ผมชอบสหรัฐอเมริกาอยู่เรื่องหนึ่งครับ
เวลาคนทั่วไปเจอทหารผ่านศึกหรือทหารในเครื่องแบบ เขามักจะบอกทหารเหล่านั้นว่า Thank you for your service
ทหารผ่านศึกบางคนทำตัวเหมือนคนทั่วไปนี่แหละ แต่เวลาต้องใช้บัตรประชาชนหรือใบขับขี่เพื่อแสดงตัวตน คนที่รับบัตรมาดูพอรู้ว่า "เคยรับใช้ชาติ" มาก่อน เขาก็จะไม่ลังเลที่จะบอกว่า Thank you for your service
มันแปลว่าอะไร? มันแปลตรงๆ ว่า "ขอบคุณสำหรับบริการของคุณ"
แต่แปลแบบนี้มันทื่อและทึ่มไปหน่อย มันควรจะแปลว่า "ขอบคุณสำหรับการรับใช้ (ชาติ) ของคุณ "
คำว่า service เวลาใช้กับอะไรใหญ่ๆ เช่นประเทศชาติ มันหมายถึงการรับใช้ประชาชนและบ้านเมือง
ผมชอบมันตรงที่คนอเมริกันตระหนักว่า service ของทหารเป็นสิ่งที่มีคุณค่ากับพวกเขา แม้คนอเมริกันจะเป็นพวกชอบทวงบุญคุณภาษีของตัวเอง เอะอะอะไรก็ This is my tax dollar
จะโพล่คำนี้ออกมาโดยเฉพาะเวลาที่รัฐบาลทำอะไรไม่ได้ความ เช่นเอาเงินไปถลุงกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
เรื่องทหารก็เหมือนกัน เวลาประธานาธิบดีบ้าเลือดสักคน คิดว่าควรจะส่งทหารไปรบต่างประเทศ ก็มักจะหาเรื่องขอเงินจากรัฐสภาหลายพันล้านดอลลาร์ ด้วยเหตุผลที่ข้างๆ คูๆ เช่น "ช่วยปกป้องประชาธิปไตย"
แน่นอนว่าคนอเมริกันจำนวนไม่น้อยจะด่าการทำแบบนั้น และทวงเงินดอลลาร์จากภาษีที่ตัวเองทำงานแทบตาย เพื่อจะมาให้พวกนักการเมืองเอาไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
แต่คนอเมริกันมีจุดอ่อนตรงที่ถ้าอ้างว่าเพื่อพิทักษ์เสรีภาพหรือประชาธิปไตย พวกเขาจะยอมหยวนๆ กันไป
แต่พวกนักการเมืองฉลาดครับ พวกนี้ไมได้ก่อสงครามเพื่อพิทักษ์โลกอะไรทั้งสิ้น แต่หวังว่าการทำสงครามจะทำกำไรให้ต่างหาก เพราะหลายคนมีหุ้นในบริษัทผลิตอาวุธ พอมีสงครามก็เท่ากับว่าขายอาวุธได้
บางคนมีหุ้นในบริษัทรับเหมาก่อสร้าง พอถล่มประเทศเป้าหมายเสร็จแล้วก็ต้องซ่อม พวกหลังนี่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์หลังจากการทำลายด้วยอาวุธไปแล้วนั่นเอง
แล้วก็รวยเละสิครับ ถามได้!
