'ไทยเทา'อ้าแขนรับแถมให้สัญชาติ ในขณะที่รัฐบาลจีนทำแคมเปญกวาดล้าง'แก๊งสีดำ'จนอยู่กันไม่ได้

'ไทยเทา'อ้าแขนรับแถมให้สัญชาติ ในขณะที่รัฐบาลจีนทำแคมเปญกวาดล้าง'แก๊งสีดำ'จนอยู่กันไม่ได้

ในภาษาจีนคำว่า'แก๊งสเตอร์'ใช้คำว่า'พวกสีดำ'(黑帮) ไม่ใช่ตัวดำหรือใส่เสื้อดำ แต่ทำอะไรที่มันดำมืด ชั่วร้าย และไม่โปร่งใส

'พวกสีดำ'ก็คือพวก'พวกสีเทา'นั่นเอง แต่ผมเห็นว่า'สีเทา'ที่เราใช้เป็นคำวิเศษณ์เติมเข้าไปในคำว่า'จีนเทา'บ้าง'ไทยเทา'บ้างหรือ'เขมรเทา'เป็นคำที่ไม่รุนแรงเท่ากับบอกว่าพวกนี้เป็น'พวกสีดำ' 

'สีเทา'หมายถึงความคลุมเครือระหว่างสีขาว (ถูกต้องตามกฎหมาย) และสีดำ (แหกและอยู่เหนือกฎหมาย) แต่พวกที่กระทำความชั่วเหล่านี้ผมเห็นว่าไม่มีขาวเอาเลย

จะขาวอย่างเดียวคือการใช้ระบบราชการมาบังหน้าให้เห็นว่าถูกต้อง เช่น ซื้อสัญชาติไทย ซื้อที่ดินของไทย เป็นเจ้าของธุรกิจในไทยร้อยเปอร์เซนต์ การกระทำเหล่านี้ "ถูกต้อง" ขึ้นมาได้ เพราะมีข้าราชการที่ขายชาติบ้านเมืองมาคอยช่วยเหลือ

ทั้งหมดนี้ทำไปได้เพราะเงินตัวเดียว 

จึงเป็นการกระทำที่ดำที่สุดไม่มีความขาวเอาเลย 

ผมอยากจะลำเลิกเรื่องราวตั้งแต่เรามีปัญากับพวก'จีนเทา'(อันที่จริงก็คือพวกสีดำจากจีน) ในกัมพูชาและเมียนมา ผมเตือนไว้ว่าหากคิดจะจัดการกับพวกสีดำเหล่านี้ให้สิ้นซาก จะต้องจัดการกับพวกสีดำที่อำพรางตัวเองเป็นสีขาว (ข้าราชการชั่วๆ) ในเมืองไทยด้วย หากไม่แล้วก็จะเท่ากับตัดหญ้าไม่เผาราก ตัดไผ่ไม่รื้อกอ

มีแต่จะเติบใหญ่ต่อไปเรื่อยๆ 

ในเวลานั้น คนกัมพูชาโจมตีไทยว่าเป็นตัวการพวกสีเทาที่แท้จริง ซึ่งเป็นการกล่าวตู่ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนก็มีมูล เพราะพวกสีเทาในกัมพูชาและเมียนมาจะทำธุรกรรมได้อย่างไรถ้าไม่ผ่านไทย จะรักษาตัวก็ยังข้ามมาไทย แถมบางคนยังเปิดหน้าเข้าสังคมกับพวกไฮโซด้วยซ้ำ 

ทั้งหมดนี้เพราะพวกสีดำที่อำพรางตัวเองเป็นสีขาวในไทย

พวกเขมรนั้นมุสาเก่งก็จริง แต่เรื่องนี้ก็ต้องฟังฝั่งนั้นไว้บ้าง หาไม่แล้วเราจะไม่พบว่าต้นเหตุแห่งความวิบัติ ส่วนหนึ่งอยู่ในบ้านเมืองเรานี่เอง

บางคนยังพยายามโยนบาปให้กับรัฐบาลจีนเสียอีก ซึ่งเป็นเรื่องเท็จแท้ๆ 

โดยหาทราบไม่ว่าเพราะรัฐบาลจีนกวาดล้างพวกนี้อย่างหนักนี่แหละ พวกนี้จึงหนีมา "พึ่งใบบุญ" ของพวกสีดำที่อำพรางตัวเองเป็นสีขาวในไทย

ผมไม่มีหน้าที่จะแก้ต่างให้รัฐบาลจีน แต่ผมชอบรัฐบาลจีนอยู่อย่างหนึ่งตรงที่เขากวาดล้างพวกสีดำอย่างเด็ดขาดจนอยู่กันไม่ได้ และนี่เป็นเรื่องจริง

แคมเปญของทางการจีนเรียกว่า "กวาดล้างดำทำลายพวกชั่ว" (扫黑除恶) ถือเป็นการรณรงค์จำเพาะ (专项斗争) ซึ่งแสดงถึงความสำคัญและจำเป็นเร่งด่วน โดยเปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561 (2018) โดยมีเป้าหมายระยะเวลาสามปี

