ในงานเลี้ยงรับรองประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ที่มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง โต๊หลักของงานเลี้ยงประกอบไปด้วย สีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีของประเทศ คนที่นั่งข้างสีจิ้นผิงคือทรัมป์ (ไปทางซ้าย) ตามด้วย หลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
ข้ามมาฝั่งซ้ายต่อจากสีจิ้นผิงคือ เดวิด เพอร์ดู เอกอักคราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศจีน ตามด้วย ไช่ฉี (蔡奇) สมาชิกคณะกรรมการประจำกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน สมาชิกสำนักเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (ลำดับที่หนึ่ง) ผู้อำนวยการสำนักทั่วไปคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และเลขานุการคณะทำงานขององค์กรส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ตำแหน่งที่ยาวเหยียดนี้อาจทำให้ผู้คนไม่เข้าใจว่า ไช่ฉี "ใหญ่แค่ไหน" สื่อตะวันตกบางแห่งจึงอธิบายสั้นๆ ว่า เขาคือ Chief of Staff ของสีจิ้นผิง หรือจะให้ง่ายลงไปอีกก็คือเขาเป็น "มือขวา" ของสีจิ้นผิง
บางสื่อเรียกเขาว่าเป็น Eminence grise หรือ "ผู้มีอิทธิพลในฐานะที่ปรึกษาทางการเมืองอย่างไม่เป็นทางการ"
ดังนั้นเพื่อที่จะเข้าใจแกนหลักของกลไกการปกครองจีน นอกจากสีจิ้นผิงแล้วก็ควรจะรู้จักไช่ฉีไว้อีกคนด้วย
ไช่ฉี เกิดที่มณฑลฝูเจี้ยน สำเร็จการศึกษาจากภาควิชาการเมือง จากมหาวิทยาลัยครูฝูเจี้ยน และได้รับปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์และกฎหมาย และปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน เขาเข้าเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์ในช่วงที่อยู่ในมหาวิทยาลัยนี่เองในช่วงทศวรรษที่ 70
ตั้งแต่ปี 1983 ถึงปี 1999 ไช่ฉี ทำงานให้กับคณะกรรมการพรรคประจำมณฑลฝูเจี้ยนและเมืองซานหมิงเป็นเวลา 16 ปี โดยดำรงตำแหน่งสูงสุดคือนายกเทศมนตรีเมืองซานหมิง ในช่วงเวลานั้น สีจิ้นผิงก็ทำงานอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยนเช่นกัน
ต่อมา สีจิ้นผิงย้ายไปประจำการที่มณฑลเจ้อเจียง โดยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำมณฑลเจ้อเจียงในเดือนพฤศจิกายน ปี 2002 ในช่วงเวลานั้น ไช่ฉีรับหน้าที่บริหารเมืองฉวีโจวและไทโจวตามลำดับ โดยทำหน้าที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของสีจิ้นผิง
เมื่อสีจิ้นผิงถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคที่เซี่ยงไฮ้ในเดือนมีนาคม 2007 ไม่นาน ไช่ฉีก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง
ในปี 2013 สีจิ้นผิง ดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ ในปีต่อมาก็ได้ย้ายไช่ฉีไปประจำที่สำนักงานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติส่วนกลาง อันเป็นเป็นหน่วยงานปฏิบัติการของคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติส่วนกลาง และเป็นหน่วยงานปฏิบัติการของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ความสำคัญของคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติส่วนกลาง ก็คือเป็นหน่วยงานตัดสินใจและประสานงานของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน อยู่ภายใต้เลขาธิการใหญ่ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (สีจิ้นผิง) โดยตรง รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงแห่งชาติ และเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจในการกำกับดูแลและนำในด้านการทหาร ความมั่นคงสาธารณะ การทูต และข่าวกรองที่ครอบคลุมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ กระทรวงยุติธรรม ตำรวจติดอาวุธ สำนักข่าวกรองของกรมเสนาธิการร่วมของคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง สำนักประสานงานของกรมงานการเมืองของคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง กองกำลังไซเบอร์ของกองทัพปลดปล่อยประชาชน กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานข้อมูลสภาแห่งรัฐ และหน่วยงานอื่นๆ ด้านความมั่นคงล้วนอยู่ในกำกับของคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติส่วนกลาง
ปัจจุบัน ไช่ฉีก็ยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของสำนักงานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติส่วนกลาง
นี่เป็นหน้าที่ของเขาในแง่ของการบริหารความมั่นคงของชาติ
