จับสัญญาณ'แผ่นดินไหวในกองทัพและการเมืองจีน'สั่งสอบสวนบิ๊กทหาร' จางโย่วเสีย'เบื้องหลังคืออะไรกันแน่?

จับสัญญาณ'แผ่นดินไหวในกองทัพและการเมืองจีน'สั่งสอบสวนบิ๊กทหาร' จางโย่วเสีย'เบื้องหลังคืออะไรกันแน่?

เมื่อวันที่ 24 มกราคม สำนักข่าว CCTV News ของทางการจีนรายงานข่าวว่า "จางโย่วเสีย สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรองประธานคณะกรรมาธิการกลางการทหาร และ หลิวเจิ้นลี่ สมาชิกคณะกรรมาธิการกลางการทหารและหัวหน้ากรมเสนาธิการร่วมแห่งคณะกรรมาธิการกลางการทหาร ถูกสงสัยว่าละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง" 

ด้วยข้อสงสัยดังกล่าว "หลังจากคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนพิจารณาแล้ว จึงมีมติให้สอบสวน จางโย่วเสีย และ หลิวเจิ้นลี่"

เนื้อหาของข่าวมีเพียงเท่านี้ 

ก่อนจะเข้าใจความสำคัญของข่าวนี้จะต้องเข้าใจบทบาทของ จางโย่วเสีย (张又侠) เสียก่อน 

จางโย่วเสีย (เกิดกรกฎาคม 1964) เป็นคนมณฑลส่านซี ในกรุงปักกิ่ง ถือเป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นนายพลแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน รองประธานคณะกรรมการทหารกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรองประธานคณะกรรมการทหารแห่งรัฐ ก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุทโธปกรณ์แห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนายุทโธปกรณ์แห่งคณะกรรมการทหารกลาง เขายังเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 18, 19 และ 20 เป็นสมาชิกคณะกรรมการทหารกลางชุดที่ 18 เป็นสมาชิกกรมการเมืองของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 19 และ 20 และรองประธานคณะกรรมาธิการกลางการทหาร

หลิวเจิ้นลี่ (刘振立) (เกิดเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2507) เป็นคนมณฑลเหอเป่ย เขาเป็นนักการเมืองแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นนายทหารอาวุโสของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน มียศเป็นพลเอก และเป็นหัวหน้ากรมเสนาธิการร่วมของคณะกรรมาธิการกลางการทหาร เขาเป็นสมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 19 และ 20  และเป็นสมาชิกคณะกรรมการทหารกลางชุดที่ 20 เป็นตัวแทนของสภาประชาชนแห่งชาติชุดที่ 12, 13 และ 14 

นี่คือบทบาททางการเมืองและการนำกองทัพของบุคคลทั้งสอง ในแง่นี้ทั้งสองถือเป็นบุคคลสำคัญอย่างมากของการเมืองและกองทัพจีน โดยเฉพาะจางโย่วเสีย 

ในแง่ของการรบ ทั้งสองมีผลงานสำคัญในการทำสงครามกับเวียดนาม ในช่วงสงครามจีน-เวียดนาม หลิวเจิ้นลี่มีส่วนร่วมในยุทธการเหลียงซาน (两山战役 ระหว่างปี 1984-1993) ในช่วงเวลานั้น เขารักษาแนวหน้าเป็นเวลากว่าหนึ่งปี ขับไล่การโจมตีของกองทัพเวียดนามได้ 36 ครั้ง และได้รับเหรียญกล้าหาญชั้นหนึ่ง 