อย่างไรก็ตาม 'การรณรงค์จำเพาะกวาดล้างดำทำลายพวกชั่ว' ก็ยังมีรายงานความคืบหน้าแม้ในปีนี้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าระยะเวลาสามปีทำไม่สำเร็จ แต่หมายถึงการดำเนินการต่อเนื่องเพราะ 'พวกดำพวกชั่ว' เกิดขึ้นมาได้เรื่อยๆ ตราบที่ยังมีมนุษย์อยู่บนโลกใบนี้

กระนั้นก็ตาม แม้พวก'พวกดำพวกชั่ว'จะเกิดขึ้นไม่หยุด แต่มีวิธีการที่ป้องกันไม่ให้พวกนี้รวมตัวกันเป็น 'แก๊งสเตอร์' หรืออาชญากรที่ทำงานเป็นองค์กร เพื่อไม่ให้พวกนี้บ่อนทำลายอำนาจรัฐ เช่น ติดสินบนเจ้าหน้าที่ หรือแทรกซึมเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่แบบที่เกิดขึ้นในเมืองไทย

อย่าว่าผมมีอคติกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะแม้แต่ข้อครหาเรื่องเปิดทะเบียนราษฎร์ให้คนนอกเข้ามาคัดข้อมูลเพื่อฉ้อโกงคนอื่นยังเกิดขึ้นเนืองๆ นับประสาอะไรกับการขายสัญชาติเอื้อพวกสีดำ หรือกระทั่งคนในเครื่องแบบยังขายศักดิ์ศรีไปขับรถนำขบวนพวกสีดำ

เป็นเมืองจีนป่านนี้หัวกุดไปแล้ว!

'การรณรงค์จำเพาะกวาดล้างดำทำลายพวกชั่ว' มีคีย์เวิร์ดสำคัญอยู่สองคำ คือ 'พวกดำชั่ว' (黑恶) และ'ร่มเงาที่ปกป้อง' (保护伞)

 'พวกดำชั่ว' แปลว่าอาชญากรหรือพวกใต้ดิน 

'ร่มเงาที่ปกป้อง' คำนี้มีความหมายมากกว่า  'พวกดำชั่ว' เสียอีกถ้าหากมองด้วยสายตาของคนไทยที่มองประเทศไทยในตอนนี้

'ร่มเงาที่ปกป้อง'หมายถึงข้าราชการหรือคนมีสีที่คอยคุ้มหัวพวกสีดำ ปัญหานี้มีมานานแล้วพอๆ กับการณรงค์ต่อต้านพวกสีดำของรัฐบาลจีนที่มีมาก่อนปี 2018 เสียอีก แต่พอถึงปี 2018 ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นเมื่อคณะกรรมการกลางตรวจสอบวินัยของพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้รวมเอาคำว่า'ร่มเงาที่ปกป้อง'เข้ามาในปฏิบัติการกวาดล้างพวกสีดำด้วย 

วิธีการกวาดล้างของจีนทำตามสโลแกนว่า 'สองอย่างหนึ่งกฎ' (两个一律) และสโลแกนว่า 'หนึ่งคดีสามการสอบสวน' (一案三查) นั่นคือเมื่อกวาดล้างแก๊งอาชญากรก็ต้องกวาดล้างข้าราชการที่คอยคุ้มหัวด้วยด้วยกระบวนการทางกฎหมายเดียวกัน  

ไม่ใช่จับอาชญากรแล้วไม่ตามล้างพวกข้าราชการฉ้อฉล แบบนี้พวกสีดำก็จะเกิดต่อไปเพราะยังมีเชื้อ คือ ฝ่ายรัฐคอยเกื้อกูล

การปราบปรามมีกระรบวนการแล้ว ก็ต้องหาต้นตอการเกิดขึ้นของ'ร่มเงาที่ป้อง'เพื่อเป็นการป้องปราม 

จากการประเมินของหน่วยงานมณฑลเหอหนานระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างอาชญากรและข้าราชการนั้น "สาเหตุหลักของการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องของกลุ่มอาชญากรรมบางกลุ่มในระยะยาวนั้น มาจากความอ่อนแอและไร้ประสิทธิภาพขององค์กรพรรค (คอมมิวนิสต์จีนหรือรัฐบาลหรือระบบราชการ) ในระดับท้องถิ่น ซึ่งล้มเหลวในการแบกรับความรับผิดชอบหลักในการบริหารจัดการพรรคอย่างครอบคลุมและเข้มงวด รวมถึงการปราบปรามอาชญากรรม รายงานจากคณะกรรมการกลางตรวจสอบวินัยและคณะกรรมการกำกับดูแลแห่งชาติชี้ให้เห็นว่า ในบางแห่ง คณะกรรมการพรรค รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ล้มเหลวในการลงโทษอย่างมีประสิทธิภาพ ละเลยการกำกับดูแล และละเลยหน้าที่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการแพร่กระจายและการขยายตัวของอาชญากรรม" 

