงซันมีลูกศิษย์ลูกหาทั่วโลก ซึ่งเรียกท่านว่า Seungsahn (อ่านว่า ซุงซัน)
แม้ว่าจะเกิดในเกาหลีเหนือ แต่ท่านซุงซันเริ่มมีชื่อเสียงในเกาหลีใต้ ได้เห็นเกาหลีใต้ผงาดจากประเทศกำลังพัฒนาหลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของเอเชีย
แล้วก็เห็นเกาหลีใต้ทรุดลงในช่วงวิกฤตการเงินเอเชียหรือวิกฤตต้มยำกุ้ง
ในเวลานั้นท่านจึงเทศนาเรื่องเศรษฐกิจ แม้ว่ามันจะไม่ใช่แนวหลักของคำสอนและการปฏิบัติของท่าน แต่มันแสดงถึงความแหลมของท่านในการปรับใช้ธรรมะกับยชีวิตจริง และความยืนหยุ่นของท่านในการ "โปรดสัตว์" โดยเฉพาะในช่วงเวลาคับขันของประเทศบ้านเกิดเมืองนอน
ท่านกล่าวไว้ว่า
"ช่วงนี้คนกังวลเรื่องเศรษฐกิจ ....
"ดูเหมือนไม่มีใครรู้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร สาเหตุอาจพบได้หลายทาง และหนึ่งในนั้นอาจเป็นแผนที่ผิดมาตั้งแต่ต้น โดยไม่ทราบสถานการณ์ปัจจุบันของเรา เราอาจตั้งเป้าหมายที่สูงขึ้นซึ่งเราไม่สามารถบรรลุได้ เมื่อชีวิตดีขึ้นด้วยวัตถุที่อุดมสมบูรณ์ เราก็โลภมากที่พยายามเลียนแบบประเทศที่ก้าวหน้า เป้าหมายของรายได้ปีละหมื่นดอลลาร์สำหรับผู้คนกลายเป็นสาเหตุของความโลภและไฟของมันเผาผลาญจนเกิดเถ้าถ่านจากการบริโภคและความสุขที่มากเกินไป ตอนนี้ถึงเวลาที่จะไตร่ตรองอีกครั้งแล้ว
"ผู้คนเชื่อว่าการแสวงหารายได้รายปีสูงๆ คือความเป็นจริงของพวกเขา โดยไม่ไตร่ตรองถึงความเป็นจริงของเรา การแข่งขันไปสู่ประเทศที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ได้หลอกลวงความรู้สึกของผู้คน รัฐบาลและประชาชนต่างก็รับผิดชอบต่อความผิดพลาดและความโลภ
"เราหลงทางอยู่ในท้องฟ้าที่ว่างเปล่าโดยไม่ได้วางเท้าลง และตอนนี้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ในเวลานั้นเกาหลีตกอยู่ในวิกฤตเศรษบกิจเหมือนไทย) มันกระตุ้นให้เรามีสติ เราตกใจและมันเจ็บ ตอนนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดที่จะเห็นความเป็นจริงของเราและนำของเรากลับมา
ตัวตนที่แท้จริง
"มีคำสอนว่า “คนที่ล้มลงพื้น ก็สามารถใช้พื้นยืนขึ้นมาได้” และยังมีคำกล่าวว่าเวลาที่วุ่นวายนั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีกว่าโดยแท้จริง เมื่อเราตื่นตัว เราจะสามารถฟื้นตัวและเปลี่ยนความยากลำบากให้เป็นโอกาสได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าเรากำหนดตัวเองอย่างไร หากเราเอาแต่บ่นว่า “โอ้ นี่มันยากจะตาย” ทุกอย่างจะไม่ดีขึ้น
"เมื่ออาตมายังเด็ก อาตมาเคยถูกตำรวจญี่ปุ่นจับเข้าคุก (ในเวลานั้นเกาหลีเป็นอาณานิคมญี่ปุ่น) ในขณะที่อาตมาเรียนอยู่ที่เปียงยาง วันหนึ่งอาตมาถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ อาชญากรรมมันแค่ตีนักเรียนญี่ปุ่นหรือมีปัญหาบางอย่างกับพวกเขา แต่การที่คุณติดคุกเพราะเรื่องนั้นมากเกินไป เนื่องจากอาตมาสนใจวิทยาศาสตร์ อาตมาจึงมีเครื่องมือบางอย่างสำหรับการทดลองในเวลานั้น เรื่องนี้ทำให้คนญี่ปุ่นคิดว่าอาตมาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการอิสรภาพ (ของเกาหลี) อาตมาเรียนรู้บางสิ่งในขณะที่อาตมาถูกคุมขังในคุก
