โดย อนุชา เจริญโพธิ์
ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี มั่นใจ และ เชื่อว่า แผนสันติภาพ 10 ข้อที่จะนำไปสู่การยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน จะบรรลุผลสำเร็จ และยังคงเรียกร้องให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีนแสดงการมีส่วนร่วมต่อแผนสันติภาพดังกล่าว รวมถึงการส่งตัวแทนเข้าร่วมการประชุมสันติภาพที่จะจัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้
ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ให้สัมภาษณ์ในประเด็นแผนสันติภาพนี้ กับสื่อจากประเทศในภูมิภาคเอเชียทั้งหมด 7 ประเทศซึ่งได้ ไทย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ กัมพูชา ญี่ปุ่น มองโกเลีย และ สิงคโปร์ ที่สำนักงานประธานาธิบดีใจกลางกรุงเคียฟเมื่อเร็วๆนี้ หลังจากประเทศยูเครนต้องตกอยู่ในภาวะสงครามมาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 จากการโจมตีของรัสเซียอย่างเต็มรูปแบบ

"พวกคุณจะทำงานได้อย่างไร ถ้าพวกคุณไม่เชื่อในความสำเร็จของงานของคุณ และพวกคุณจะอยู่ในประเทศของคุณได้อย่างไร ถ้าพวกคุณไม่ต่อสู้เพื่อประเทศที่คุณรัก ในที่ของเรา เพราะฉะนั้นผมต้องเชื่อในความสำเร็จของแผนสันติภาพนี้อย่างแน่นอน และไม่ว่าจะเป็นงานอะไรที่เกี่ยวกับแผนสันติภาพนี้จะต้องนำไปสู่ความสำเร็จอย่างแน่นอน และจะนำไปสู่สันติภาพ 100 เปอร์เซ็นต์,'' นายโวโลดิเมียร์กล่าวตอบคำถามเกี่ยวกับความมั่นใจถึงแผนสันติภาพ 10 ข้อของเขา
เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี2565ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ได้นำเสนอ แผนสันติภาพ10 ข้อต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ครั้งที่ 17 เพื่อต้องการเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก G20 สนับสนุนข้อเรียกร้องของเขา รวมถึงประชาคมโลกด้วยโดยเฉพาะในเรื่องของการเรียกร้องให้รัสเซียถอนทหารออกจากดินแดนที่ประเทศยูเครนเคยครอบครองที่อยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศซึ่งได้แก่ ดอนบัส และ ไครเมียร์

ซึ่งแผนสันติภาพดังกล่าวเรียกร้องให้มี
1. ความปลอดภัยของนิวเคลียร์และกัมมันตภาพรังสี
2. ความปลอดภัยทางอาหาร รวมทั้งการรับประกันว่ายูเครนจะส่งออกธัญพืชไปยังประเทศต่างๆได้
3. ความปลอดภัยทางพลังงาน
4. การปล่อยตัวนักโทษและผู้ถูกเนรเทศทุกคน
5. การฟื้นฟูบูรณภาพทางดินแดนของยูเครน และการยึดมั่นในกฎบัตรสหประชาชาติของรัสเซีย
6. การถอนกองกำลังรัสเซียและการยุติการใช้ความรุนแรง ออกจากพื้นที่ยึดครองด้านตะวันออกของยูเครน
7. ความยุติธรรม รวมถึงการจัดตั้งศาลพิเศษเพื่อดำเนินคดีอาชญากรรมสงครามของรัสเซีย
8. การปกป้องสิ่งแวดล้อม
9. การป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น รวมถึงรับประกันความปลอดภัยของยูเครน
10. การยืนยันการยุติสงคราม

ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ กล่าวต่ออีกว่า สงครามครั้งนี้เป็นที่รู้ดีว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น มันเป็นสงครามที่เกิดขึ้นในดินแดนของยูเครนทั้งหมดที่รัสเซียได้บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของประเทศยูเครน นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้เสนอแผนสันติภาพนี้
"ใครจะรู้จักประเทศไทยดีเท่ากับคนที่อยู่ในประเทศไทย พวกเรามาเที่ยวประเทศคุณ มาพักพ่อนในประเทศคุณ แต่พวกเราไม่ได้มาหาคุณเพื่อบอกคุณสั่งคุณว่าให้ทำโน่นทำนี่สิ อะไรที่เหมาะสมกับคุณ ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ก็เป็นเรื่องของคุณ เรื่องของประเทศคุณ เพราะประเทศไทยเป็นของคุณ พวกเราเป็นเพียงแขก พวกเราต้องปฎิบัติตามกฎกติกามารยาท เมื่อไปประเทศคุณ, นายโวโลดิเมียร์กล่าว