ในแง่การบริหารรัฐกิจ หลังจากทำงานกับสำนักงานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติส่วนกลางแล้ว ในเดือนพฤษภาคม 2017 ไช่ฉียังดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประจำกรุงปักกิ่ง และเป็นบุคคลแรกที่ไม่ใช่สมาชิกคณะกรรมการกลางที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการเทศบาลกรุงปักกิ่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ถือเป็นองค์กรผู้นำและการตัดสินใจสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้รับการเลือกตั้งโดยการประชุมเต็มคณะของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน มีอำนาจในการเป็นผู้นำและตัดสินใจสูงสุดในพรรคและรัฐ และถือเป็นผู้นำในระดับชาติ เลขาธิการใหญ่แห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในฐานะสมาชิกคนแรกของคณะกรรมการประจำกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นผู้นำและประสานงานการดำเนินงานประจำวัน ตลอดจนเรียกประชุมและเป็นประธานในการประชุมต่างๆ (สีจิ้นผิง)
หลังจากเป็นเลขาธิการพรรคประจำกรุงปักกิ่งแล้วในเดือนตุลาคม 2017 ไช่ฉี วัย 61 ปีจึงค่อยได้รับเลือกเป็นสมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในการประชุมเต็มคณะครั้งแรกของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 19 ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในคณะผู้นำของพรรคและรัฐไปโดยปริยาย
เมื่อถึงตุลาคม 2022 ไช่ฉี วัย 66 ปี ได้รับเลือกเป็นสมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (ลำดับที่ 5) และสมาชิกสำนักเลขาธิการแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (ลำดับที่ 1) ในการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 1 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 20
นี่เป็นเส้นทางการเมืองของไช่ฉี
ในเวลานั้น หลี่เฉิง ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนจาก Brookings Institution กล่าวกับสำนักช่าว Reuters ว่า “ไช่ฉี ได้รับการเลื่อนตำแหน่งถึงสี่ครั้งในรอบสี่ปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเขาต่อสีจิ้นผิง”
แล้วอำนาจทางการเมืองของเขามีแค่ไหน?
เมื่อเดือนเมษายน 2026 นิตยสาร The Economist มีรายงานเรื่อง "ไฉ่ฉี อาจเป็นบุคคลที่มีอำนาจมากเป็นอันดับสองของจีน" ตอนหนึ่งพรรณนาสถานะและความสำคัญของเขาเอาไว้ว่า "ในฐานะมือขวาของสีจิ้นผิง ทั้งในแง่ของการทำงานและตำแหน่งที่นั่ง (ในการประชุม) ไช่มีความเข้าใจในนโยบายเกือบทุกด้านและเข้าถึงความลับมากมายของพรรคคอมมิวนิสต์ นั่นทำให้เขาเป็นบุคคลที่เจ้าหน้าที่อเมริกันและรัฐบาลต่างประเทศอื่นๆ ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก"
และ "ไช่ ผู้ซึ่งรู้จักกับ สีจิ้นผิง มานานกว่าสามทศวรรษ มีตำแหน่งอยู่ในลำดับที่ห้าจากเจ็ดคนของคณะกรรมการประจำกรมการเมือง ซึ่งเป็นองค์กรผู้นำสูงสุดของพรรค แต่เขาเป็นคนแรกในรอบกว่าสี่ทศวรรษที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานใหญ่ของพรรคควบคู่กันไป นั่นหมายความว่าเขาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะทำงานของ สีจิ้นผิง ควบคุมตารางเวลา บุคคล และข้อมูลที่ส่งถึงเขา เขามักจะอยู่ใกล้ชิดกับสีจิ้นผิงเสมอ โดยมักจะร่วมเดินทางไปกับเขาในทริปต่างๆ ทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ และยังดูแลด้านการแพทย์ของเขาด้วย"
และยังบอกว่า "ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะมีอำนาจกว้างขวางกว่าหลี่ ฉาง แม้กระทั่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรัฐมนตรีในฐานะนายกรัฐมนตรีและผู้นำพรรคอันดับสองของจีน"
นี่คือความสำคัญของไช่ฉีจากการประเมินของ The Economist นิตยสารด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ชั้นนำของโลก ที่จริงแล้ว The Economist ได้ประเมินอำนาจของไช่ฉีเอาไว้อีก ผู้อ่านสามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ของนิตยสารฉยัยนี้ได้โดยตรง
แต่เราสามารถทิ้งท้ายด้วยความเห็นของ โจนาธาน ซิน (onathan Czin) อดีตนักวิเคราะห์จีนของสำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA) ที่กล่าว “เมื่อใดก็ตามที่ผู้คนถามผมว่า ‘ถ้าสี จิ้นผิงเสียชีวิตในวันพรุ่งนี้ และไม่มีแผนการสืบทอดตำแหน่ง ใครจะได้ตำแหน่งสูงสุด?’ ไช่ฉีดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่ชัดเจน”
เขามีอำนาจและบารมีบากมายถึงขนาดนี้!
โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - ไช่ฉี สมาชิกคณะกรรมการประจำกรมการเมือง เข้าร่วมการประชุมเต็มคณะครั้งที่สองของสภาประชาชนแห่งชาติ ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2568 (Photo by GREG BAKER / AFP)