เปิดรับนวัตกรรมเปลี่ยนพืชสู่พลาสติกชีวภาพ คืนชีพขยะสู่เม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง หนุนไทยสู่การเป็น Bio Hub ของอาเซียน
“พลาสติก” อาจเป็นคำที่หลายคนเชื่อมโยงกับประเด็นสิ่งแวดล้อม แต่ถ้ามองให้รอบด้าน วัสดุชนิดนี้ก็อยู่ใกล้ตัวและมีประโยชน์กับชีวิตเรามากกว่าที่หลายคนคิด เพราะตั้งแต่เราทุกคนตื่นขึ้นมาล้วนมีพลาสติกเข้ามาเกี่ยวข้องล้อมรอบตัวเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ พลาสติกที่เราใช้ทุกวันนี้ ไม่ได้มีที่มาจากน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการกลั่นจนได้สารตั้งต้น เช่น เอทิลีน (ethylene) หรือโพรพิลีน (propylene) แล้วนำมาผ่านกระบวนการทางเคมี (โพลิเมอไรเซชัน) จนกลายเป็นพลาสติกชนิดต่าง ๆ เช่น PE, PP, PET ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน
อีกด้านหนึ่ง ความล้ำสมัยของเทคโนโลยีสามารถพัฒนาให้เกิดนวัตกรรมเม็ดพลาสติกที่ตอบโจทย์ในการลดของเสีย ของที่ใช้แล้ว รวมถึงพืชเศรษฐกิจ จนกลายเป็น “ทางเลือก” ใหม่ที่ถูกนำมาใช้จริงในชีวิตประจำวันแล้ว
วันนี้หากเราลองพลิกดูฉลากสินค้าบางชิ้น เราอาจเห็นคำว่า “รีไซเคิล” หรือ “ไบโอ” ซึ่งหมายถึงผลิตจากพืช สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำบอกคุณสมบัติ แต่สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของซัพพลายเชนการผลิตสินค้า
ปัจจุบันเรามีทางเลือกในการผลิตพลาสติกที่ช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป แบ่งออกเป็น 2 สายหลักที่กำลังขับเคลื่อนโลกอยู่ในขณะนี้ คือ
พลาสติกชีวภาพ (Bio-based Plastics): ผลิตจากพืชหมุนเวียน (Renewable Resources) เช่น อ้อย หรือ มันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของไทย โดยเปลี่ยนน้ำตาลจากอ้อยให้กลายเป็นเม็ดพลาสติก ซึ่งสามารถทดแทนพลาสติกทั่วไปได้ในการใช้งาน ตั้งแต่ “ของใช้เล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน” ไปจนถึง “งานเฉพาะทาง” อย่างเส้นใยสำหรับงานพิมพ์สามมิติ
พลาสติกรีไซเคิล (Recycled Plastics): การนำพลาสติกที่ใช้แล้ว เช่น ขวด PET มาผ่านกระบวนการเพื่อสร้างเป็นเม็ดพลาสติกใหม่ ทำให้ขยะไม่ใช่ขยะอีกต่อไป แต่คือวัตถุดิบที่มีมูลค่า
ขณะเดียวกันหากมองให้กว้างขึ้น เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ประเด็นสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและความมั่นคงของทรัพยากรในระยะยาว การใช้วัตถุดิบจากพืชช่วยเพิ่มมูลค่าให้ภาคเกษตร ขณะที่การรีไซเคิลช่วยยืดอายุการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว ทุกทางเลือกกำลังเข้ามาเติมเต็มกันมากกว่าจะมาแทนที่กันทั้งหมด
ปัจจุบันไทยเป็นผู้ผลิต Bioplastic (ไบโอพลาสติก) อันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและบราซิล กำลังการผลิต 95,000 ตันต่อปี ในอนาคตไทยมีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางชีวภาพของอาเซียนภายในปี 2027 (Bio Hub) ซึ่งรวมถึงพลาสติกชีวภาพ สารเคมีชีวภาพ และยาชีวภาพ โดยการส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจชีวภาพ ประเทศไทยมุ่งหวังที่จะสร้างภาคเศรษฐกิจใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่ม สร้างงานที่มีทักษะสูง และกระตุ้นการส่งออกผลิตภัณฑ์ชีวภาพ
แหล่งที่มาข้อมูล : ข้อมูองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอรองรับการผลิตไบโอพลาสติกเนื่องจากมีห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจรความพร้อมด้านเกษตรกรรมมีพืชวัตถุดิบชีวภาพที่หลากหลาย ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐาน มีโรงงานมาตรฐานระดับโลกที่สามารถผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพและเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (Food Grade) ที่ใช้บรรจุอาหารได้อย่างปลอดภัย
ในภาพใหญ่นี้ ผู้บริโภคอย่างเราอาจดูเป็นเพียงส่วนเล็กๆ แต่จริงๆ แล้วมีบทบาทสำคัญมาก เพราะทุกครั้งที่เลือกซื้อสินค้า สามารถส่งสัญญาณบางอย่างกลับไปยังผู้ผลิต เพราะการเลือกสินค้าที่มีวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุชีวภาพ การสนับสนุนแบรนด์ที่พยายามปรับตัว หรือแม้แต่การแยกขยะให้ถูกต้อง ล้วนเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางความคิด
สุดท้ายแล้ว พลาสติกอาจไม่ใช่ “ผู้ร้าย” อย่างที่หลายคนคิด หากเราเข้าใจที่มาและเลือกใช้อย่างเหมาะสม โลกของพลาสติกกำลังเปลี่ยนจากการพึ่งพาน้ำมันเพียงอย่างเดียว ไปสู่ระบบที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งจากของที่เคยใช้แล้ว และจากพืชที่ปลูกขึ้นใหม่ได้ และการเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่ได้เริ่มจากที่ไหนไกลเลย แต่มันเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่เราเลือกในทุกวัน