ในส่วนบทบาทของจางโย่วเสียในช่วงสงครามจีน-เวียดนามโดดเด่นยิ่งกว่านั้น โดยในยุทธการเหล่าซาน (老山战役 ปี 1984) จางโย่วเสียได้บัญชาการกรมทหารที่ 119 ให้เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ที่เนินเขา 662.6 ซึ่งเป็นยอดเขาหลักของซงเหมาหลิง จุดยุทธศาสตร์สำคัญในภาคกลาง โดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ เช่น การทะลวงแนวป้องกันหลายจุด และการตัดเส้นทางถอยของกองทัพประชาชนเวียดนาม ทำให้สามารถยึดเนินเขา 662.6 ได้ภายในเวลาเพียงเจ็ดนาที หลังจากนั้น กรมทหารที่ 119 ก็รุกคืบต่อไป ยึดเนินเขาได้ 18 แห่งในพื้นที่ซงเหมาหลิงภายในสองชั่วโมง เปิดทางให้กองกำลังหลักเข้ายึดยอดเขาหลักของเหล่าซานได้ ตั้งแต่วันที่ 29 ถึง 30 เมษายน จางโย่วเสียได้บัญชาการกรมทหารที่ 119 ให้รุกคืบต่อไปอีกครั้ง ยึดจุดสำคัญทั้งหมดในพื้นที่เขตน่าลาได้หลังจากการสู้รบหลายครั้ง

หลังยุทธการที่เหล่าซาน จางโย่วเสียได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการกองพลที่ 40 ทันที อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อกำหนดของการปฏิรูปกองทัพในขณะนั้น นายทหารทุกระดับชั้นตั้งแต่ระดับกรมขึ้นไปจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมจากโรงเรียนนายทหารก่อนได้รับการเลื่อนตำแหน่ง เขาจึงได้รับมอบหมายให้ไปศึกษาต่อที่แผนกพื้นฐานของโรงเรียนนายทหารกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยป้องกันประเทศของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน) สามปีต่อมา ในปี 1987 หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาแล้ว เขาจึงกลับไปยังกองบัญชาการกองพลที่ 40 อย่างเป็นทางการเพื่อรับตำแหน่งใหม่ หลังจากมีการฟื้นฟูระบบยศทหารในปี 1988 เขาได้รับยศพันเอก

ในปี 1990 เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบยานยนต์ที่ 40 และได้รับยศพันเอกอาวุโส ในปี 1994 เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการกองทัพที่ 13 ในเดือนสิงหาคม 2000 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองทัพบก ในเดือนกรกฎาคม 2011 เขาได้รับการเลื่อนยศเป็นนายพล

จางโย่วเสียเข้าสู่ส่วนกลางทางการรเมือง ในเดือนตุลาคม 2012 ก่อนการประชุมสมัชชาแห่งชาติพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 18 โดยเขาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุทโธปกรณ์ทั่วไปของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน และในวันที่ 15 พฤศจิกายน เขาได้เข้ารับตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการทหารส่วนกลางในการประชุมเต็มคณะครั้งแรกของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 18 และหลังจากนั้นก็ไต่เต้าเรื่อยมาในส่วนกลางทางการเมือง

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 มกราคม จึงมีประกาศว่าจะมีการสอบสวนจางโย่วเสีย ซึ่งถือเป็นข่าวใหญ่อย่างมากในการเมืองจีน 

แต่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

แม้ว่าข่าวของสำนักข่าว CCTV จะมีเนื้อหาเพียงสั้นๆ แต่ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมจาก "หนังสือพิมพ์กองทัพปลดแอกประชาชน" 《解放军报》 ได้ตีพิมพ์บทบรรณาธิการเมื่อวันเสาร์ที่ 24 มกราคม หัวข้อ "เอาชนะการทุจริตในกองทัพอย่างเด็ดขาด: สงครามที่ยืดเยื้อและครอบคลุมทุกด้าน"

เนื้อหามีดังต่อไปนี้ 

"คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ตัดสินใจสอบสวนจางโย่วเสียและหลิวเจิ้นลี่ในข้อหาต้องสงสัยว่าละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง การกระทำนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงทัศนคติที่ชัดเจนของคณะกรรมการกลางพรรคและคณะกรรมการกลางทหารที่ว่า ไม่ยอมรับการทุจริตโดยเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น และครอบคลุมทุกด้าน แสดงให้เห็นถึงเจตจำนงอันแน่วแน่ของพรรคในการต่อสู้กับการทุจริตจนถึงที่สุด และประกาศอย่างเป็นทางการถึงจุดยืนที่มั่นคงของเราว่า ไม่ว่าจะเป็นใครหรือมีตำแหน่งสูงเพียงใด ใครก็ตามที่กระทำการทุจริตจะไม่ได้รับการยอมรับ การสอบสวนและลงโทษจางโย่วเซี่ยและหลิวเจิ้นหลี่อย่างเด็ดขาดนี้เป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการต่อสู้กับการทุจริตของพรรคและกองทัพ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งของพรรคและกองทัพ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเอาชนะการต่อสู้กับการทุจริตในกองทัพอย่างครอบคลุม ยาวนาน และเด็ดขาด นายทหารและทหารทุกนายในกองทัพต้องสนับสนุนมติของคณะกรรมการกลางพรรคอย่างแน่วแน่ รักษาความสอดคล้องกับคณะกรรมการกลางพรรคที่มีสหายสีจิ้นผิงเป็นแกนนำทั้งในด้านความคิด การเมือง และการกระทำอย่างมีสติ ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการกลางพรรค คณะกรรมการทหารกลาง และประธานสีจิ้นผิงอย่างแน่วแน่ และรักษาความเป็นเอกภาพ ความบริสุทธิ์ และความมั่นคงของกองทัพไว้ในระดับสูง"

