1. ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2025 การประท้วงครั้งใหญ่ได้ปะทุขึ้นในหลายเมืองทั่วประเทศอิหร่าน ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้นและความไม่พอใจต่อรัฐบาลอย่างแพร่หลาย แม้ว่าในตอนแรกจะเกิดจากความไม่พอใจต่อภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ราคาอาหารที่สูงขึ้น และการอ่อนค่าอย่างรุนแรงของเงินเรียลอิหร่าน แต่การประท้วงก็พัฒนาอย่างรวดเร็วไปสู่การเคลื่อนไหวที่กว้างขึ้นเพื่อเรียกร้องให้ยุติการปกครองที่กดขี่ของสาธารณรัฐอิสลาม
2. คลื่นแห่งการประท้วงเกิดขึ้นจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว โดยอัตราเงินเฟ้อในอิหร่านพุ่งสูงขึ้นถึง 48.6% ในเดือนตุลาคม 2025 และ 42.2% ในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรายจ่ายในครัวเรือน ขณะที่ราคาอาหารและสินค้าจำเป็นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ชาวอิหร่านจำนวนมากต้องดิ้นรนเพื่อหาเงินซื้อสิ่งจำเป็นพื้นฐาน โดยราคาอาหารเพิ่มขึ้น 72% ในขณะที่สินค้าด้านสุขภาพและการแพทย์เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีต่อปี
3. นอกจากนี้ อิหร่านกำลังประสบกับวิกฤตน้ำขาดแคลนและยังมีจัดการที่ไม่ดี รายงานในสื่ออิหร่านยังระบุว่ารัฐบาลวางแผนที่จะขึ้นภาษีในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ของอิหร่านในวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งยิ่งทำให้ประชาชนกังวลมากขึ้น และยังมีรายงานของสื่อต่างประเทศว่าหลายเดือนก่อนการประท้วง ความโกรธและความไม่พอใจของประชาชนได้เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนพลังงานอย่างรุนแรง การละเมิดสิทธิพลเมือง และการทุจริตอย่างแพร่หลาย
4. ที่จริงแล้ว เศรษฐกิจของอิหร่านประสบความยากลำบากอย่างมากอย่างน้อยเริ่มตั้งแต่ปี 2024 โดยมีอัตราเงินเฟ้อสูง ค่าเงินอ่อนตัวลง และขาดแคลนพลังงาน ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของไฟฟ้าและก๊าซซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียนของอิหร่านต้องออกมาขอโทษ อิหร่านยังประสบกับความเสื่อมถอยครั้งใหญ่ในอิทธิพลระดับโลก เช่น การล่มสลายของระบอบอัสซาดในซีเรีย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญ
5. ในช่วงหลายเดือนสุดท้ายของปี 2025 เศรษฐกิจของอิหร่านประสบกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยค่าเงินเรียลของอิหร่านอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยอยู่ที่ประมาณ 145,000 โทมาน (หนึ่งโทมันมีค่าเท่ากับ 10 เรียล (แบบเก่า) หรือ 10,000 เรียล (แบบใหม่ทางการ) ภายในวันที่ 29 ธันวาคม 2025 ค่าเงินเรียลของอิหร่านลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.45 ล้านเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ และรัฐบาลยังได้ระงับการอุดหนุนอัตราแลกเปลี่ยนเงินเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ อิหร่านใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับการอุดหนุนมานานแล้วในฐานะกลไกในการสนับสนุนการนำเข้าและควบคุมอัตราเงินเฟ้อ
6. วิกฤตค่าเงินซึ่งพัฒนามาหลายปีแล้วนั้น ทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2025 จากสงคราม 12 วันกับอิสราเอล และมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ของสหประชาชาติที่บังคับใช้ผ่านกลไก Snapback mechanism (คือการอนุญาตให้ “รัฐภาคี” ใดๆ ในข้อตกลงนิวเคลียร์อิหหร่านสามารถนำมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติที่มีต่ออิหร่านกลับมาใช้ใหม่ได้โดยฝ่ายเดียว ในกรณีที่อิหร่านละเมิดข้อตกลงอย่างร้ายแรง) ด้วยการอายัดทรัพย์สินของอิหร่านในต่างประเทศ การระงับธุรกรรมอาวุธ และการกำหนดบทลงโทษที่เกี่ยวข้องกับโครงการขีปนาวุธของประเทศ
