“พริษฐ์” เตรียมเดินหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจตามม.151 ช่วงเดือนธันวาคมนี้ ส่วน พ.ย.เร่งผลักดัน 3 วาระสำคัญ ทั้งกฎหมายต้านโกง ญัตติงบปี 2571 และแก้รธน. อัด"โสภณ" ออกแนวปฏิบัติ กมธ. ปิดทางฝ่ายค้านทำงาน
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยถึงความชัดเจนในการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ว่า ขณะนี้เป้าหมายสำคัญของฝ่ายค้านคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ในช่วงต้นเดือนธันวาคม เพื่อชี้ให้ประชาชนเห็นถึงปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ น้ำท่วม และอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ ซึ่งฝ่ายค้านเห็นว่ามีความเชื่อมโยงกับพฤติกรรมการพยายามรวบอำนาจทางการเมืองและปัญหาการทุจริตของรัฐบาล
ส่วนการยื่นอภิปรายตามมาตรา 152 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ วิปฝ่ายค้านจะหารือเพื่อหาข้อสรุป โดยหากยังไม่มีการยื่นในช่วงนี้ ก็ยังสามารถดำเนินการได้จนถึงสิ้นสมัยประชุม
นายพริษฐ์กล่าวว่า สำหรับเดือนพฤศจิกายน ฝ่ายค้านมี 3 วาระสำคัญที่ต้องผลักดัน ได้แก่ 1. เร่งพิจารณาร่างกฎหมายที่ สส. เสนอ โดยเฉพาะกฎหมายข้อมูลข่าวสาร กฎหมายสิ่งแวดล้อม และกฎหมายกระจายอำนาจ 2. ผลักดันญัตติของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน เรื่องแนวทางจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2571 ให้สอดคล้องกับวิกฤตเศรษฐกิจ พลังงาน และภัยพิบัติ และ 3. ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อคืนสิทธิให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบและถอดถอนองค์กรอิสระ รวมถึงแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช. ให้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อย่างต่อเนื่องและเข้าถึงง่ายขึ้น
นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังวิจารณ์แนวปฏิบัติของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่กำหนดให้การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 35 คณะ ต้องผ่านมติที่ประชุม โดยมองว่าอาจทำให้การทำงานของ กมธ. ขาดความคล่องตัว และเปิดช่องให้ สส. ฝ่ายรัฐบาลซึ่งเป็นเสียงข้างมากในทุกคณะกรรมาธิการ ใช้มติปิดกั้นการตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลได้
นายพริษฐ์ระบุว่า แนวทางดังกล่าวอาจกระทบต่อการตรวจสอบเรื่องสำคัญ ทั้งคดีทุจริตการเลือก สว. และการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมตั้งคำถามว่าประธานสภาฯ ต้องการให้สังคมจดจำสภาภายใต้การนำของตนอย่างไร โดยกังวลว่าสภาอาจถูกทำให้กลายเป็นเสมือนสาขาย่อยของรัฐบาล และกลไกตรวจสอบถ่วงดุลถูกลดทอนลง
ทั้งนี้ วิปฝ่ายค้านจะนำเรื่องดังกล่าวหารือร่วมกัน หากเห็นตรงกันจะทำหนังสือถึงประธานสภาฯ เพื่อขอให้ทบทวนแนวปฏิบัติก่อนบังคับใช้ พร้อมระบุว่า สส.พรรคประชาชนได้ยื่นญัตติเสนอแนะแนวทางปรับปรุงการทำงานของประธานและรองประธานสภาฯ ไว้แล้ว โดยจะนำประเด็นนี้เข้าไปประกอบการพิจารณาด้วย