"จางโย่วเสียและหลิวเจิ้นลี่ ในฐานะข้าราชการอาวุโสของพรรคและกองทัพ ได้ทรยศต่อความไว้วางใจและความคาดหวังของคณะกรรมการกลางพรรคและกองบัญชาการทหารส่วนกลางอย่างร้ายแรง เหยียบย่ำและบ่อนทำลายระบบความรับผิดชอบของประธานกองบัญชาการทหารส่วนกลางอย่างรุนแรง ส่งเสริมปัญหาทางการเมืองและการทุจริตที่บ่อนทำลายความเป็นผู้นำเบ็ดเสร็จของพรรคเหนือกองทัพและคุกคามรากฐานการปกครองของพรรค ทำลายภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของกองบัญชาการทหารส่วนกลางอย่างร้ายแรง และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรากฐานทางการเมืองและอุดมการณ์เพื่อความสามัคคีและความก้าวหน้าในหมู่เจ้าหน้าที่และทหารทั้งหมด พวกเขาก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อโครงสร้างทางการเมือง ระบบนิเวศทางการเมือง และประสิทธิภาพการรบของกองทัพ และส่งผลเสียอย่างมากต่อพรรค ประเทศ และกองทัพ การสอบสวนและลงโทษจางโย่วเซี่ยและหลิวเจิ้นหลี่ตามระเบียบวินัยของพรรคและกฎหมาย จะช่วยแก้ไขสถานการณ์ทางการเมือง ขจัดพิษทางอุดมการณ์และการกระทำผิด และฟื้นฟูองค์กร เสริมสร้างและทำให้ผลลัพธ์ของการแก้ไขทางการเมืองลึกซึ้งยิ่งขึ้น ส่งเสริมการฟื้นคืนชีพของกองทัพปลดปล่อยประชาชน และกระตุ้นการพัฒนากองทัพให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น"

"การทุจริตเป็นอุปสรรคและสิ่งกีดขวางการพัฒนาของพรรคและประเทศ การต่อต้านการทุจริตเป็นการต่อสู้ครั้งสำคัญที่เราไม่อาจพ่ายแพ้และต้องไม่พ่ายแพ้ นับตั้งแต่การประชุมสมัชชาแห่งชาติครั้งที่ 18 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ภายใต้การนำที่เข้มแข็งของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน คณะกรรมการกลางการทหาร และประธานาธิบดีสีจิ้นผิง กองทัพทั้งหมดได้ยึดมั่นในหลักการปกครองพรรคและการทหารอย่างครอบคลุมและเข้มงวด ส่งเสริมการแก้ไขทางการเมือง การบังคับใช้ระเบียบวินัย และความพยายามต่อต้านการทุจริตอย่างลึกซึ้ง ยืนหยัดในการตรวจสอบและกำจัดคอร์รัปชันอย่างละเอียดถี่ถ้วน จัดการกับข้าราชการทหารระดับสูงที่ทุจริตอย่างเด็ดขาด และมุ่งเน้นการกำจัดความเสี่ยงทางการเมือง กองทัพปลดปล่อยประชาชนภายใต้การนำของพรรค ได้ปกป้องรากฐานและจิตวิญญาณของตนอย่างมั่นคงผ่านการปรับปรุง ปฏิรูป และนวัตกรรม การปฏิบัติได้พิสูจน์อย่างเต็มที่แล้วว่า ยิ่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนต่อสู้กับการทุจริตมากเท่าไร ก็ยิ่งแข็งแกร่ง บริสุทธิ์ และมีประสิทธิภาพในการรบมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งการต่อต้านการทุจริตเข้มข้นมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้มีความมั่นใจและแน่วแน่มากขึ้นในการบรรลุเป้าหมายครบรอบร้อยปีของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน"

