นี่คือผลกระทบ 9 ข้อจากราคาน้ำมันทั่วโลกแพงขึ้น 50% จากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน

นี่คือผลกระทบ 9 ข้อจากราคาน้ำมันทั่วโลกแพงขึ้น 50% จากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน

ขณะนี้ราคาน้ำมันในบางประเทศของเอเชียปรับเพิ่มขึ้นด้วยอัตราตัวเลขสองหลักแล้ว เช่น เวียดนามปรับเพิ่มขึ้น 20% และศรีลังกาปรับเพิ่มขึ้น 25%

โดย ณ วันที่ 20 มีนาคม 2026 เวียดนามได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศอย่างมากถึงกว่า 20% เนื่องจากภาวะขาดแคลนที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันเบนซิน RON95-III ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประมาณ 30,690 ด่องต่อลิตร (38.29 บาท) และดีเซลเป็น 33,420 ด่องต่อลิตร (41.70 บาท) เพื่อบรรเทาผลกระทบ รัฐบาลได้ลดภาษีนำเข้าเหลือ 0% และดึงเงินจากกองทุนรักษาเสถียรภาพราคามาใช้

และในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 23 มีนาคม ราคาน้ำมันในประเทศจีนจะมีการปรับขึ้นอีกครั้ง สื่อในจีนคาดว่าน้ำมันเบนซิน 95 ออกเทนจะกลับไปอยู่ที่ระดับ 9 (43 บาท)หยวน และการเติมน้ำมันเต็มถังอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 50-100 หยวน (237 - 473 บาท)

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 50% ในช่วงสามสัปดาห์ ณ วันที่ 20 มีนาคม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ราคาหุ้นได้พุ่งสูงขึ้นถึง 80% นับตั้งแต่ต้นปี

จากแนวโน้มที่ราคาน้ำมันจะแพงขึ้นอย่าวหลีกดกลี่ยงไม่ได้แม้แต่ในจีน ทำให้สื่อในจีนออกมารายงานเตือนสังคมถึงผลกระทบที่จะตามมาจากราคาน้ำมันแพง โดยสื่อจีนรายหนึ่งคือ 21世纪经济报道 ได้ระบุถึงผลกระทบ 9 ข้อที่จะติดตามดังนี้ 

  1. คนขับรถจะรู้สึกถึงความลำบาก การเติมน้ำมันหนึ่งถังจะทำให้พวกเขาเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแปละกำลังซื้ออย่างอื่นลดลง
  2. เมื่อค่าโดยสารรถแท็กซี่และบริการเรียกรถเพิ่มขึ้น ค่าธรรมเนียมน้ำมันก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
  3. ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับการจัดส่งด่วนและการส่งอาหารทำให้ค่าธรรมเนียมการจัดส่งสูงขึ้นและสินค้ามีราคาแพงขึ้น
  4. ราคาสินค้าในตลาดสดและร้านอาหารเช้ากำลังเพิ่มขึ้นอย่างเงียบๆ ทำให้ตะกร้าซื้อของชำหนักขึ้น
  5. ค่าธรรมเนียมน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในค่าโดยสารเครื่องบินทำให้ต้นทุนการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างมาก
  6. วัตถุดิบสำหรับสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ผงซักฟอกและถุงพลาสติก มาจากปิโตรเลียม และราคาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
  7. วัตถุดิบสำหรับเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ เสื้อกันลม และกางเกงผ้าผืด พึ่งพาปิโตรเลียม ทำให้ราคาเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
  8. ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ราคาสินค้าสูงขึ้นตามไปด้วย เงินทุนหมุนเวียนลดลง
  9. ตลาดการเงินมีความผันผวน ส่งผลให้หุ้นและกองทุนพลังงานมีความผันผวนมากขึ้น 

สำนักข่าว 21世纪经济报道  ชี้ว่า "ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น—แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน คนที่ไม่ขับรถ? การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันไม่ได้หมายถึงแค่ค่าเติมน้ำมันที่แพงขึ้นเท่านั้น ค่าธรรมเนียมน้ำมันในค่าโดยสารเครื่องบินก็เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงขึ้นโดยตรง แม้แต่เสื้อกันฝนที่คุณสวมใส่ก็ยังมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างเงียบๆ… คลื่นแห่งการขึ้นราคานี้ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมแล้ว โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอได้รับผลกระทบอย่างมากเช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเตือนว่า ต้นทุนการผลิตสินค้าต่างๆ เช่น เสื้อผ้ากันแดด เสื้อผ้าแห้งเร็ว และกางเกงโยคะ จะได้รับผลกระทบอย่างมาก"

โดยทีมข่าวต่างปรเะทศ The Better

Photo - คนขับรถบรรทุกน้ำมันกำลังเติมน้ำมันลงในถังของสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองเวลลิงตัน เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2026

TAGS: #ราคาน้ำมัน #อิหร่าน