คนอเมริกันที่ตาสว่างมากมายจึงเกลียดสงคราม และเกลียดนักการเมืองที่กระหายสงคราม
แต่พวกเขาไม่ยักเกลียดทหารครับ
เพราะเขาแยกแยะออกว่า พวกตัวร้ายคือนักการเมือง ส่วนทหารที่ออกไปรบ เขาทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองที่เสียสละมากกว่าคนอื่น เพื่อ "ปกป้องเสรีภาพ" ของชาวโลก
แน่นอน ทหารก็ได้รับเงินเดือนจากภาษีประชาชน แต่ถ้าใจไม่รักและไม่กลัวตาย ใครจะไปกล้าเสี่ยงล่ะครับ? นี่แหละที่เขาเรียกว่าเป็น service ที่ยิ่งกว่าคนทั่วไป
กลับมาดูที่บ้านเรา ที่ผมเขียนเรื่องนี้ก็เพราะมีอินฟลูเอนเซอร์เจอชาวเน็ต "ประหาร" ไปอีกรายแล้ว
นั่นคือ pigkaploy ใครที่ชอบดูคอนเทนต์ท่องเที่ยวคงจะรู้จักดี ไม่นานมานี้เธอทำคอนเทนต์ไปดูการปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทยที่ชายแดนเพื่อนบ้าน พร้อมตั้งชื่อคลิปสั้นๆ ว่า "ทหารมีไว้ทําไม"
ถ้าเป็นประเทศอื่นมันจะไม่มีปัญหาหรอกครับ ยิ่งไม่ต้องถามเลยว่า "ทหารมีไว้ทําไม"
เพราะประเทศอื่นๆ ทหารเขามี "ปัญหา" น้อยกว่าบ้านเรา
อย่างที่สหรัฐฯ ทหารก็ไม่ใช่ตัวปัญหา แต่เป็น "คนสั่งทหาร" คือพวกนักการเมืองที่เป็นพลเรือน โดยเฉพาะประธานาธิบดีที่โดยฐานะเป็นพลเรือน แต่โดยตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ทหารอเมริกันซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญผู้บัญชาการสั่งอะไรต้องได้อย่างนั้น
แม้คำสั่งจะไม่ชอบธรรมตามหลักนิติธรรม (เช่นการก่อสงครามโดยไม่ชอบธรรม) แต่ทหารมีหน้ารบ เมื่อทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว เท่ากับไม่มีอะไรไม่ชอบธรรม แต่คนที่ไม่ชอบธรรมคือคนสั่งการ
พูดง่ายๆ คือควรที่ถูกตั้งคำถามคือพวกนักการเมือง ในประเทศจำพวกนี้ เขาจึงไม่มานั่งตั้งคำถามหรือติดแฮชแท็กว่า #ทหารมีไว้ทําไม
แต่น่าจะติดว่า #นักการเมือง (เลวๆ) มีไว้ทําไม
ส่วนที่บ้านเมืองเรามันตรงกันข้าม เพราะทุกอย่างลงที่ทหารหมด ทั้งปัญหาการเมือง ปัญหาสังคม ปัญหาระบบราชการ
นั่นก็เพราะ "กองทัพ" มีปัญหาพวกนั้นจริงๆ
นี่เป็นเหตุผลว่าเมื่อ pigkaploy ทำคลิปบอกเล่าชีวิตทหารชายแดน เธอจึงถูกถล่มว่ารับเงินทหารมาทำการ "ฟอกขาว" คือขัดสีฉวรวรรณกองทัพให้ดูดี ไร้มลทิน
ปรากฏว่าอินฟลูเอนเซอร์สาวที่มีภาพลักษณ์น่ารักน่าเอ็นดู กลายเป็น "ตัวร้าย" ในสายตาชาวเน็ตไปแล้ว ถึงขนาดเกิดเสียงเรียกร้องให้บอยคอตเธอ
ราวกับว่า pigkaploy ไปฆ่าคนตาย
ไม่รู้ว่าเกลียด pigkaploy หรือว่าเกลียดทหารกันแน่
ผมจะไม่พูดหรอกว่าที่ pigkaploy ทำมันถูกหรือผิด เพราะประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับ "รสนิยมทางการเมือง" เป็นสำคัญ
เช่น มีคนที่ชื่นชอบทหารในทางการเองก็จะเข้ามาแสดงความเห็นว่า "pigkaploy เป็นพวกเรา" ส่วนพวกที่ชังทหารในทางการเมืองก็จะบอกว่า "pigkaploy เป็นพวกมัน"
ถ้าจะคุยเรื่องนี้ไม่มีทางจบครับ เพราะทุกคนมีธงไว้แล้ว
แต่การปักธง "อุดมกู" แบบมั่นคงโดยไม่ยอมดูอะไรแวดล้อมเลย ทำให้คนไทยด่าชอบด่าแบบเหมารวม จริงไหมครับ?