ดังนั้น "หากองค์กรพรรคระดับรากหญ้าอ่อนแอ ขาดระเบียบ และไร้ประสิทธิภาพ กลุ่มอาชญากรและกลุ่มอิทธิพลบางกลุ่มจะฉวยโอกาสนี้ เราต้องควบคู่การปราบปราม 'ร่มเงาที่ป้อง' กับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรพรรคระดับรากหญ้า แก้ไของค์กรพรรคระดับรากหญ้าที่อ่อนแอและไร้ประสิทธิภาพโดยทันที และสร้างป้อมปราการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง

การต่อสู้กับองค์กรอาชญากรรมและการกำจัด 'ร่มเงาที่ป้อง'เหล่านี้ จึงต้องควบคู่ไปกับการเสริมสร้างการปกครองระดับรากหญ้า และการแก้ไขปัญหาองค์กรพรรคระดับรากหญ้าที่อ่อนแอและไร้ระเบียบ

จากสถิติในจีนพบว่า ถึงสิ้นปี 2020 คณะกรรมการตรวจสอบวินัยและคณะกรรมการกำกับดูแลในทุกระดับได้ทำการสอบสวนและดำเนินคดีใน 89,700 คดีที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม การทุจริต และ 'ร่มเงาที่ปกป้อง' และได้ดำเนินการทางวินัยต่อสมาชิกพรรค เจ้าหน้าที่ และข้าราชการมากกว่า 115,900 คน

ในปี 2021 จากการรณรงค์ต่อต้านอาชญากรรมทั่วประเทศ ได้ทำลายองค์กรอาชญากรรมไป 3,644 แห่ง และสืบสวนคดี'ร่มเงาที่ปกป้อง'จำนวน 89,700 คดี 

นั่นหมายความว่า ข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องชั่วร้ายมีเยอะกว่าองค์กรอาชญากรรมเสียอีก

ต่อมาในปี 2023 มีพวก'ร่มเงาที่ปกป้อง'ถูกดำเนินคดี 3,600 คน

ในปี 2024 เหลือ 74 คน และในปี 2026 ดำเนินคดีไปแล้ว 65 คน แสดงว่าหากกวาดล้างกันจริงๆ ข้าราชการที่คุ้มหัวโจรจากหลักแสนก็เหลือหลักสิบได้ ส่วนพวกอาชญากรนั้นจะลงมือกวาดล้างเมื่อไรก็ไม่เป็นปัญหาแล้ว

เอาจริงๆ พวกสีดำหรือแก๊งสเตอร์ทั้งหลายนั้นไม่คณามือ'มือปราบ'อยู่แล้วไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไหนก็ตาม 

สิ่งที่ทำให้พวกนี้อยู่ได้และมือปราบเอาไม่อยู่ก็คือการคุ้มครองจาก'ร่มเงาที่ปกป้อง'คือข้าราชการและคนมีสีทั้งหลาย

เมื่อจีนทำการปราบที่ต้นตอคือ'ร่มเงาที่ปกป้อง'พวกสีดำจึงอยู่ไม่ได้ 

อยู่มาได้แล้วมาที่ไหน?

มาที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั่นเอง โดยมีเมืองไทยเป็นที่อยู่แอบๆ แต่อยู่แบบเปิดเผยในประเทศเพื่อนบ้าน

โปรดอย่าเข้าใจผิดว่า เมืองจีนทำแคมเปญไล่พวกสีดำแล้วพวกนี้จึงหนีมาอยู่ไทย สิ่งที่ควรตระหนักก็คือพวกนี้หนีความผิดจึงหาสถานที่ที่สามารถกระทำความผิดอย่างสบายใจ จึงควรเกิดคำถามว่า "ประเทศไทยกำลังอำนวยความสะดวกให้กับพวกสีดำที่ทางการจีนกวาดล้างอยู่ใช่หรือไม่?"

หรือจะให้จำเพาะเจาะจงลงไปกว่านั้น ควรเป็นคำถามว่า "ไทยเทากำลังอำนวยความสะดวกให้กับพวกสีดำอยู่หรือไม่?" 

พวกสีดำเหล่านี้ไม่ใช่แค่แก๊งสเตอร์สัญชาติจีนที่ต้องการสัญชาติไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพวกสีดำสัญชาติอื่นๆ ที่กบดานในไทย ตั้งนิคมซ่องสุมกันเองในไทย และอาศัยคนไทยเป็นนอมินีเพื่อกระทำการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายในไทย

'ไทยเทา'คือ'พวกสีดำที่อำพรางตัวเองเป็นสีขาวในไทย' ทั้งข้าราชการ คนมีสี และคนทั่วไปที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน

แม้แต่การกระทำที่หมิ่นเหม่กับคำว่า "ขายชาติ"

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better 

Photo - ภาพประกอบการณรงค์กวาดล้างดำทำลายพวกชั่ว โดยทางการเมืองหวงสือ ในประเทศจีน (常态化扫黑除恶永远在路上!/ 黄石市市场监督管理局)
 

TAGS: #ไทยเทา #จีน