"มีคำกล่าวว่า "กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว" เช่นเดียวกับการขจัดคอร์รัปชันก็ต้องใช้เวลาและความพยายาม การปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเข้มข้นในปัจจุบันไม่ได้นำไปสู่การทุจริตที่เพิ่มขึ้น แต่กลับนำไปสู่การสืบสวนที่ลึกซึ้งและละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้น แนวโน้มทางประวัติศาสตร์นั้นไม่อาจต้านทานได้ และกระบวนการสร้างชาติที่เข้มแข็งและกองทัพที่เข้มแข็งนั้นไม่อาจหยุดยั้งได้ ไม่มีพายุใดสามารถสั่นคลอนความจงรักภักดีอันแน่วแน่ของกองทัพประชาชนต่อพรรค และไม่มีความยากลำบากใดสามารถขัดขวางการเดินหน้าอย่างแน่วแน่สู่ความเข้มแข็งได้ เราเชื่อมั่นว่าภายใต้การนำที่แข็งแกร่งของคณะกรรมการกลางพรรค โดยมีสหายสีจิ้นผิงเป็นแกนนำ กองทัพประชาชนจะกำจัดปรากฏการณ์ด้านลบและการทุจริตทั้งหมดได้อย่างแน่นอน และจะยังคงเป็นกองกำลังที่กล้าหาญที่พรรคและประชาชนสามารถไว้วางใจได้อย่างเต็มที่เสมอ"

"ปีนี้เป็นปีเริ่มต้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 และเป็นปีสำคัญยิ่งในการบรรลุเป้าหมายครบรอบ 100 ปีของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ภารกิจในการปฏิรูปการเมือง การรักษาความซื่อสัตย์ การบังคับใช้ระเบียบวินัย และการปราบปรามการทุจริตภายในกองทัพยังคงเป็นงานที่ยากลำบากและท้าทาย กองทัพทั้งหมดต้องส่งเสริมการกำกับดูแลพรรคและกองทัพอย่างครอบคลุมและเข้มงวดด้วยมาตรฐานที่สูงขึ้นและมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ส่งเสริมการสร้างระบบการเมืองภายในกองทัพอย่างไม่หยุดยั้ง เร่งรัดการปฏิรูปการเมืองอย่างต่อเนื่อง และแก้ไขปัญหาการปฏิรูปด้านอุดมการณ์ บุคลากร องค์กร การประพฤติ และระเบียบวินัยอย่างครอบคลุม เราต้องฟื้นฟูและส่งเสริมประเพณีอันรุ่งโรจน์และรูปแบบการทำงานอันดีงามของพรรคและกองทัพของเราอย่างแข็งขัน ชำระล้างความคิด ชำระล้างกำลังพล และแก้ไขสภาพแวดล้อมทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เราต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต บังคับใช้ระเบียบวินัย และต่อต้านการทุจริตอย่างแน่วแน่ เสริมสร้างและขยายผลสัมฤทธิ์ของการศึกษาและการให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับเจตนารมณ์ของระเบียบ 8 ข้อของคณะกรรมการกลาง ส่งเสริมการสร้างมาตรฐานและประสิทธิผลในระยะยาวของการสร้างจรรยาบรรณ และเดินหน้าการต่อต้านการทุจริตอย่างครอบคลุมโดยทำให้การทุจริตเป็นไปไม่ได้ ไม่พึงประสงค์ และไม่อาจคิด (ที่จะทำ) ได้ เราต้องจัดการกับการทุจริตทุกประเภทอย่างมีประสิทธิภาพ จำกัดอำนาจให้อยู่ในกรอบของระเบียบข้อบังคับ และมุ่งมั่นที่จะกำจัดพื้นฐานและเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดการทุจริต สมาชิกและบุคลากรของพรรคทหาร โดยเฉพาะบุคลากรอาวุโส ต้องยึดถือกรณีของเจ้าหน้าที่ทุจริตที่ถูกสอบสวนและลงโทษเป็นตัวอย่าง ยึดมั่นในความปรารถนาและภารกิจดั้งเดิมของพรรค เป็นผู้นำในการเสริมสร้างการเปลี่ยนแปลงทางอุดมการณ์ การหล่อหลอมทางการเมือง และการกำหนดรูปแบบ และจงใจปกป้องแนวป้องกันทางอุดมการณ์ ขอบเขตของการใช้อำนาจ ขอบเขตของกฎหมายและระเบียบวินัย และขอบเขตของตระกูล เพื่อรักษาคุณลักษณะทางการเมืองที่สะอาดและซื่อสัตย์ของตนไว้ตลอดไป พวกเขาต้องสร้างและปฏิบัติตามทัศนะที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงาน และดำเนินงาน อาชีพ และการสร้างทีมด้วยความเชื่อมั่น ความเป็นจริง ความรับผิดชอบ และวินัยในตนเอง เพื่อให้สามารถดำเนินการตามมติและการวางแผนที่สำคัญของคณะกรรมการกลางพรรค คณะกรรมการกลางการทหาร และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้อย่างเด็ดเดี่ยว""