" แต่ถ้าคุณไม่ชอบก็ไม่ต้องมาสิ คุณมาบุกรุกอย่างนี้ไม่ได้ แล้วเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ ผมกำลังเปรียบเทียบให้เห็นว่าสงครามในครั้งนี้ว่ารัสเซียต้องการทำให้ยูเครนเห็นและได้ยินในบางสิ่งบางอย่างของรัสเซีย แต่รัสเซียควรพูดไหม ไม่ใช่ใช้อาวุธมาทำลายล้างกัน สิ่งที่รัสเซียทำเป็นการไม่เคารพกฎหมายของเรา ไม่เคารพในรัฐธรรมนูญของเรา รัสเซียมาบุกรุกประเทศเราและยังคงยึดครองดินแดนบางส่วนของเราไปอีก,'' เขากล่าวอย่างน้ำเสียงเข้มข้น
นายโวโลดีเมียร์ กล่าวต่อว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี้ คือการปกป้องประชาชนชาวยูเครน ปกป้องประเทศยูเครน เขาตั้งคำถามว่าว่าสิ่งที่รัสเซียกำลังทำอยู่ไม่ได้เป็นแบบแขกมาเยี่ยมเยือนประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นการกระทำของผู้ที่ไม่หวังดีต่อกัน เป็นการทำลายล้าง และ นี่เป็นสาเหตุที่ประเทศยูเครนต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ตอบกลับเพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตย

นายโวโลดีเมียร์ กล่าวต่ออว่า โดยส่วนตัวแล้วเขาไม่เชื่อว่ารัสเซียต้องการสันติภาพ แต่ประเทศยูเครนต้องการสันติภาพ เพราะสงครามที่กำลังเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นอยู่ในประเทศยูเครน
"ทำไมหรอ ทำไมเราต้องรอให้มีใครบอกว่าสงครามครั้งนี้ควรจะยุติอย่างไร ในเมื่อพวกเรากำลังเผชิญกับความท้าทายนี้อยู่ พวกเรารู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร พวกเรากำลังเจอวิกฤติอะไร และ พวกเราได้สูญเสียอะไรไปบ้าง แต่กระนั้นก็ตามเราก็เปิดกว้างต่อการพูดคุย เราจึงอยากให้ทุกๆชาติบนโลกเท่าที่จะเป็นไปได้มาร่วมกันนำเสนอวิสัยทัศน์ที่มีต่อแผนสันติภาพ 10 ข้อของเรา ที่กระผมผู้ที่เป็นประธานาธิบดียูเครนได้นำเสนอไป มาเถอะมาร่วมกับเรา บางประเด็นสำหรับบางชาติอาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ เรายินดีรับฟังพวกท่าน,'' นายโวโลดีเมียร์ กล่าว
.jpg)
ยูเครนเรียกร้องจีนเข้าร่วมถกการประชุมสันติภาพครั้งที่ 4 ที่สวิตเซอร์แลนด์
นายโวโลดีเมียร์กำลังพูดถึงการประชุมสันติภาพครั้งที่ 4 ที่กำลังจะเกิดขึ้นที่ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเป็นการประชุมในระดับคณะทำงาน คณะที่ปรึกษาของแต่ละประเทศที่จะเข้าร่วม ภายหลังจากการประชุมในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมาแล้ว 3 ครั้งที่ผ่านมาหลังจากสงครามเต็มรูปแบบระหว่างรัสเซียกับยูเครนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565
การประชุมในระดับคณะทำงาน และคณะที่ปรึกษาครั้งที่ 4นี้ นายโวโลดีเมียร์ ได้เรียกร้องให้ประเทศจีนส่งตัวแทนเข้าร่วมเข้ามาแสดงบทบาทและเสนอความคิดเห็นที่ชัดเจนต่อแผนสันติภาพของยูเครนในครั้งนี้ด้วย เพราะเขามองว่าจีนเป็นประเทศที่มีศักยภาพและยิ่งใหญ่พอที่รัสเซียน่าจะฟัง เขายังเรียกร้องให้ทุกๆประเทศกดดันรัสเซียเพื่อให้รัสเซียได้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ยึดครองด้านตะวันออกของยูเครนอีกด้วย