7. นักวิเคราะห์เศรษฐกิจระบุว่านโยบายการเงินและการคลังของรัฐบาล การบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาด การขาดดุลงบประมาณเรื้อรัง และการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่ต่อเนื่อง สภาวะเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมาคมการค้า โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาการนำเข้า ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรุนแรงทำให้พ่อค้าจำนวนมากไม่สามารถกำหนดราคาสินค้า จัดหาสินค้า หรือดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไปได้
8. กระแสความไม่พอใจเริ่มต้นจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดในกรุงเตหะราน การประท้วงได้แพร่กระจายไปยังมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว ดึงดูดนักศึกษาจำนวนมากจากทั่วประเทศ เมื่อการประท้วงขยายวงกว้างขึ้น ผู้ประท้วงในหลายเมืองต่างตะโกนเรียกร้องทั้งความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รวมถึงการเรียกร้อง "เสรีภาพ" และการต่อต้านรัฐบาลอย่างชัดเจน
9. ผู้ประท้วงตะโกนคำขวัญต่อต้านรัฐบาล เช่น "ความตายแด่เผด็จการ" (หมายถึงรัฐบาลสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในปัจจุบัน) และ "ปาห์ลาวีจะกลับมา" (หมายถึงราชวงศ์ปาห์ลาวีที่ถูกสาธารณรัฐอิสลามโค่นล้ม) และ "ชาห์ทรงพระเจริญ" (หมายถึงกษัตรย์อิหร่านที่เคยปกครองประเทศ) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความไม่พอใจของพวกเขาต่อผู้มีอำนาจที่รับผิดชอบต่อวิกฤตเศรษฐกิจ ตลอดจนข้อเรียกร้องทางการเมืองที่กว้างขึ้น
10. การเคลื่อนไหวนี้กลายเป็นการปะทุความไม่สงบครั้งใหญ่ที่สุดในอิหร่านนับตั้งแต่การประท้วงในปี 2022–2023 หลังจากการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี หญิงวัย 22 ปี ขณะถูกควบคุมตัวโดยตำรวจเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าสวมฮิญาบไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ตามที่เอลลี บอร์ฮาน นักเคลื่อนไหวชาวอังกฤษ-อิหร่านกล่าว การประท้วงครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ และความเชื่อมั่นของประชาชนชาวอิหร่านที่มีต่อรัฐบาลลดลงนับตั้งแต่การปราบปรามขบวนการสตรี ชีวิต เสรีภาพ ในปี 2022 ระหว่างการประท้วงมาห์ซา อามินี
11. เนื่องจากวิกฤตครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและค่าเงินเรียลอิหร่านที่ดิ่งลงต่กเงินเหรียญสหรัฐฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อาราคชี ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เปิดการเจรจาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ กล่าวว่า ผู้นำของอิหร่าน “มีปัญหามากมาย พวกเขามีภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง เศรษฐกิจของพวกเขาล่มสลาย และผมรู้ว่าประชาชนไม่ค่อยมีความสุขนัก” และเขายังเตือนทางการอิหร่านไม่ให้สังหารผู้ประท้วงอย่างสันติ โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ "จะเข้ามาช่วยเหลือพวกเขา (ผู้ประท้วง)"
โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเดินข้ามสะพานระหว่างการประท้วงต่อต้านสภาพเศรษฐกิจและค่าเงินของอิหร่านที่กำลังตกต่ำ ในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2025 (Photo by HANDOUT / FARS NEWS AGENCY / AFP)