"การเดินทางครั้งใหม่สู่การสร้างชาติที่เข้มแข็งและกองทัพที่แข็งแกร่งเป็นแรงบันดาลใจให้เราก้าวไปข้างหน้า ขอให้เรารวมใจกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นรอบคณะกรรมการกลางพรรค โดยมีสหายสีจิ้นผิงเป็นแกนนำ ยึดมั่นในแนวคิดสีจิ้นผิงว่าด้วยสังคมนิยมแบบจีนในยุคใหม่ ปฏิบัติอย่างจริงจังตามแนวคิดของสีจิ้นผิงเกี่ยวกับการเสริมสร้างกองทัพ ปฏิบัติอย่างจริงจังตามแนวทางยุทธศาสตร์ทางทหารในยุคใหม่ เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความสำคัญอันเด็ดขาดของ "สองเสาหลัก" เสริมสร้าง "สี่จิตสำนึก" ยึดมั่นใน "สี่ความมั่นใจ" และบรรลุ "สองเสาหลัก" ปฏิบัติระบบความรับผิดชอบของประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง ระลึกถึงการมอบหมาย รับผิดชอบ และมุ่งมั่นที่จะเอาชนะอุปสรรค ปฏิบัติภารกิจและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากพรรคและประชาชนอย่างซื่อสัตย์ เร่งสร้างกองทัพปลดปล่อยประชาชนให้เป็นกองทัพระดับโลก และให้การสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งเพื่อความก้าวหน้าอย่างรอบด้านในการสร้างชาติที่เข้มแข็งและภารกิจอันยิ่งใหญ่ของการฟื้นฟูชาติผ่านการพัฒนาแบบจีน"

จบเนื้อหาบทบรรณาธิการจาก "กองทัพปลดแอกประชาชนรายวัน" 

มีคำเฉพาะต้องอธิบายในที่นี่อยู่สองสามคำ คือ  

"สองเสาหลัก" (两个确立)  คือ 1. “การสถาปนาสหายสีจิ้นผิงให้เป็นแกนนำของคณะกรรมการกลางพรรคและตำแหน่งแกนนำของพรรคทั้งหมด” และ 2. “การสถาปนาแนวคิดสีจิ้นผิงว่าด้วยสังคมนิยมแบบจีนในยุคใหม่ให้เป็นแนวทาง”

"สี่จิตสำนึก" (四个意识) คือ 1. จิตสำนึกทางการเมือง 2. จิตสำนึกเกี่ยวกับสถานการณ์โดยรวม 3. จิตสำนึกเกี่ยวกับแก่นสาร 4. จิตสำนึกในการปฏิบัติตาม 