"วันนี้ เราได้เริ่มการหารือกับประเทศต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้วเกี่ยวกับแผนสันติภาพของเรา ในการประชุมที่ปรึกษาครั้งที่แล้ว ที่ประเทศ มอลต้ามีตัวแทนจาก66 ประเทศเข้าร่วมถกแผนสันติภาพนี้ เราได้จัดการประชุมในลักษณะดังกล่าวนี้มาแล้วสามครั้ง ครั้งแรกที่ โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ครั้งต่อมาที่ เจดด้าห์ ซาอุดิอาระเบีย และครั้งที่สามที่มอลต้า ส่วนครั้งที่4 ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ที่สวิตเซอร์แลนด์ เราก็หวังว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นการประชุมที่ดีที่สุด เราจะทำให้ดีที่สุด ในครั้งนี้ที่ปรึกษาจากประเทศต่างๆที่เข้าร่วมจะมาร่วมกันช่วยคิดออกความเห็นถึงว่าจะทำให้ให้ทั้ง 10 ข้อในแผนสันติภาพที่เราได้นำเสนอไปนั้นเป็นจริงและปฏิบัติได้อย่างไร, " นายโวโลดีเมียร์กล่าว
การประชุมในระดับคณะทำงาน และคณะที่ปรึกษาในการประชุม 3 ครั้งที่ผ่านมาได้มีการถกแถลงและเห็นด้วยใน5 ข้อแรกของแผนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังคงเหลืออีก 5 ข้อที่จะต้องทำ และเขาก็เชื่อว่าการประชุมในครั้งที่ 4 นี้ทุกอย่างจะเรียบร้อย
นายโวโลดีเมียร์กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุม4 ครั้งนี้ยังไม่จบ หลังจากการประชุมระดับคณะทำงานและที่ปรึกษาแล้ว การประชุมครั้งต่อไปจะเป็นในระดับผู้นำประเทศซึ่งผู้นำประเทศจะมานั่งถกแถลงกันเพื่อนำแผนสันติภาพไปใช้เพื่อนำไปสู่การยุติสงครามระหว่างยูเครน และรัสเซีย
นายโวโลดีเมียร์ยืนยันว่า เขาไม่ได้บังคับประเทศใดๆให้เห็นด้วยหรือยอมรับกับแผนสันติภาพของเขา เขาเพียงแต่อยากจะสื่อสารต่อประชาคมโลกว่าเขากำลังต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และเสรีภาพ อย่างประเทศใดประเทศหนึ่งบนโลกควรจะมี
อย่างไรก็ดี นายโวโลดีเมียรได้เรียกร้องถึงประเทศจีนให้ช่วยส่งตัวแทนเข้ามาร่วมในการประชุมระดับคณะทำงาน และคณะที่ปรึกษา ครั้งที่ 4นี้ด้วย
"ผมอยากจะเห็นตัวแทนจากประเทศจีนเข้าร่วมถกแถลงในแผนสันติภาพนี้มากๆ ผมได้คุยกับท่านทูตจีนประจำยูเครนแล้ว ผมดีใจนะที่เห็นตัวแทนจากประเทศจีนเข้าร่วมการประชุมกับเรามาครั้งหนึ่งที่เจดด้าร์ประเทศซาอุดิอาระเบีย จีนและ ประเทศต่างๆที่อยู่แถบใต้ของโลกเราสำคัญมากกับเรา โดยเฉพาะประเ?สจากภูมิภาคเอเชีย สำคัญมากต่อแผนสันติภาพนี้ ผมเห็นว่าประเทศจีนน่าจะทำงานร่วมกับเราเพื่อนำไปสู่ทิศทางการสร้างสันติภาพได้ ผมคิดว่าประเทศจีนน่าจะมีอิทธิพลต่อรัสเซียไม่มากก็น้อย ผมไม่ต้องการเห็นประเทศจีนส่งอาวุธไปช่วยเหลือรัสเซีย หรือช่วยเหลือใดๆก็ตาม รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆที่จีนมี ผมเชื่อว่าถ้าจีนไม่สนับสนุนรัสเซีย รัสเซียก็จะถูกโดเดี่ยว รัสเซียต้องเคารพกฎกติกาสากลเรื่องอธิปไตยระหว่างดินแดน และเคารพในสันติภาพของยูเครน,'' ประธานาธิบดียูเครน กล่าว
ภาพถ่ายโดยทำเนียบประธานาธิบดียูเครน