โดนัลด์ ทรัมป์ จะกลับมาได้ไหม? จะมีใครไหมในรัสเซียที่กล้ามาท้าทายวลาดิมีร์ ปูติน?
ครึ่งหนึ่งของโลกกำลังมุ่งหน้าไปสู่การเลือกตั้งในปี 2567 โดยในจำนวนนี้มี 30 ประเทศที่จะเลือกประธานาธิบดี แต่ในการเลือกตั้งมากมายเหล่านั้น มีการเลือกตั้งสำคัญ 5 สนามที่น่าจับตามอง:
การแข่งขันระหว่างทรัมป์-ไบเดน?
ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ชาวอเมริกันหลายสิบล้านคนจะเลือกประธานาธิบดีในการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมาจาก โจ ไบเดน ที่จะครองอำนาจจนถึงอายุ 86 ปี
ผลสำรวจครั้งแล้วครั้งเล่าแสดงให้เห็นว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่คิดว่า ไบเดน ที่มีแต่เรื่งน่าขายหน้านั้นสูงวัยเกินไปที่จะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุด (ประธานาธิบดีสหรัฐต้องดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วย) แม้ว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นคู่แข่งกันก็ตาม แต่เขาก็ตกอยู่ในสถานะเหมือนกันในวัย 77 ปี
การบิดเบือนข้อมูลดูเหมือนจะเป็นประเด๋นสำคัญที่ต้องจับตาในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งเป็นแนรงเฉื่อยตกค้างจากการเลือกตั้งคร้ชั้งก่อนซึ่งจบลงด้วยการที่ผู้สนับสนุนทรัมป์บุกโจมตีรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อพยายามหยุดการรับรองชัยชนะของไบเดน
ทรัมป์จะต้องเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อเป็นแทนที่ได้รับการเสนอชื่อของพรรครีพับลิกันซึ่งเขาเป็นตัวเต็งที่ชัดเจน แม้ว่าเขาจะต้องผ่านพิจารณาคดีอาญาหลายครั้งก็ตาม
การรณรงค์หาเสียงของไบเดนได้รับผลกระทบอีกครั้งหลังสภาผู้แทนราษฎรที่นำโดยพรรครีพับลิกันลงมติเมื่อเดือนธันวาคมเพื่อเปิดการไต่สวนการฟ้องร้องอย่างเป็นทางการว่าเขาได้ประโยชน์เกินควรจากข้อตกลงทางธุรกิจในต่างประเทศของลูกชายในขณะที่เขาดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในสมัยของบารัค โอบามาหรือไม่
ปูตินมหวังจะอยู่ต่ออีก 6 ปี
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียที่เพิ่งมีความมั่นเพิ่มขึ้นหลังรับพลังจากความสำเร็จของกองทัพที่สามารถยืนหยัดในที่มั่นของตนได้ในยูเครนหลังสงครามผ่านไปได้ 2 ปี กำลังหวังที่จะยืดอายุการปกครองอันยาวนาน 24 ปีของเขาออกไปอีก 6 ปีในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือนมีนาคม 2567
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 เขาประกาศว่าเขาจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 5 ซึ่งจะทำให้เขาอยู่ในอำนาจจนถึงปี 2573
ในปี 2563 เขาสั่งให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เขาอยู่ในอำนาจตามทฤษฎีได้จนถึงปี 2579 ซึ่งอาจทำให้เขาปกครองได้นานกว่าโจเซฟ สตาลิน
เขาใช้สงครามในยูเครนเพื่อควบคุมตัวหรือปิดปากผู้เห็นต่างและฝ่ายตรงข้าม จึงมีโอกาสน้อยมากที่จะมีใครมาขวางทางเขา
ส่วน อเล็กเซย์ นาวาลนี คู่ปรับตลอดกาลของเขากำลังรับโทษจำคุก 19 ปี
โมดีผู้ทรงในเกมอำนาจผู้ทรงพลัง
ชาวอินเดียเกือบ 1,000 ล้านคนของประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก จะต้องไปลงคะแนนเสียงในเดือนเมษายน-พฤษภาคม เพื่อเลือกตั้งที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือ นเรนทรา โมดี และพรรค BJP ในสายชาตินิยมของเขากำลังต้องการจะอยู่ต่อเป็นสมัยที่ 3
อาชีพทางการเมืองและความสำเร็จของโมดีได้รับการสนับสนุนจากชาวฮินดูมากกว่าพันล้านคนของอินเดีย แต่นักวิจารณ์กล่าวว่า แนวคิดชาตินิยมและศาสนานิยมของเขาเป็นการกระตุ้นให้เกิดความเป็นปฏิปักษ์ต่อชาวมุสลิม ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยกลุ่มกลุ่มใหญ่ของประเทศ
แม้ว่าเขาจะกดขี่เสรีภาพของพลเมืองก็ตาม แต่เขาก็ยังเป็นตัวเลือกที่ประชาชนชื่นชอบอย่างชัดเจน โดยผู้สนับสนุนของเขาให้เครดิตโมดีในการส่งเสริมจุดยืนของประเทศอินเดียในเวทีระดับโลก
ประชานิยมถล่มสหภาพยุโรป
ในการเลือกตั้งรัฐสภายุโรป ซึ่งการเลือกตั้งข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเดือนมิถุนายนจะมีผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง มากกว่า 400 ล้านคน
การลงคะแนนเสียงดังกล่าวจะเป็นการทดสอบแรงสนับสนุนต่อพรรคการเมืองประชานิยมฝ่ายขวา ซึ่งกำลังมาแรงหลังจากชัยชนะของพรรคต่อต้านอิสลามและต่อต้านสหภาพยุโรป ที่นำโดย เกอร์ท วิลเดอร์ส ในการเลือกตั้งที่เนเธอร์แลนด์เมื่อเดือนพฤศจิกายน และชัยชนะขอ จอร์เจีย เมโลนี แห่งพรรคฝ่ายขาวแห่งอิตาลี คือพรรคภราดรภาพแห่งอิตาลี เมื่อปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปยังได้แรงใจมาจากโปแลนด์ ซึ่งอดีตประธานสภายุโรป โดนัลด์ ทัสค์ ได้กลับมามีอำนาจอีก โดยพรรคของเขาเป็นพรรคที่สนับสนุนสหภาพยุโรป
ประธานาธิบดีหญิงชาวเม็กซิกันคนแรก?
อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหลวงจากพรรคการมืองฝ่ายซ้าย และนักธุรกิจหญิงที่มีเชื้อสายพื้นเมือง ต่างแข่งขันกันสร้างประวัติศาสตร์ในเม็กซิโกในการเลือกตั้งที่จะมีในเดือนมิถุนายน ด้วยการหวังจะเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องผู้ชายเป็นใหญ่
อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเม็กซิโกซิตี้ คลาวเดีย ชีนบอม ลงสมัครในนามของพรรคโมเรนาของประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ที่กำลังจะพ้นตำแหน่ง
ส่วน โซชิตล์ กัลเวซ คู่ต่อสู้ที่พูดตรงไปตรงมาได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนแนวร่วมฝ่ายค้าน คือพรรคแนวร่วมวงกว้างเพื่อเม็กซิโก
Photo by Kirill KUDRYAVTSEV / AFP