"สี่ความมั่นใจ" (四个自信) 1.  "ความเชื่อมั่นในเส้นทาง" คือความเชื่อมั่นในทิศทางการพัฒนาของสังคมนิยมแบบจีน และความเชื่อมั่นในอนาคตของสังคมนิยมแบบจีน 2. "ความเชื่อมั่นในทฤษฎี" คือความเชื่อมั่นในลักษณะทางวิทยาศาสตร์ของทฤษฎีสังคมนิยมแบบจีน 3. "ความเชื่อมั่นในระบบ" คือความเชื่อมั่นในลักษณะที่ก้าวหน้าและเหนือกว่าของระบบสังคมนิยมแบบจีน 4. "ความเชื่อมั่นในวัฒนธรรม" คือการยืนยันอย่างเต็มที่ถึงคุณค่าของวัฒนธรรมจีนเอง และความเชื่อมั่นในพลังของวัฒนธรรมนั้น

ทั้งหมดนี้คือแนวคิดของสีจิ้นผิงทั้งสิ้น

คำเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจเป้าหมายและปณิธานองค์กรมทางทหารของจีนได้ดีขึ้น นั่นคือ กองทัพจะต้องดำเนินตามและปฏิบัติตามแนวคิดของสีจิ้ผิงอย่างแน่วแน่ และสื่อของกองทัพก็ได้ย้ำอีกครั้งในตอนท้ายของบทบรรณาธิการว่าด้วยการสอบสวน "ผู้ใหญ่" ในกองทัพ

แต่สิ่งที่เราก็ยังไม่เข้าใจแจ่มชัดก็คือ จางโย่วเสียและหลิวเจิ้นลี่กระทำการใดถึงได้ร่วงหล่นจากอำนาจได้รุนแรงขนาดนี้? 

กรณีนี้จะยังเป็นที่จับตาของต่างประเทศอย่างละเอียด เพราะไม่ใช่แค่เรื่องความผิดของบุคคลเหล่านี้ แต่เพราะบุคคลเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในกองทัพและฝ่ายการเมือง การดำเนินการกับบุคคลเหล่านี้จะส่งผลต่อดุลยภาพอำนาจในปักกิ่งหรือไม่ 

โปรดทราบว่า คณะกรรมาธิการกลางการทหาร (CMC) มีประธานคือ สีจิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานาธิบดีจีน

รองประธานคือ พลเอก จางโย่วเสีย สมาชิกกรมการเมืองชุดที่ 19 และชุดที่ 20

พลเอก จางเซิงหมิน เลขาธิการคณะกรรมการตรวจสอบวินัย

พลเอก หลิวเจิ้นลี่ เสนาธิการกรมเสนาธิการร่วม

ในเมื่อ จางโย่วเสีย กับ หลิวเจิ้นลี่ ถูกสอบสวนไปแล้ว ทำให้ตอนนี้ใน CMC เหลือ พลเอกแค่คนเดียวหรือพูดชัดๆ กว่านั้นคือเหลือทหารแค่คนเดียว คือ จางเซิงหมิน อีกคนคือพลเรือนฝ่ายการเมือง สีจินผิง

จึงเกิดคำถามว่าคณะกรรมการกลางการทหารที่เหลือทหารคนเดียวแบบนี้ มันจะส่งผลต่อกองทัพมากเพียงใด?

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จางโย่วเสีย กับ หลิวเจิ้นลี่ เป็นทหารระดับนายพลไม่กี่คนที่เคยรบในสมรภูมิจริงๆ นั่นคือ สงครามจีน-เวียดนาม ส่วน จางเซิงหมินไม่ได้มีประวัติโชกโชนแบบนั้น 

แม้จะมีความสงสัยมากมาย และคนนอกก็อยากจะรู้รายละเอียดมากกว่านี้ แต่แน่นอนว่า เป็นเรื่องยากที่คนนอกจะล่วงรู้ความเป็นไปในวงในอำนาจของจีน

นี่เป็นเพียงข้อมูลที่เราสามารถนำเสนอได้เท่านั้น

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better 

Photo - จางโย่วเสีย (กลาง) รองประธานคณะกรรมการทหารกลางคนใหม่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวคำปฏิญาณตนร่วมกับสมาชิกคณะกรรมการทหารกลาง หลังจากที่ได้รับการเลือกตั้งในการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 4 ของสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2023 (ภาพโดย GREG BAKER / POOL / AFP)
 

TAGS: #จางโย่วเสีย #PLA #จีน