"เป็นความจริงที่เรียบง่ายที่เราต้องตื่นตัวในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด อาตมาได้รู้สุภาษิตโบราณที่ว่า “แม้ว่าจะติดกับดักเสือ ความตื่นตัวของเราสามารถช่วยเราได้” ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตำรวจญี่ปุ่นคิดว่าอาตมาเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการอิสรภาพ การสอบสวนของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นและอาตมาต้องตื่นตัวในการตอบคำถามทุกข้อ ชีวิตของอาตมาขึ้นอยู่กับมัน ขณะที่อาตมาอยู่ในคุก อาตมาได้รับคำแนะนำจากคนลักลอบขนข้าวและเนื้อ (ที่ติดคุกอยู่ด้วยกัน) ให้คิดให้รอบคอบก่อนจะตอบคำถามใดๆ มันทำให้อาตมาตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและคำตอบของอาตมามีความสำคัญเพียงใด เมื่ออายุยังน้อย อาตมาได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการมีจิตสำนึกที่ชัดเจนเมื่อต้องตอยู่ในเรือนจำและเงื้อมมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่น
"ถ้าเศรษฐกิจเรามีปัญหาก็ต้องมีสาเหตุ เราต้องดูสาเหตุ เมื่อเราฝึกสมาธิ เราใช้คำว่า 'กวาน' (觀) ซึ่งหมายถึงพิจารณา (หรือวิปัสสนา) ในทำนองเดียวกัน ประชาชนต้องคำนึงถึงสาเหตุของปัญหาด้วย ถ้าเราเจอด้วยการใช้หัวก็ไม่ใช่กวาน เป็นเพียงการวิเคราะห์และการสันนิษฐาน กวานหมายถึงการสังเกตสภาพของจิตใจ จะทำให้เราเห็นเหตุแห่งความทุกข์ในปัจจุบันนี้"
นี่คือคำสอนของท่านซุงซันในวันที่เอเชียประสบกับวิกฤตการเงินเมื่อปี พ.ศ. 2540
วันนี้เรายังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ทุกคนเริ่มรู้สึกถึงเจ็บปวดจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา ถดถอย และชะงักงัน จนแม้แต่นักเศรษฐกิจก็เริ่มจะสับสนว่าทางออกอยู่ที่ไหนกันแน่?
แม้ว่าคำสอนของ 'ซอน' อาจจะไม่ใช่ทางออกในเชิงวัตถุนิยม แต่อย่างน้อยยังพอจะเชื่อได้ว่ามันอาจจะช่วยปลอบประโลมใจของเราไม่ให้มันจมอยู่กับความมืดมนสิ้นหวังเกินไปนัก
ภิกษุนิกายซอนนั้นขึ้นชื่อเรื่องการสู้จนสุดใจขาดดิ้นเพื่อไปถึงเป้าหมาย (คือการบรรลุธรรม) เราก็มองพวกท่านรวมถึงท่านนซุงซัน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการสู้ต่อไปด้วยความมุ่งมั่นในวันที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจให้กับเราทุกคนบนโลกนี้
บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - ท่านซุงซานถ่ายกับพรตคาทอลิกจากอารามแม่พระเกทเซมานี (Abbey of Our Lady of Gethsemani) ประเทศสหรัฐอเมริกา ภาพโดย ZM Dae Gak (Robert Genther) / CC BY-SA 3.0