ผู้เชี่ยวชาญด้านโดรนของยูเครนซึ่งใช้ชื่อรหัสว่า Udav กล่าวถึงจีน “จีนชนะสงครามโลกครั้งที่สามไปแล้ว เพราะทุกอย่างอยู่ในกำมือของจีน”
นี่เป็นปากคำของผู้เชี่ยวชาญที่กล่าวกับสื่อระดับโลก The Wall Street Journal ในรายงานเรื่อง "สหรัฐฯ ต้องการทำลายการครองความเป็นใหญ่ด้านโดรนของจีน นี่คืออุปสรรคที่จะต้องเผชิญ"
คำกล่าวของผู้เชี่ยวชาญชาวยูเครนไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย เพราะอย่างน้อยยูเครนถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ช่ำชองในเรื่องการทำสงครามโดรนมากที่สุดไปแล้วและยังเสนอให้ความช่วยเหลือประเทศในตะวันออกกลางและสหรัฐฯ ในการรับมือกับโดรนของอิหร่าน
เรื่องนี้ได้รับการต่อประเด็นโดยสื่อจีน 'กวนฉา' (观察者网) ในรายงานเรื่อง "สื่อสหรัฐฯ ถอดชิ้นส่วนโดรน พร้อมกล่าวอ้างว่า "จีนชนะสงครามโลกครั้งที่ 3 แล้ว เพราะทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม"
สิ่งที่เรียกว่า "อยู่ภายใต้การควบคุม" หรือ "อยู่ภายใต้กำมือ" ของจีนนั้นหมายถึงการที่ชิ้นส่วนของโดรน FPV ต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานของจีนเป็นอย่างมาก ขณะที่การผลิตโดรนของสหรัฐฯ ยังไม่สามารถทดแทนด้วยห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ บวกกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และความบกพร่องในการสนับสนุนทางอุตสาหกรรมสำหรับส่วนประกอบสำคัญต่างๆ นี่เป็นอุปสรรคที่ทำให้สหรัฐฯ ไล่ตามจีนในเรื่องนี้
ตัวอย่างเช่น มอเตอร์กระแสตรงไร้แปรงถ่าน (BLDC) ซึ่งเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ทนทาน เสียงรบกวนต่ำ และต้องการการบำรุงรักษาน้อย และทำให้เหมาะสำหรับโดรน รถยนต์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้ BLDC เป็นหัวใจสำคัญของพลังและความคล่องตัวของโดรน จากการรายงานของ 'กวนฉา' ระบุว่า BLDC เป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่ "ยากมาก" ที่จะหาแหล่งผลิตทดแทนภายในประเทศ เพราะการผลิตมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงนั้นขึ้นอยู่กับแม่เหล็กหายากเป็นอย่างมาก และจีนควบคุมกำลังการผลิตที่เกี่ยวข้องกับแม่เหล็กหายากอย่างน้อย 90% ของโลก ในขณะที่กำลังการผลิตที่มีอยู่ในสหรัฐอเมริกานั้นแทบจะไม่มีเลย
ยังมี แบตเตอรี่สำหรับโดรนโดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องมีความสามารถในการจ่ายกระแสไฟฟ้าสูงได้ทันที เป็นที่ทราบกันดีว่าจีนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในเรื่องแบตเตอรี่ ทั้งยังเป็นผู้นำห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมด ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงการผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป หากผลิตในสหรัฐฯ แบบครบวงจรแบบจีน ต้นทุนจะพุ่งขึ้นมาถึง 100% ถึง 400%
นอกจากชิ้นส่วนสำคัญจะต้องพึ่งพาจีนแล้ว จีนยังเป็นสายพานของการประกอบด้วย ดังนั้น ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาจะมีศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาและการผลิตอุปกรณ์ตัวอื่นที่ใช้กับโดรน เช่น เซ็นเซอร์ภาพระดับสูง แต่การประกอบระบบที่สมบูรณ์นั้นกลับกระจุกตัวอยู่ในประเทศจีนเกือบทั้งหมด
สหรัฐฯ ก็พยายามแก้เกมเช่นกัน โดยเมื่อปลายปีที่แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พี เฮกเซธ ได้เปิดตัว "โครงการริเริ่มความได้เปรียบด้านโดรน" โดยมีแผนจะลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ในช่วงสองปีข้างหน้า เพื่อจัดหาโดรนโจมตีพลีชีพมากกว่า 300,000 ลำสำหรับกองทัพ "อย่างรวดเร็วและในราคาต่ำ"
อย่างไรก็ตาม 'กวนฉา' อ้างรายงาน The Wall Street Journal ว่า ในวงการอุตสาหกรรมมีความกังขามากมายเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความยั่งยืนในระยะยาวของแผนนี้ เช่น ไรอัน เบียร์ ผู้ก่อตั้ง TILT Autonomy ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาไม่มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับโอกาสที่แผนนี้จะประสบความสำเร็จ
โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - ผู้ขายรายหนึ่งกำลังบังคับโดรนระหว่างงาน Aero Asia 2025 ที่เมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2025 Aero Asia 2025 เป็นงานแสดงสินค้าด้านการบินและอวกาศนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 พฤศจิกายน 2025 (Photo by HECTOR RETAMAL / AFP)