เรื่องทหารไทย ถ้าพิจารณาดูดีๆ หน่อยจะเห็นว่ามันคล้ายกับสถานการณ์ของทหารอเมริกันกับนักการเมืองอเมริกัน
ทหารไทยระดับบัญชาการจำนวนหนึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งเกลียดชัง เพราะมาแทรกแซงกระบวนการการเมือง
พูดง่ายๆ คือชอบทำรัฐประหาร
สาเหตุนี้เป็นเหตุแห่งความชิงชังที่สุดในหมู่คนแอนตี้ทหาร เพราะพวกเขามองว่าการเข้ามายึดอำนาจประชาชนทำให้ประชาตกต่ำ อย่างน้อยก็ในแง่พัฒนาการด้านประชาธิปไตย
คนจำนวนมากยังไม่พอใจทหารชั้นนำบางคน ที่ได้ดิบได้ดี นั่งๆ นอนๆ อยู่ในห้องแอร์ ว่างๆ ก็ออกรอบตีกอล์ฟ แต่ทหารชั้นผู้น้อยต้องทำงานประหนึ่งข้าทาส
จนล้อกันว่าทหารเกณฑ์นั้น "รบกับหญ้า ฆ่ากับยุง"
คนเขาถึงเกลียดระบบเกณฑ์ทหาร เพราะประชาชนถูกเกณฑ์แรงงานด้วยระบบอันล้าหลัง เพื่อไปฝึกนิดหน่อย แล้วจากนั้นไปเป็นแรงงานให้กับ "นาย"
ผมเรียกการเกณฑ์ทหารว่า "ระบบอันล้าหลัง" เพราะแทบไม่ได้รับใช้ชาติ มากไปกว่าการรับใช้นายทหารชั้นสูง
มันเท่ากับการเกณฑ์ประชาชนไปเป็น "แรงงานไพร่" (Corvée) เหมือนในยุคโบราณนั่นเอง ไม่ให้เรียกล้าหลังคงไม่ได้แล้ว
ยังไม่นับการเกณฑ์ที่ถูกนายทหารชั้นผู้น้อยซ้อมจนตายหรือพิการ ทั้งๆ ที่นายทหารชั้นผู้น้อยควรจะเห็นใจคนชั้นผู้น้อยด้วยกัน แต่กลับวางอำนาจบาตรใหญ่ทำร้ายประชาชนที่อุตส่าห์มา service เพื่อชาติ
ผมไม่ต่อต้านระบบเกณฑ์ทหาร ตราบใดที่มันทำให้คนที่ถูกเกณฑ์มีศักดิ์และศรีเต็มภาคภูมิ จนบอกกับใครต่อใครได้ว่าเขาทำ service เพื่อบ้านเมือง และเมื่อประชาชนทุกคนเห็นเขาแล้วต้องเชิดชูเขาด้วยการบอกว่า Thank you for your service
แต่เปล่าเลย เมื่อประชาชนเห็นทหาร แม้แต่ทหารเกณฑ์หรือทหารที่ทำงานเสี่ยงตายจริงๆ ที่ชายแดน กลับถูกเหมาว่าเป็นพวกตัวปัญหา
คอนเทนต์ของ pigkaploy นั้นผมไม่เห็นว่าเป็นการล้างมลทินให้ทหารนอกแถว แต่ตรงกันข้าม มันช่วยทำให้ทหารชั้นปฏิบัติงานด้วยความเสี่ยง ได้รับความชื่นชมและควรค่ากับคำว่า Thank you for your service
กลายเป็นว่าคำขอบคุณก็ไม่ได้ แม้จะเสี่ยงตายจนอยากให้คนรู้บ้างพวกเขามีตัวตนก็ยังถูกด่าว่าใช้เงินหลวงเพื่อโปรโมท แถมคนช่วยทำคอนเทนต์ยังจะหมดอนาคตเอา
ถ้ามีคอนเทนต์สร้างภาพให้นายทหารที่ "ทำผิดต่อประชาชน" แบบนั้นค่อยด่าให้กระจาย ก็ยังไม่สาย
ผมเสียดายครับ ผมเสียดายการเสียสละของทหารตัวจริงที่ไม่แตกแถว แต่ปกป้องระบอบประชาธิปไตย รักชาติเหนือยศถาบรรดาศักดิ์ ไม่ย่ำยีผู้น้อยแต่คอยส่งเสริมให้ได้ดี
และไม่อ้างรักชาติพร่ำเพรื่อด้วยปาก แต่รักชาติด้วยการกระทำ เช่น หลายชีวิตที่ชายแดน กลางท้องทะเลกว้าง และบนน่านฟ้าของไทย หรือแม้แตีทหารในกองบัญชาการที่ทำงานจริงๆ แบบปิดทองหลังพระ
นอกจากรัฐจะหันมาส่งเสริมทักษะเรื่อง Soft power แล้ว ผมให้คนไทยมีทักษะแยกแยะมากขึ้นอีกสักนิด บ้านเมืองจะวุ่นวายน้อยลง และจะเป็นปึกแผ่นมากขึ้น
ในยุคสมัยที่สงครามเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้าแบบนี้ ประเทศไหนที่ด้อยค่าทหารไปทั้งยวง มีโอกาสสูงที่จะถูกพวกที่ไม่หวังดีบ่อนทำลาย
แยกแยะเถิดครับ ทหารไม่ดีก็ต้องด่าให้หมดอนาคต และไม่เอาไว้ให้เปลือง Tax dollar ของเรา
ส่วนทหารที่เสียสละเพื่อพวกเราแท้ๆ นั้น พี่น้องชาวไทยครับ ขอให้เปลี่ยนคำด่าแบบเหมารวม
มาเป็นคำว่า Thank you for your service จะเป็นพลังใจให้พวกเขาอย่างมากมาย
บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการ แบะบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better