"ฝ่ายค้าน" เตรียมยื่นหนังสือทักท้วงประธานสภาฯ ปมจัดระเบียบ กมธ.

วิปฝ่ายค้านเตรียมยื่นหนังสือทักท้วงประธานสภาฯ ปมจัดระเบียบ กมธ. หวั่นถูกใช้เป็นช่องทางสกัดการตรวจสอบรัฐบาล

ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้าน  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงเรื่องการจัดระเบียบคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ว่าไม่ได้เป็นการปิดปากฝ่ายค้าน หากเห็นว่าดำเนินการผิดขั้นตอนสามารถยื่นฟ้องต่อ ป.ป.ช. ได้ ว่า แม้จะได้รับฟังคำชี้แจงเพิ่มเติมจากประธานสภาฯ แล้ว แต่ฝ่ายค้านยังคงมีความเห็นที่แตกต่างใน 2 ประเด็น 1.การกำหนดให้การดำเนินงานทั้งหมดของ กมธ. ต้องมีมติที่ประชุมอย่างเคร่งครัด กังวลว่าจะกระทบต่อความคล่องตัวในการทำงาน และอาจเปิดช่องให้ฝ่ายรัฐบาลซึ่งเป็นเสียงข้างมากใน กมธ. สกัดกั้นการตรวจสอบเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล แม้เรื่องนั้นจะอยู่ในขอบเขตอำนาจของ กมธ. ก็ตาม 2.แม้จะเคยมีการหารือร่วมกันระหว่างประธานสภาฯ วิปฝ่ายค้าน วิปรัฐบาล และประธาน กมธ. ทั้ง 35 คณะ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน แต่ที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุปข้อยุติ และประธานสภาฯ เคยตอบรับข้อเสนอเรื่องการตั้งตัวแทนหารือลงรายละเอียดเพิ่มเติม ทว่าแนวทางปฏิบัติดังกล่าวกลับถูกประกาศใช้โดยยังไม่มีการหารือเพิ่มเติมตามที่คุยกันไว้

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ในวันนี้วิปฝ่ายค้านจะออกหนังสือทักท้วงอย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อแนวปฏิบัติดังกล่าว พร้อมขอเข้าพบประธานสภาฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันหาทางออก โดยเน้นย้ำว่าต้องการวางบรรทัดฐานให้ กมธ. สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากพรรคการเมืองใดก็ตาม

"ส่วนให้ไปยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือ ป.ป.ช. นั้น อันนี้ไม่ต้องท้า ฝ่ายค้านมีการตรวจสอบอยู่ตลอด หากพบข้อมูลว่าเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เราพร้อมใช้สิทธิดำเนินการตามขั้นตอนอยู่แล้ว เพียงแต่ ณ ตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเน้นหาทางออกร่วมกัน" นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการแก้ไขข้อบังคับเพื่อลดจำนวน กมธ. จาก 35 คณะ เพื่อแก้ปัญหาทำงานซ้ำซ้อน นายพริษฐ์ กล่าวว่า การทบทวนปรับลดจำนวน กมธ. เป็นเรื่องที่ สส. พรรคประชาชนเคยเสนอไว้ และสามารถนำมาหารือกันได้ แต่ถือเป็นคนละประเด็นกับการแก้ปัญหาความซ้ำซ้อน ยกตัวอย่างกรณี "ปัญหาหนี้ครู" ซึ่งโครงสร้างปัจจุบันอาจมีความคาดเกี่ยวระหว่าง กมธ.แก้หนี้สิน และ กมธ.การศึกษา ซึ่งทั้งสองคณะมีอำนาจในการศึกษาเรื่องนี้ ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือการส่งเสริมให้เกิดการหารือร่วมกันระหว่างประธาน กมธ. แต่ละคณะ มากกว่าการออกกฎระเบียบที่เสี่ยงต่อการทำลายกลไกการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร

TAGS: #พรรคประชาชน #ปชน #ฝ่ายค้าน #กรรมาธิการ #กมธ #ประธานสภา